ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
ไดโกะน้ำมันสะเดาสกัดเย็นจากประเทศญี่ปุ่น ขนาด 250ml อะซาดิแรคติน 1500 ppm ใช้ในการป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช
Home & Living

ไดโกะน้ำมันสะเดาสกัดเย็นจากประเทศญี่ปุ่น ขนาด 250ml อะซาดิแรคติน 1500 ppm ใช้ในการป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช

฿460.00
ข้อมูลราคาจาก Feed ล่าสุด 10/09/2026 21:54

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

ไดโกะน้ำมันสะเดาสกัดเย็นนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ขนาด 250ml อะซาดิแรคติน 1500 ppm ใช้ในการป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช น้ำมันสะเดาอินเดียสกัดเย็นไดโกะ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ปลูกไม้ดอก โดยเฉพาะผู้ปลูกกุหลาบสายออแกนิกในญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นสารกำจัดแมลงจากธรรมชาติเพียงไม่กี่ชนิดที่มีประสิทธิภาพทั้งในทางป้องกันทางอ้อมและในด้านการกำจัดแมลงโดยตรง น้ำมันสะเดาสกัดเย็นไดโกะ ผลิตจากเมล็ดสะเดาอินเดียล้วนซึ่งเป็นส่วนที่มีสารสำคัญอย่าง สารอะซาดิแรคติน(azadirachtin) ปริมาณมากที่สุด ซึ่งมีผลต่อแมลงหลายชนิด โดยจากการทดสอบของทางร้านพบว่า น้ำมันสะเดาสกัดเย็นไดโกะ จะให้ผลในการป้องกันและกำจัดแมลงถึง 3 แบบครับ แบบที่ 1 ทางเคมี เมื่อแมลงเหล่านี้กินใบของพืชที่ถูกพ่นด้วยสารตัวนี้เข้าไป(azadirachtin) จะส่งผลให้เกิดความผิดปกติของฮอร์โมนในตัวแมลง ได้แก่ การยับยั้งการลอกคราบทำให้ไม่โต, การทำให้แมลงเบื่ออาหารและอดตาย, การยับยั้งการสืบพันธุ์ทำให้ลดจำนวนประชากรของแมลงลง เป็นต้น แบบที่ 2 ทางเคมี กลิ่นไล่แมลง น้ำมันสะเดาจุดเด่นที่สำคัญเลยก็คือมีกลิ่นที่ค่อนข้างฉุนครับ จะว่าเหม็นก็ไม่เชิงครับกลิ่นจะคล้ายๆสะเดาต้มหรือมะระต้ม หรือไม่ก็กลิ่นคล้ายยาในแคปซูล ซึ่งกลิ่นนี้เป็นกลิ่นที่แมลงจะไม่ชอบมากิน ตัวอย่างคือ เมื่อทดสอบกับกุหลาบที่มีการเข้าโจมตีของด้วงกุหลาบ พบว่าเมื่อมีการพ่นที่ใบกุหลาบ โอกาสที่จะถูกด้วงกุหลาบกลับมากินใบกุหลาบลดน้อยลง โดยจะสามารถป้องกันได้เฉลี่ยที่ 3-4 วัน ต่อการพ่นป้องกัน 1 ครั้ง แบบที่ 3 ทางกายภาพ เคลือบตัวแมลงอุดรูหายใจ (แบบเดียวกับฮัปปะออยด์) เนื่องจากสารตัวนี้มีสภาพเป็นน้ำมันจึงสามารถกำจัดแมลงตัวเล็กได้ เช่น ไรแดง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ(ทำได้ดีกว่าฮัปปะออยด์) รวมไปถึงกำจัดเชื้อราบางชนิดบนใบได้ด้วยการเคลือบสปอร์เชื้อราที่เกาะบริเวณใบให้ฝ่อไม่ให้แพร่กระจาย วิธีใช้ -แนะนำฉีดช่วงเย็นอย่างเดียวครับเพราะกลิ่นค่อนข้างฉุน ถ้าฉีดช่วงเย็นนอกจากกลิ่นฉุนจะไล่พวกด้วงกุหลาบได้แล้ว พอถึงช่วงเช้ากลิ่นฉุนก็จะหายไปค่อนข้างเยอะแล้วครับ -เขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง -ผสมน้ำมันสะเดา 2-6ml ต่อ น้ำ 1 ลิตร (แนะนำผสมอัตรา 6ml/น้ำ1ลิตร สัดส่วนนี้ได้ผลดีที่สุด ใช้ในการป้องกันและกำจัด) -พ่นทั้งบริเวณบนใบและใต้ใบเมื่อต้องการกำจัดแมลง หรือพ่นเฉพาะด้านบนใบอย่างเดียวก็ได้เพื่อใช้ในการป้องกันและไล่แมลง -ควรพ่นทุก 7-10 วัน (สารอะซาดิแรคตินสลายตัวได้ไวเมื่อเจอแดดและความร้อน ถ้าปลูกต้นไม้แดด 100% ควรพ่นทุก 3-4 วัน) -น้ำที่ผสมแล้วใช้ไม่หมดสามารถราดรอบๆบริเวณปลูกเพื่อไล่แมลงหรือสัตว์มีพิษได้ หรือเก็บแช่ตู้เย็นได้ 3-4 วัน -เก็บขวดน้ำมันสะเดาไว้ในที่เย็น ห้ามโดนแดดโดยตรงเด็ดขาด ข้อมูลจากการทดสอบอื่นๆ -หนอนผีเสื้อจะตายง่ายมากภายใน 3-4 วันหลังจากกินใบกุหลาบไปแค่ครึ่งใบ โดยหลังจากกินก็จะอยู่บนใบนิ่งๆไม่ค่อยขยับและแห้งตายไป -ไรแดงและเพลี้ยอ่อนแม้จะไม่ตายด้วยสารอะซาดิแรคตินในน้ำมันสะเดา แต่ก็จะตายด้วยการโดนน้ำมันเคลือบที่ตัวอุดรูหายใจแทน -เพลี้ยไฟด้วยการที่ปากมีลักษณะ เขี่ยผิวใบและดูด ทำให้โอกาสที่จะได้รับสารอะซาดิแรคตินจึงมีอยู่บ้าง จากทดสอบพบว่าจำนวนการแพร่ระบาดของเพลี้ยไฟลดลง แม้จะไม่เยอะเท่าการใช้เคมี แต่ก็ถือว่าลดมากกว่าสารจากธรรมชาติตัวอื่น -ยังไม่พบหลักฐานหรือซากของด้วงกุหลาบจากการกินใบพืชที่มีน้ำมันสะเดาเคลือบอยู่ แต่เท่าที่สังเกตคือด้วงกุหลาบจะไม่ค่อยชอบกลิ่นของน้ำมันสะเดา ใบที่ถูกพ่นด้วยน้ำมันสะเดาจะมีโอกาสรอดมากกว่า ใบที่ไม่ใช้ Made in India By Japan Brand สินค้าผลิตจากอินเดียภายในการควบคุมของแบรนด์ญี่ปุ่น ไดโกะเทรดดิ้ง
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น