Food & Beverages
เมล็ดเจียดำอินทรีย์ Black Chia seed organic
ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง
ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุดเราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง
สินค้านี้ตรงใจไหม?
บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น
ข้อมูลสินค้าในที่เดียว
อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก
เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า
รู้จักสินค้านี้
เมล็ดเจีย (Chia Seeds) เป็นเมล็ดธัญพืชชนิดหนึ่งที่มีขนาดเล็กคล้ายเม็ดแมงลัก ลักษณะเป็นรูปไข่ มีสีหลากหลาย เช่น สีขาว สีดำ บางครั้งมีลายเป็นจุดสีน้ำตาล น้ำตาลเข้ม สีครีม ดำ และขาว สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการแปรรูป และด้วยรสชาติอ่อน ๆ คล้ายถั่ว เข้ากับอาหารและเครื่องดื่มต่าง ๆ ง่าย จึงนิยมนำมาโรยบนเมนูต่าง ๆ อย่างแพร่หลาย เช่น ซีเรียล สลัดผัก เมนูข้าว เมนูขนมปังอบทั้งหลาย หรือจะผสมกับโยเกิร์ตและเมนูเครื่องดื่มก็ได้
เมล็ดเจียอุดมด้วยสารอาหารสำคัญอย่างกรดไขมันโอเมก้า 3 คาร์โบไฮเดรต โปรตีน เส้นใยอาหาร แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ หากเปรียบเทียบสารอาหารในเมล็ดเจียเพียงประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จะประกอบด้วยพลังงานประมาณ 139 แคลอรี่ โปรตีน 4 กรัม ไขมัน 9 กรัม คาร์โบไฮเดรต 12 กรัม เส้นใยอาหาร 11 กรัม รวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุอีกมากมาย
ด้วยสารอาหารทรงคุณค่าเหล่านี้เองที่ทำให้เชื่อกันมากว่าเมล็ดเจียอาจช่วยรักษาโรคหรือบำรุงสุขภาพในด้านต่าง ๆ แต่ก็เช่นเดียวกับอาหารและสมุนไพรหลากหลายชนิดที่ล้วนยังไม่มีการศึกษามากพอจนสามารถระบุคุณประโยชน์ได้อย่างชัดเจน โดยปัจจุบันคุณประโยชน์ของเมล็ดเจียที่พอจะมีงานวิจัยกล่าวถึง มีดังนี้
ช่วยลดน้ำหนัก คุณประโยชน์ยอดนิยมข้อนี้ถูกกล่าวถึงกันอย่างแพร่หลาย เพราะด้วยคุณสมบัติพองตัวออกเมื่อถูกแช่ในน้ำ ทำให้เชื่อว่าเมล็ดเจียที่รับประทานเข้าไปนั้นจะขยายตัวภายในท้อง จนรู้สึกอิ่มและรับประทานได้น้อยลง ส่งผลให้น้ำหนักลดลงในที่สุด อีกทั้งมีเส้นใยอาหารและกรดอัลฟาลีโนเลนิก (Alpha-linolenic) ที่คาดว่าอาจมีส่วนช่วยลดน้ำหนัก ไขมัน และลดความเสี่ยงของการเกิดโรคจากภาวะอ้วน
การศึกษาหนึ่งทดลองโดยให้อาสาสมัครทั้งชายและหญิงที่มีภาวะอ้วนแต่สุขภาพดี จำนวน 76 คน อายุตั้งแต่ 20-70 ปี แบ่งกลุ่มรับประทานยาหลอกหรือเมล็ดเจีย 25 กรัม ผสมในน้ำ 0.25 ลิตร วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารมื้อแรกและมื้อสุดท้ายของวัน ติดต่อนาน 12 สัปดาห์ ผลลัพธ์ไม่ปรากฏว่าเมล็ดเจียช่วยให้ดัชนีมวลกายหรือองค์ประกอบร่างกายดีขึ้น รวมถึงปัจจัยการเกิดโรคต่าง ๆ ที่ไม่ได้มีความเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในช่วงหลังที่พบผลลัพธ์ไปในทางที่ดีก็มีให้เห็นเช่นกัน ดังงานวิจัยหนึ่ง พบว่าการรับประทานเมล็ดเจียวันละ 35 กรัม นาน 12 สัปดาห์ ช่วยให้หญิงและชายจำนวนหนึ่งลดน้ำหนักและขนาดรอบเอวลงได้ โดยมีระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมลดลง มีไขมันชนิดดีเพิ่มขึ้น แต่ก็เฉพาะในกลุ่มที่รับประทานเมล็ดเจียบดและมีค่าเริ่มต้นผิดปกติ ส่วนระดับน้ำตาลในเลือด ไขมันไตรกลีเซอไรด์ และไขมันชนิดไม่ดีนั้นไม่พบการเปลี่ยนแปลง
