ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
A&R Tewa Bucha พระนารายณ์บาลาจี4นิ้ว(สุ่มสี)
Home & Living

A&R Tewa Bucha พระนารายณ์บาลาจี4นิ้ว(สุ่มสี)

฿759.00
ข้อมูลราคาจาก Feed ล่าสุด 21/09/2026 00:10

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

A&R Tewa Bucha พระนารายณ์บาลาจี4นิ้ว(คละสี) เอาสีอะไรแจ้งในแชต (ถ้าสีนั้นไม่มีทางร้านจะจัดสีที่มีอยู่ในสต๊อกให้ค่ะ) #พระนารายณ์ #ปางร่ำรวย #บาลาจี สูง 4 นิ้ว #พระนารายณ์บาลาจี #พระเวงกเฏศวร #VENKATESHWARA #वें เทพเจ้าผู้ปลดเปลื้องบาปแห่งกลียุค.......พระเวงกเฏศวรนั้นในประเทศไทยเรานั้นยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันเท่าใดนัก แต่ที่ประเทศอินเดียนั้นเป็นเทพเจ้าที่ได้รับความเคารพนับถือกันอย่างมากมาย แม้กระทั้งในญี่ปุ่นและเนปาลเองซึ่งเป็นประเทศที่นับถือศาสนาพุทธก็ยังมีผู้คนให้ความนับถือกันมาก โดยถือว่าเป็นดั่งพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งในกลียุคของพุทธศาสนาเลยก็มี #พระเวกเฏศวร นั้นเป็นคำที่ผสมระหว่างคำ 3 คำคือคำว่า “เวง” ที่แปลว่า บาป, คำว่า “กฎะ” ที่แปลว่า ทำลายหรือปลดเปลื้อง กับคำว่า “อิศวร” ที่แปลว่า พระเจ้าหรือผู้ยิ่งใหญ่ รวมความจะหมายถึง พระผู้เป็นเจ้าที่ปลดเปลื้องบาปให้แก่เหล่ามวลมนุษย์นั่นเอง มหาเทพอีกองค์ที่ยังไม่ได้ไปพิสูจน์คือพระนารายณ์ ฤษีภฤคุจึงรีบตรงไปยังไวกูณฐ์โลกในทันที พอไปถึงก็พบว่าพระนารายณ์นั้นกำลังบรรทมสินธุ์อยู่ โดยมีพระลักษมีเทวีคอยพัดวีบีบนวดให้ ก็ไม่รอช้า ตรงเข้าไปปลุกพระนารายณ์ด้วยการเอาเท้าเตะไปยังพระวรกายของพระวิษณุ ปรากฏว่าเมื่อเตะไปแล้วเหมือนดั่งฤษีภฤคุเตะไปยังหินผา ทำเอาฤษีภฤคุถึงกับเท้าเคล็ดล้มลงมาร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด ฝ่ายพระนารายณ์ได้ยินเช่นนั้นก็รีบตื่นบรรทมมาช่วยบีบนวดให้ฤษีภฤคุหายจากความเจ็บปวด โดยไม่ถือสาในสิ่งที่ฤษีภฤคุได้กระทำไป พระลักษมีเห็นดังนั้นก็ทรงกริ้วพระนารายณ์ว่า ฤษีภฤคุทำกับสวามีของพระนางขนาดนั้นแต่พระนารายณ์ทำไมต้องไปทำดีกับฤษีภฤคุด้วย แทนที่จะทำโทษกลับก้มลงไปแนบเท้าฤษีภฤคุเพื่อบีบนวด แถมยังขอโทษขอโพยที่ทำให้ฤษีภฤคุต้องมาเจ็บเท้าอีก จึงต่อว่าพระนารายณ์ พระนารายณ์จึงตรัสห้ามพระลักษมีเทวีว่ามิให้กล่าวโทษฤษีภฤคุเช่นนั้น ทำให้พระลักษมีกริ้วมาก ถึงกับประชดด้วยการหนีออกจากไวกูณฐ์โลก ลงมาสถิตอยู่ ณ โลกมนุษย์เลยทีเดียว เมื่อพระลักษมีหนีลงมายังโลกมนุษย์พระนารายณ์ก็เสด็จลงมาเพื่อตามพระลักษมีกลับเช่นกัน ด้วยการลงมาสถิตในใต้โลกเป็นฤษี ณ ดินแดนที่ครั้นหนึ่งพระองค์เคยอวตารลงมาเป็นหมูป่า (วราหาวตาร) โดยสถานที่ตรงที่ลงมาสถิตนั้นเคยเป็นที่ที่พระนารายณ์ในรูปหมูป่าเคยมาอยู่อาศัยร่วมรักกับพระแม่ธรณี ซึ่งบางท่านก็ถือว่าเป็นอวตารหนึ่งของพระลักษมีเทวีเช่นกัน