รู้จักสินค้านี้
Material : 70d Ripstop Coatblack
Size : 4.5x5
Shape : ผืนผ้า
weight : 2.19 kg
thickness : 0.14 mm.
Waterproof : 5,000mm.
package size : 20cm.x30cm.
*สินค้าพร้อมส่ง
*สินค้าไม่รวมอุปกรณ์ มีผ้าและถุงใส่
*สินค้า TARP ขนาดจะเล็กกว่าตามแบบอ้างอิง หลังการตัดเย็บเสร็จ
เจาะลึกผ้า Tarp 70D Coat Black โครงสร้าง Ripstop ฟลายชีทไทยที่สายแคมป์ปิ้งต้องมี!
แดดเมืองไทยไม่เคยปรานีใคร และฝนก็มักจะมาแบบไม่ทันตั้งตัว สำหรับสายลุยป่าและกางเต็นท์ ไอเทมที่เปรียบเสมือนหลังคาบ้านคงหนีไม่พ้น "ฟลายชีท (Flysheet)" หรือ "ทาร์ป (Tarp)" แต่ในตลาดบ้านเรามีให้เลือกมากมาย ในฐานะที่เราเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านผ้าใบ วันนี้เราจะพาทุกคนไปเจาะลึกนวัตกรรมผ้า Tarp ที่กำลังมาแรงที่สุดในกลุ่ม ฟลายชีทไทย นั่นคือ ผ้า Polyester Ripstop 70D เคลือบ Coat Black (Black Coating) ที่มาพร้อมคุณสมบัติกันแดด 90% และกันน้ำสูงถึง 5,000 มม. มาดูกันว่าทำไมสเปกนี้ถึงตอบโจทย์บ้านเราที่สุดครับ
สเปกนี้มีความหมายอย่างไร? ทำไมถึงเหนือกว่าผ้าทั่วไป
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญทางด้านผ้าใบ สเปกผ้าชุดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสู้กับสภาพอากาศแบบมรสุมเขตร้อนชื้นโดยเฉพาะ:
-70D Polyester Ripstop: ตัวเลข 70D (Denier) คือความหนาของเส้นใยที่กำลังพอดี ไม่หนักเกินไปจนแบกยาก แต่สิ่งที่พิเศษคือการทอแบบ Ripstop (สังเกตได้จากลายตารางเล็ก ๆ บนเนื้อผ้า) ซึ่งเป็นการทอเสริมด้ายหนาเป็นล็อก ๆ ทำให้ผ้าเหนียว ทนทานต่อแรงลม และหากเกิดรอยฉีกขาด รอยนั้นจะไม่รันหรือขยายวงกว้าง
-Coat Black กันแดด 90%: การเคลือบสารสีดำ (Black Coating) ใต้ผืนทาร์ป มีคุณสมบัติในการบล็อกแสงแดดและรังสี UV ได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยลดอุณหภูมิใต้ฟลายชีทได้ดีกว่าการเคลือบสีเงิน (Silver Coating) แบบเก่า ทำให้คุณนั่งพักผ่อนได้อย่างเย็นสบาย
-กันน้ำสูงถึง 5,000 มม.: ค่าการกันน้ำ (Waterproof Rating) ระดับ 5,000 มม. ถือว่าสูงมาก (ความแรงระดับพายุฝนเขตร้อนทั่วไปใช้แค่ 2,000-3,000 มม. ก็เอาอยู่แล้ว) สเปกนี้จึงรับประกันได้ว่า ต่อให้เจอฝนตกหนักตลอดทั้งคืน น้ำก็ไม่มีทางซึมผ่านเนื้อผ้าลงมาแน่นอน
คู่มือการดูแลรักษา "ฟลายชีทเคลือบ PU" ให้ทนทาน ท้าแดด ท้าฝน อยู่คู่แคมป์ไปนานปี
ฟลายชีท (Flysheet) โดยเฉพาะผ้าเคลือบ Polyurethane (PU) เพราะกันฝนได้ดีเยี่ยมและน้ำหนักเบา แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนชื้นของบ้านเรา หากดูแลไม่ถูกวิธี สารเคลือบ PU อาจเสื่อมสภาพจนเหนียวหรือหลุดลอกได้
เรามีเคล็ดลับการดูแลรักษาแบบมืออาชีพมาฝากครับ
1. การทำความสะอาดอย่างถูกวิธี (Cleaning)
"เลี่ยงสารเคมี รักษาเนื้อผ้า"
ฉีดน้ำไล่สิ่งสกปรก: ใช้เพียงน้ำสะอาดฉีดล้างคราบฝุ่นหรือเศษใบไม้
ใช้ฟองน้ำนุ่ม: หากมีคราบฝังลึก ให้ใช้ฟองน้ำหรือผ้านุ่มๆ เช็ดเบาๆ ห้ามใช้แปรงขนแข็งขัด เพราะจะทำให้สารกันน้ำเสียหาย