เช่นเดียวกับอีกงานวิจัยที่เจาะจงทดลองกับเมล็ดเจียชนิดซัลบา ด้วยการให้ผู้ป่วยภาวะอ้วนที่มีโรคเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 77 คน จำกัดการรับประทานอาหารแคลอรี่สูงนาน 6 เดือน หลังจากนั้นให้กลุ่มหนึ่งรับประทานเมล็ดเจียซัลบาวันละ 30 กรัมต่อพลังงาน 1,000 แคลอรี่ ส่วนกลุ่มควบคุมรับประทานรำข้าวโอ๊ตในปริมาณใกล้เคียงกัน ซึ่งผลชี้ว่ากลุ่มเมล็ดเจียมีน้ำหนักลดลง และรอบเอวเล็กลงมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ด้วยผลลัพธ์ที่ยังไม่สอดคล้องกันนี้จึงทำให้คุณสมบัติในการลดน้ำหนักของเมล็ดเจียมีความคลุมเครือและยังไม่อาจบอกได้ชัดเจนว่าจะได้ผล อีกทั้งยังขาดการศึกษายืนยันว่าควรการรับประทานอย่างไร ในปริมาณมากน้อยเท่าใดจึงจะดีที่สุด
ดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากมีการเชื่อมโยงคุณประโยชน์ของธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีต่อการลดโอกาสเสี่ยงเกิดโรคหัวใจ ซึ่งก็อาจเป็นผลดีต่อผู้ป่วยเบาหวาน จึงมีการศึกษาในด้านนี้ขึ้นมาพิสูจน์ โดยให้ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเป็นอย่างดี แบ่งกลุ่มรับประทานเมล็ดเจียชนิดซัลบาหรือรำข้าวสาลีประมาณ 37 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์
เมื่อเทียบกันแล้วพบว่าการรับประทานเมล็ดเจียสามารถช่วยลดระดับความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัว หรือความดันโลหิตตัวบน ลดระดับโปรตีนที่ตอบสนองต่อการอักเสบภายในร่างกายซึ่งเชื่อว่าอาจส่งผลต่อโรคหัวใจบางชนิด รวมถึงลดปัจจัยการเกิดความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด ภาวะที่สามารถทำให้เกิดลิ่มเลือดอันเป็นสาเหตุของกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือโรคหลอดเลือดสมอง
กล่าวโดยสรุปคือ งานวิจัยนี้พบว่าเมล็ดเจียช่วยลดปัจจัยความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ เนื่องจากอาจจะมีประสิทธิภาพควบคุมระดับไขมัน และคงระดับไขมันดีไว้ แต่การศึกษาที่ยกมานี้ก็ยังเป็นงานวิจัยเพียงขนาดเล็กที่ใช้ผู้ทดลองเพียง 20 คนเท่านั้น และการศึกษาเกี่ยวกับข้อดีของเมล็ดเจียด้านนี้ในปัจจุบันยังถือว่ามีอยู่น้อยมาก
เพิ่มความทนทานขณะออกกำลังกาย มีข้อมูลชี้ว่าการรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงเป็นเวลาหลาย ๆ วันก่อนการแข่งขันกีฬาจะช่วยเพิ่มการสะสมไกลโคเจนในกล้ามเนื้อ ส่งผลให้มีสมรรถภาพการออกกำลังกายในระยะยาวนานกว่า 90 นาทีดีขึ้นได้ ซึ่งก็มีการศึกษาประสิทธิภาพของการได้รับอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงอย่างการดื่มเครื่องดื่มโอเมก้า 3 ที่ประกอบด้วยแคลอรี่ 50 เปอร์เซ็นต์จากเมล็ดเจีย และแคลอรี่อีก 50 เปอร์เซ็นต์จากเครื่องดื่มเกลือแร่ เป็นเวลา 2 วัน เทียบกับการได้รับแคลอรี่ 100 เปอร์เซ็นต์ เต็มจากเครื่องดื่มเกลือแร่
เรื่องเล่าจากชุมชน
เขียนรีวิว ↗
ประสบการณ์จากผู้ใช้
เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์
ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น