Books & Magazines
หนังสือ 'ความหมายของชีวิต' ของซูซาน วูล์ฟ
ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง
ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุดเราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง
สินค้านี้ตรงใจไหม?
บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น
ข้อมูลสินค้าในที่เดียว
อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก
เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า
รู้จักสินค้านี้
หนังสือ 'ความหมายของชีวิต' ของ ซูซาน วูล์ฟ
แปลโดย ธีรภัทร รื่นศิริ
เข้าเล่มปกอ่อนจำนวน 176 หน้า
ขนาด 16 หน้ายกพิเศษ (14.3 x 21 x 2.4 cm.)
ปกอ่อน สัน 1 cm.
แปลจากหนังสือ 'Meaning in Life and Why It Matters' by Susan Wolf
“ความหมายชีวิตไม่ใช่เรื่องส่วนตัว” นี่อาจจะเป็นข้อเสนอของซูซาน วูล์ฟ (Susan Wolf) ที่ผู้อ่านคันปากอยากถกเถียง หลายๆ คนอาจมองว่าความหมายชีวิตเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องของการตามหาและทำตามความหลงใหล (passion) บางคนอาจจะถามว่า “ถ้าฉันชอบวาดภาพ การวาดภาพสัปดาห์ละชั่วโมงทำให้ฉันมีความสุข ชีวิตฉันก็มีความหมายแล้วไม่ใช่หรือ”
วูล์ฟเห็นด้วยว่า ความหลงใหลเป็นส่วนสำคัญของความหมายชีวิต ชีวิตที่ขาดความหลงใหลคือชีวิตที่ขาดความหมาย แต่ความหลงใหลอย่างเดียวไม่พอที่จะทำให้ชีวิตมีความหมาย
การไม่สามารถทำตามความหลงใหลได้จะหักอกคุณ หากคุณเติบโตในสังคมที่กล่อมเกลาให้คุณเชื่อว่า “การวาดภาพเป็นอภิสิทธิ์ของคนมีเงิน คนจนอย่างฉันควรเอาเวลาไปหางานพิเศษช่วยพ่อแม่หาเงิน” ก็เท่ากับสังคมสอนให้คุณอกหัก ให้ชีวิตคุณขาดความหมาย
ความหมายชีวิตจึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอย่างที่หลาย ๆ คนคิด
วูล์ฟยังเสนออีกว่า การที่คุณมีความหลงใหลและทำตามความหลงใหลได้ ไม่ได้แปลว่าชีวิตของคุณมีความหมาย คุณอาจถูกเลี้ยงดูกล่อมเกลาจนมีความหลงใหลที่จะปรนนิบัติรับใช้สามี ยอมให้เขาทุบตีระบายอารมณ์ ซึ่งพวกเราส่วนใหญ่คงไม่อยากยอมรับว่าการทำตามความหลงใหลแบบนี้เพิ่มความหมายให้ชีวิต
ดังนั้นวูล์ฟจึงเสนอองค์ประกอบที่สามของชีวิตที่มีความหมาย ซึ่งก็คือ ความหลงใหลต้องเป็นความหลงใหลต่อสิ่งที่คู่ควร เราต้องมีเสน่หาต่อสิ่งที่มีเสน่ห์จริงๆ
บางส่วนจาก คำนำผู้แปล
คำอธิบายของวูล์ฟเรื่องความหมายในชีวิตจากมุมของการทำงานศิลปะ รวมไปถึงการวาดภาพและเราต่างแสวงหาความหมายในชีวิต รวมทั้งตระหนักได้ว่าชีวิตขาดความหมายผ่านความรู้สึกเบื่อหน่าย ซึมเซา แปลกแยก และไม่มีแก่ใจจะทำอะไร แต่อะไรเล่าคือความหมายในชีวิต มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของความเข้าใจหรือเป้าหมายอื่นๆ หรือไม่ การแยกมันออกมาเป็นหัวข้อหนึ่งมีประโยชน์ในการขบคิดเรื่องชีวิตที่ดี ชีวิตที่คู่ควรกับการดำรงอยู่หรือไม่ การอยากให้ตัวเองมีความหมายในชีวิตเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและไม่ขัดแย้งในตัวเองหรือไม่
วูล์ฟพยายามแจกแจงและยืนยันว่า การมีความหมายเป็นมิติที่โดดเด่นของชีวิตที่ดี โดยแยกออกจากอีกสองมิติ นั่นคือ ความสุข (ซึ่งคนมักเชื่อมโยงกับการทำเพื่อตนเองจากการชั่งน้ำหนักผลประโยชน์) และจริยธรรม (ซึ่งคนมักเชื่อมกับความห่วงใยเพื่อนมนุษย์โดยไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย)
วูล์ฟมองว่าการมีความหมายไม่ใช่ทั้งสองมิตินี้ แต่เป็นสิ่งพึงปรารถนาและจำเป็นต่อชีวิตที่น่าพึงพอใจ
เราเข้าใจความหมายชีวิตได้ดีที่สุดในรูปการเติมเต็มอย่างเหมาะสม (Fitting Fulfillment) เธอกล่าวว่า “ความหมายชีวิตเกิดขึ้นเมื่อความหลงใหลแบบอัตวิสัยของคนพานพบกับความดึงดูดแบบวัตถุวิสัย และเราสามารถทำบางอย่างเกี่ยวกับหรือร่วมกับสิ่งนั้นๆ ได้” องค์ประกอบที่สำคัญทั้งสามคือ ความหลงใหลแบบอัตวิสัย (subjective attraction) การมีคุณค่าแบบวัตถุวิสัย (objective worthiness) และการมีส่วนร่วมที่ออกดอกออกผล
วูล์ฟมองว่ามนุษย์ปรารถนาการเติมเต็ม และเราชื่นชมคนที่ใช้ชีวิตอย่างออกดอกออกผล ทุ่มเททำในสิ่งที่เขารัก และสิ่งนั้นคู่ควรกับการทุ่มเทของเขา
บางส่วนจาก คำนำของสตีเฟน มาเซโด
เรื่องเล่าจากชุมชน
เขียนรีวิว ↗
ประสบการณ์จากผู้ใช้
เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์
ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น