ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
หนังสือ 'ความหมายของชีวิต' ของซูซาน วูล์ฟ
Books & Magazines

หนังสือ 'ความหมายของชีวิต' ของซูซาน วูล์ฟ

฿220.00
ราคาอ้างอิงจากข้อมูลเดิม 10/09/2026 13:25 โปรดเช็กราคาปัจจุบันที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

หนังสือ 'ความหมายของชีวิต' ของ ซูซาน วูล์ฟ แปลโดย ธีรภัทร รื่นศิริ เข้าเล่มปกอ่อนจำนวน 176 หน้า ขนาด 16 หน้ายกพิเศษ (14.3 x 21 x 2.4 cm.) ปกอ่อน สัน 1 cm. แปลจากหนังสือ 'Meaning in Life and Why It Matters' by Susan Wolf “ความหมายชีวิตไม่ใช่เรื่องส่วนตัว” นี่อาจจะเป็นข้อเสนอของซูซาน วูล์ฟ (Susan Wolf) ที่ผู้อ่านคันปากอยากถกเถียง หลายๆ คนอาจมองว่าความหมายชีวิตเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องของการตามหาและทำตามความหลงใหล (passion) บางคนอาจจะถามว่า “ถ้าฉันชอบวาดภาพ การวาดภาพสัปดาห์ละชั่วโมงทำให้ฉันมีความสุข ชีวิตฉันก็มีความหมายแล้วไม่ใช่หรือ” วูล์ฟเห็นด้วยว่า ความหลงใหลเป็นส่วนสำคัญของความหมายชีวิต ชีวิตที่ขาดความหลงใหลคือชีวิตที่ขาดความหมาย แต่ความหลงใหลอย่างเดียวไม่พอที่จะทำให้ชีวิตมีความหมาย การไม่สามารถทำตามความหลงใหลได้จะหักอกคุณ หากคุณเติบโตในสังคมที่กล่อมเกลาให้คุณเชื่อว่า “การวาดภาพเป็นอภิสิทธิ์ของคนมีเงิน คนจนอย่างฉันควรเอาเวลาไปหางานพิเศษช่วยพ่อแม่หาเงิน” ก็เท่ากับสังคมสอนให้คุณอกหัก ให้ชีวิตคุณขาดความหมาย ความหมายชีวิตจึงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอย่างที่หลาย ๆ คนคิด วูล์ฟยังเสนออีกว่า การที่คุณมีความหลงใหลและทำตามความหลงใหลได้ ไม่ได้แปลว่าชีวิตของคุณมีความหมาย คุณอาจถูกเลี้ยงดูกล่อมเกลาจนมีความหลงใหลที่จะปรนนิบัติรับใช้สามี ยอมให้เขาทุบตีระบายอารมณ์ ซึ่งพวกเราส่วนใหญ่คงไม่อยากยอมรับว่าการทำตามความหลงใหลแบบนี้เพิ่มความหมายให้ชีวิต ดังนั้นวูล์ฟจึงเสนอองค์ประกอบที่สามของชีวิตที่มีความหมาย ซึ่งก็คือ ความหลงใหลต้องเป็นความหลงใหลต่อสิ่งที่คู่ควร เราต้องมีเสน่หาต่อสิ่งที่มีเสน่ห์จริงๆ บางส่วนจาก คำนำผู้แปล คำอธิบายของวูล์ฟเรื่องความหมายในชีวิตจากมุมของการทำงานศิลปะ รวมไปถึงการวาดภาพและเราต่างแสวงหาความหมายในชีวิต รวมทั้งตระหนักได้ว่าชีวิตขาดความหมายผ่านความรู้สึกเบื่อหน่าย ซึมเซา แปลกแยก และไม่มีแก่ใจจะทำอะไร แต่อะไรเล่าคือความหมายในชีวิต มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของความเข้าใจหรือเป้าหมายอื่นๆ หรือไม่ การแยกมันออกมาเป็นหัวข้อหนึ่งมีประโยชน์ในการขบคิดเรื่องชีวิตที่ดี ชีวิตที่คู่ควรกับการดำรงอยู่หรือไม่ การอยากให้ตัวเองมีความหมายในชีวิตเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและไม่ขัดแย้งในตัวเองหรือไม่ วูล์ฟพยายามแจกแจงและยืนยันว่า การมีความหมายเป็นมิติที่โดดเด่นของชีวิตที่ดี โดยแยกออกจากอีกสองมิติ นั่นคือ ความสุข (ซึ่งคนมักเชื่อมโยงกับการทำเพื่อตนเองจากการชั่งน้ำหนักผลประโยชน์) และจริยธรรม (ซึ่งคนมักเชื่อมกับความห่วงใยเพื่อนมนุษย์โดยไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย) วูล์ฟมองว่าการมีความหมายไม่ใช่ทั้งสองมิตินี้ แต่เป็นสิ่งพึงปรารถนาและจำเป็นต่อชีวิตที่น่าพึงพอใจ เราเข้าใจความหมายชีวิตได้ดีที่สุดในรูปการเติมเต็มอย่างเหมาะสม (Fitting Fulfillment) เธอกล่าวว่า “ความหมายชีวิตเกิดขึ้นเมื่อความหลงใหลแบบอัตวิสัยของคนพานพบกับความดึงดูดแบบวัตถุวิสัย และเราสามารถทำบางอย่างเกี่ยวกับหรือร่วมกับสิ่งนั้นๆ ได้” องค์ประกอบที่สำคัญทั้งสามคือ ความหลงใหลแบบอัตวิสัย (subjective attraction) การมีคุณค่าแบบวัตถุวิสัย (objective worthiness) และการมีส่วนร่วมที่ออกดอกออกผล วูล์ฟมองว่ามนุษย์ปรารถนาการเติมเต็ม และเราชื่นชมคนที่ใช้ชีวิตอย่างออกดอกออกผล ทุ่มเททำในสิ่งที่เขารัก และสิ่งนั้นคู่ควรกับการทุ่มเทของเขา บางส่วนจาก คำนำของสตีเฟน มาเซโด
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น