สบู่อ่อนๆ เท่านั้น: หากเลอะคราบหนัก (เช่น ขี้นกหรือยางไม้) ให้ใช้น้ำสบู่อ่อนผสมน้ำจางๆ เช็ดเฉพาะจุด แล้วล้างออกให้สะอาดทันที
คำเตือน: ห้ามซักด้วยเครื่องซักผ้า และ ห้ามใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มหรือสารฟอกขาว โดยเด็ดขาด
2. การทำให้แห้งคือหัวใจสำคัญ (Drying)
"ความชื้นคือศัตรูเบอร์หนึ่ง"
ตากในที่ร่ม ลมโกรก: ควรนำมาขึงตากในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
เลี่ยงแดดจัด: การตากแดดแรงๆ เป็นเวลานานจะทำให้สารเคลือบ PU เสื่อมสภาพเร็วและผ้ากรอบ
เช็คความแห้งสนิท: ก่อนพับเก็บ ต้องมั่นใจว่าผ้า แห้งสนิท 100% รวมถึงตามตะเข็บ เชือก และตัวล็อคต่างๆ เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ
3. เทคนิคการเก็บรักษา (Storage)
"เปลี่ยนรอยพับ ยืดอายุการใช้งาน"
สลับตำแหน่งการพับ: ไม่ควรพับตามรอยเดิมซ้ำๆ เพราะจะทำให้เกิดรอยหักของสารเคลือบ แนะนำให้เปลี่ยนตำแหน่งพับ หรือใช้การม้วนเบาๆ แทน
ที่เก็บต้องไม่อบอ้าว: ควรเก็บฟลายชีทไว้ในที่แห้งและเย็น หลีกเลี่ยงการเก็บในรถที่จอดตากแดด หรือห้องเก็บของที่ร้อนจัด เพราะความร้อนจะทำให้สาร PU ละลายและทำให้ผ้าเหนียวติดกัน
รายละเอียดการรับประกันและบริการหลังการขายFlysheetThai
เพื่อให้คุณกางเต็นท์ได้อย่างมั่นใจในทุกทริป FlysheetThai ขอมอบการรับประกันคุณภาพสินค้าและการบริการดูแลตลอดอายุการใช้งาน ดังนี้ครับ
1. การรับประกันสินค้าใหม่
การรับประกันสารเคลือบ (1 ปี): หากสารเคลือบเสื่อมสภาพภายใน 1 ปี นับจากวันที่ซื้อ เปลี่ยนผืนใหม่ให้ทันที
พบปัญหาภายใน 7 วัน: หากได้รับสินค้าไม่สมบูรณ์หรือมีข้อผิดพลาดจากการผลิต เปลี่ยนสินค้าใหม่ให้ภายใน 7 วัน
2. บริการซ่อมแซม (ฟรีค่าแรงตลอดอายุการใช้งาน)
หากใช้งานเกิน 7 วันไปแล้ว และเกิดความเสียหายจากการใช้งาน เราดูแลซ่อมแซมให้ฟรีในจุดสำคัญ:
ซ่อมฟรี: หูดึง, ตาไก่, เทปซีล, มุม และขอบผ้า (ฟรีตลอดอายุการใช้งาน)
กรณีผ้าขาดเป็นรู: * ขนาดรอยขาด ไม่เกิน 30 cm ต่อจุด: บริการปะซ่อมให้ฟรี
ขนาดรอยขาด ใหญ่เกิน 30 cm: หากต้องการเปลี่ยนชิ้นผ้าใหม่ จะมีค่าใช้จ่ายตามจริง (คำนวณตามหน้าผ้าและความยาว)
ขั้นตอนและเงื่อนไขการส่งซ่อม
วิธีที่ 1: เดินทางมาซ่อมด้วยตัวเองที่บริษัท สามารถนำสินค้าเข้ามาให้เจ้าหน้าที่ดูแลได้ตามวันและเวลาทำการ:
วันทำการ: จันทร์ - เสาร์
เวลาทำการ: [09.00 - 18.00 น.]
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ: 093-139-4729
วิธีที่ 2: ส่งซ่อมผ่านบริการขนส่ง กรณีไม่สะดวกเดินทางมาด้วยตัวเอง สามารถส่งสินค้ามาตามที่อยู่ของบริษัทได้ โดยมีเงื่อนไขค่าจัดส่งดังนี้:
ค่าส่งมาซ่อม: ลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งสินค้ามายังบริษัท
ค่าส่งกลับ: ทางบริษัทจะเรียกเก็บ ค่าจัดส่งกลับตามจริง หลังจากดำเนินการซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว
#tent #RipStop #hammock #ultralight #ultralightgear #ฟลายชีท #ฟลายชีทไทย #เปล #เดินป่า #เดินป่า #เดินป่าไทย #ทาร์ปเปล #กราวชีท #ผ้าปูเต็นท์ #แผ่นรองเต็นท์ #ผ้าใบ #ผ้ากันฝน #กันแดด #groundsheet #tarp