ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
ต้นกล้า สตอเบอรี่ พันธุ์ ราบิด้าพิงค์ **ดอกสีชมพู** รากแน่นต้นแข็งแรงมาก ปลูกง่าย ไหลออกดีมาก สามารถปลูกคลุมพื้นได้
Home & Living

ต้นกล้า สตอเบอรี่ พันธุ์ ราบิด้าพิงค์ **ดอกสีชมพู** รากแน่นต้นแข็งแรงมาก ปลูกง่าย ไหลออกดีมาก สามารถปลูกคลุมพื้นได้

฿20.00
ข้อมูลราคาจาก Feed ล่าสุด 21/09/2026 01:05

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

สตรอว์เบอร์รี ราบิด้าพิ้งค์ 1. รากแน่นแข็งแรงปลูกง่าย 2. ทนต่อโรคดูแลง่าย 3. ไหลออกดีออกเยอะมาก ขยายพันธุ์ง่าย (สำหรับแยกต้นกล้าเพิ่ม หรือ สำหรับคุมพื้นได้) 4. ช่วงทำดอก ดอกจะดกมาก(ต้องบำรุงให้ดีเพราะต้นอาจโทรมได้ ) 5. รสชาติจะมีกลิ่นหอม เนื้อจะนุ่มละมุนๆ ผลจะไม่ใหญ่มากเนื่องจากออกผลดก **สตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์ ราบิด้า พิ้งค์ (Rabida Pink)** เป็นสายพันธุ์สตรอว์เบอร์รีไม้ประดับและกินผล ที่จุดเด่นคือ **“ดอกมีสีชมพูสดใส”** แตกต่างจากสตรอว์เบอร์รีทั่วไปที่มักมีดอกสีขาว ผลมีรสชาติหวานเปรี้ยวกลมกล่อมและติดผลดกครับ ## ที่มาของสายพันธุ์ (Origin) ตระกูลสายพันธุ์ **ราบิด้า (Rábida / Rabida FNM)** มีจุดเริ่มต้นมาจากการพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์โดยสถาบันวิจัยพืช **Fresas Nuevos Materiales S.A. ในเมืองเวลวา (Huelva) ประเทศสเปน** ซึ่งเป็นแหล่งปลูกสตรอว์เบอร์รีที่สำคัญของยุโรป ดั้งเดิมพันธุ์ราบิด้าถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นสตรอว์เบอร์รีที่ติดผลเร็ว ผลทรงกรวยสวย ทนต่อสภาพอากาศอบอุ่น และส่งกลิ่นหอมแรง ต่อมาได้มีการพัฒนาและผสมพันธุ์ต่อยอดกลุ่มสตรอว์เบอร์รีดอกสีชมพู (Pink-flowered strawberry) จนออกมาเป็น **"Rabida Pink"** ที่ได้ทั้งความสวยงามของดอกไม้ประดับสวนและได้เก็บผลรับประทาน ## วิธีการดูแลรักษาต้นกล้า "ลาบิด้าพิ้งค์" เนื่องจากต้นกล้ายังเล็กและปรับตัวกับสภาพอากาศ การดูแลช่วงแรกจึงสำคัญมาก ดังนี้ครับ: ### 1. แสงแดดและการจัดวาง * **ต้นกล้าเพิ่งย้ายปลูก:** ควรวางในที่ร่มรำไร หรือพรางแสง 50% ประมาณ 5–7 วัน เพื่อให้ระบบรากตั้งตัว * **เมื่อต้นแข็งแรงแล้ว:** สตรอว์เบอร์รีชอบแดด ควรได้รับแสงแดดอย่างน้อย **6 ชั่วโมงต่อวัน** เพื่อช่วยเร่งการสังเคราะห์แสง ทำให้ดอกสีชมพูสดและผลมีรสหวาน ### 2. การรดน้ำและการระบายน้ำ * **การรดน้ำ:** รดน้ำวันละ 1 ครั้ง ช่วงเช้าตรู่ (หรือรดเมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง) * **ข้อระวัง:** **ห้ามรดน้ำโดนดอกและผลโดยตรง** เพื่อป้องกันดอกร่วงและผลเน่า ให้รดที่บริเวณโคนต้นหรือรดลงดินโดยตรง * **วัสดุปลูก:** ดินต้องระบายน้ำได้ดีมาก ไม่ให้น้ำขัง (ผสมดินใบก้ามปู + กาบมะพร้าวสับ + เพอร์ไลต์/ขุยมะพร้าว) ### 3. การใส่ปุ๋ยบำรุง * **ระยะเร่งต้น/ใบ (หลังย้ายปลูก 2 สัปดาห์):** ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ (เช่น 15-15-15 หรือ 16-16-16) ปริมาณน้อยๆ ทุกๆ 10-14 วัน หรือใช้ปุ๋ยหมักออร์แกนิก * **ระยะเริ่มติดดอกและผล:** เปลี่ยนมาเน้นปุ๋ยที่มีโพแทสเซียมสูง (เช่น 8-24-24 หรือปุ๋ยบำรุงผล) เพื่อเร่งให้ผลโต รสชาติหวาน และขั้วดอกแข็งแรง ### 4. การตัดแต่งและการดูแลทรงพุ่ม * **คลุมหน้าดิน:** นำฟางข้าวหรือกาบมะพร้าวสับมาคลุมรอบโคนต้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผลสัมผัสกับดินโดยตรง (ลดความเสี่ยงเชื้อราและผลเน่า) * **ตัดแต่งใบ:** หมั่นตัดใบแก่ ใบเหลือง หรือใบที่มีจุดสีน้ำตาลออก เพื่อลดการสะสมของโรคพืชและช่วยให้อากาศถ่ายเท * **การจัดการสาย/ไหล (Runner):** หากต้นกล้ายังเล็กแต่เริ่มส่งไหล ให้ตัดสายไหลทิ้งก่อน เพื่อให้ต้นสะสมอาหารไปเลี้ยงลำต้น ออกดอกชมพู และติดผลได้อย่างสมบูรณ์
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น