ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
ต้นกล้าเปปิโนเมล่อน พันธุ์สีเขียว/ต้นสวยแข็งแรง
Home & Living

ต้นกล้าเปปิโนเมล่อน พันธุ์สีเขียว/ต้นสวยแข็งแรง

฿20.00
ราคาอ้างอิงจากข้อมูลเดิม 10/09/2026 08:59 โปรดเช็กราคาปัจจุบันที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

เปปิโนเมล่อน (Pepino Melon) เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่น่าสนใจมากค่ะ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Solanum muricatum อยู่ในตระกูลเดียวกันกับมะเขือ มะเขือเทศ และมันฝรั่ง ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเปปิโนเมล่อน: ชื่อเรียกอื่น: บางครั้งถูกเรียกว่า มะเขือหวาน หรือ Sweet Ginseng Fruit ลักษณะผล: มีรูปร่างคล้ายไข่หรือรูปหยดน้ำ ผิวมีสีเหลืองทองและมีลวดลายเป็นริ้วสีม่วง/เขียว/เหลืองตามสายพันธุ์ รสชาติ: มีรสชาติหวานหอมคล้ายเมล่อนผสมแตงกวา และมีกลิ่นคล้ายกล้วยเล็กน้อย เนื้อฉ่ำน้ำ คุณประโยชน์: เป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ มีวิตามินสูง ช่วยบำรุงสุขภาพหลายด้าน เช่น บำรุงกระดูก ลดอาการโรคเบาหวาน (ช่วยเพิ่มอินซูลินให้ตับ) บำรุงหัวใจ และช่วยรักษาโรคลำไส้อักเสบ การปลูก: สามารถปลูกได้ในสภาพอากาศของประเทศไทย ทั้งในกระถางหรือลงแปลงดิน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ก็มีการปลูกกันอย่างแพร่หลาย เปปิโนเมล่อนเป็นผลไม้ที่ปลูกง่ายกว่าที่คิด และสามารถปลูกได้ดีในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีอากาศเย็นหรือมีแดดรำไรค่ะ วิธีการปลูกเปปิโนเมล่อน (Pepino Melon) 1. การขยายพันธุ์ เปปิโนเมล่อนสามารถขยายพันธุ์ได้ 2 วิธีหลัก คือ: การเพาะเมล็ด: เตรียมเมล็ด: นำเมล็ดไปล้างน้ำอุ่นเพื่อล้างเมือกออก บ่มเมล็ด: นำเมล็ดวางบนกระดาษชำระที่พรมน้ำให้ชุ่มในภาชนะที่มีฝาปิด ทิ้งไว้ประมาณ 5 วัน เมล็ดจะเริ่มงอก ลงปลูก: นำเมล็ดที่งอกแล้วปลูกลงในกระถางเล็กหรือถาดเพาะ โดยใช้ดินหมักเนื้อละเอียด รดน้ำวันละครั้ง วางไว้ในที่ร่มแดดรำไรประมาณ 15 วัน ต้นกล้าจะเริ่มแข็งแรง การปักชำกิ่ง: เป็นวิธีที่นิยม เพราะได้ต้นที่แข็งแรงและให้ผลผลิตเร็ว ใช้กิ่งตอนหรือกิ่งที่ปักชำจนรากเดินแข็งแรงแล้ว 2. การเตรียมดินและการปลูก ลักษณะดิน: เปปิโนเมล่อน ไม่ชอบดินแฉะ ควรใช้ดินที่ระบายน้ำได้ดี เช่น ดินหมักผสมปุ๋ยมูลไส้เดือนหรือวัสดุปลูกที่โปร่ง ภาชนะ/แปลงปลูก: ปลูกในกระถาง: ใช้กระถางขนาด 12-15 นิ้ว หรือใช้วงส้วม/วงบ่อ ปลุดลงแปลง: ขึ้นแปลงปลูก เว้นระยะห่างระหว่างแปลงประมาณ 1x1 เมตร การลงต้นกล้า: ระยะห่างระหว่างต้น: ประมาณ 30x30 ซม. (สำหรับการปลูกในแปลง) รองพื้นหลุม: ก่อนปลูกให้รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยสูตร 16-20-0 หรือ ปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยคอก เล็กน้อย แล้วกลบปุ๋ยก่อนนำต้นกล้าลงปลูก 3. การดูแลรักษา แสงแดดและอุณหภูมิ: ชอบแสงแดด แต่ไม่ควรเป็นแดดจัดที่แรงเกินไป (โดยเฉพาะช่วงบ่าย) หากแดดจัดมากอาจต้องกาง สแลนสีเขียว เพื่อกรองแสงเหลือประมาณ 70% จะช่วยเพิ่มอัตราการติดดอกได้ ชอบอากาศเย็น (จึงเติบโตได้ดีในภาคเหนือ แต่ก็ปลูกในภาคอื่นๆ ได้เช่นกัน) การให้น้ำ: รดน้ำอย่างสม่ำเสมอ แต่ระวังอย่าให้ดินแฉะหรือมีน้ำขัง เพราะเปปิโนเมล่อนไม่ชอบดินแฉะ การใส่ปุ๋ย: หลังจากปลูกและต้นแข็งแรงดีแล้ว ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 15-15-15 เพื่อบำรุง การคลุมดิน: ควรคลุมดินด้วยฟางแห้งเพื่อรักษาความชื้น (แต่ต้องระวังอย่าให้ฟางชื้นจนเกินไปเพราะอาจเกิดเชื้อรา) การผสมเกสร: หากมีการติดดอก ควรปล่อยให้ผึ้งหรือแมลงมาตอมดอก เพื่อช่วยในการผสมเกสรตามธรรมชาติ ระยะเวลา ใช้เวลาในการปลูกจนเก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณ 4 เดือน นับตั้งแต่การเพาะเมล็ดหรือนำต้นกล้าลงปลูก มีส่วนไหนที่คุณต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมไหมคะ เช่น วิธีการขยายพันธุ์ด้วยการปักชำ หรือการดูแลเรื่องโรคและแมลง?
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น