เมื่อเวลาผ่านไปเนินนานพระลักษมีจึงทรงพระทัยอ่อนยอมเข้าใจพระนารายณ์แล้วยอมกลับยังไวกูณฐ์โดยดี จากตรงนี้เองพระนารายณ์ได้ตรัสว่าพระองค์จะลงมาเพื่อปลดเปลื้องบาปให้แก่มวลมนุษย์อีกครั้งในกลียุค ในรูปของพระปฏิมา โดยยกตัวอย่างถึงการที่ฤษีภฤคุได้กระทำกับพระองค์ ถึงแม้จะเป็นบาปอันมหันต์ก็ตาม แต่เมื่อเขาผู้นั้นเป็นสาวกของพระองค์แล้วพระองค์ย่อมงดบาปให้แก่เขาผู้นั้นได้เสมอ อีกทั้งในมหาภารตยุทธนั้นได้มีพราหมณ์ถามพระกฤษณะว่าเมื่อสิ้นพระกฤษณะไปแล้วจะเข้าสู่กลียุค แล้วจะมีพระองค์ใดเสด็จลงมาเพื่อปลดเปลื้องบาปให้แก่มวลมนุษย์อีกเล่า พระกฤษณะก็ตรัสว่าพระองค์นั่นแหละจะเสด็จลงมาในภาคพระปฏิมานามว่า "พระเวงกเฏศวร" พระเวงกเฏศวรนั้นมีหลายพระนามด้วยกัน เช่น พลาชิ, ศรีนิวาส, เวงกฏปติ, เวงกฤนารถ, ศรีติรุปติ เพราะพระองค์นั้นจะเป็นเทพเจ้าที่สถิตอยู่ท่ามกลางขุนเขาทั้ง 7 บรรพต โดยแต่ละเนินเขาจะมีสาวกของพระองค์สถิตอยู่ดังนี้ คือ พระอุมาเทวี (ในฐานะน้องสาว), พญาครุฑ, อนันตนาคราช, หนุมาน, วัวนนทิ, พรหมฤานารท และธันวันตรี (แพทย์สวรรค์ผู้ทูลหม้อน้ำอมฤตขึ้นมาจากการกวนเกษียรสมุทร) รูปลักษณ์ปฏิมาของพระเวงกเฏศวรนั้นจะมี 4 กร โดย 2 กรบนจะทรงถือจักรกับสังข์ ส่วนอีก 2 กรล่างจะอยู่ในท่าประทานพรและอีกกรจะแนบเข้าหาพระวรกาย จะทรงมงกุฏสูงแบบอินเดียใต้ ที่พระนลาฏจะมีรูปเครื่องหมายของนิกายไวษณพนิกายเป็นสัญลักษณ์ ส่วนการเรียกแยกระหว่างพระเวงกเฏศวรกับพระพลาชินั้น มีเรื่องเล่าว่าครั้นหนึ่งพระองค์ ได้ทำการปลดเปลื้องบาปให้แก่พราหมณ์ 2 ผัวเมียด้วยการให้ 2 ผัวเมียนั้นขุดดินมาปั้นเป็นพระปฏิมาของพระองค์ขึ้น โดยถ้าอยากได้บุญเต็มๆ เฉพาะตนต้องช่วยกันทำแค่ 2 คนห้ามให้คนอื่นมาช่วย แล้วพระองค์นั้นก็ทรงลองในของพราหมณ์ 2 ผัวเมียด้วยการแปลงเป็นเด็กไปขอแบ่งบุญด้วยการช่วยสร้างพระปฏิมา ฝ่ายภรรยาพราหมณ์เห็นว่าบุญนั้นยิ่งช่วยกันทำมากยิ่งได้บุญเพิ่ม แต่ฝ่ายสามีมองว่าจะให้คนอื่นมาแบ่งปันบุญของตนเองไปได้เช่นไร จึงไม่ยินยอม แต่เมื่อพราหมณ์ผู้เป็นสามีเผลอภรรยาก็แอบให้เด็กผู้นั้นช่วยขุดดินร่วมทำบุญด้วยกัน จนมาวันหนึ่งพราหมณ์ผู้เป็นสามีมาพบเห็นก็โกรธว่าเด็กผู้นั้นมาแย่งบุญของตนจึงขับไล่และตีเด็กผู้นั้นด้วยจอบ ทำให้เด็กคนนั้นคางแตก วิ่งหนีเข้าไปในเทวลัยของพระนารายณ์ พราหมณ์สามีตามเข้าไปก็ไม่พบเด็กผู้นั้น พบแต่เทวรูปที่ตนสร้างนั้นเกิดมีเลือดออกที่พระชานุ (คาง) ด้วยความตกใจจึงรีบหาวัสดุมาอุดแต่ทำอย่างไรเลือดนั้นก็ไม่หยุดไหล จนในที่สุดพราหมณ์ผู้เป็นสามีก็นึกขึ้นได้ว่าเด็กคนนั้นต้องเป็นพระนารายณ์จำแลงมาลองใจตนเป็นที่แน่แท้ จึงเฝ้าขอขมาแด่พระนารายณ์ในความงกผลบุญของตนโดยไม่เผื่อแผ่ผู้อื่น สุดท้ายด้วยความสำนึกผิด และการเอาจอบไปฟาดโดนคางของพระนารายณ์จำแลง พราหมณ์สามีจึงได้ถอดเอาจอบนั้นไปติดที่คางของเทวรูป ปรากฏว่าเลือดนั้นก็หยุดไหลในทันที และจอบนั้นก็ติดแน่ไม่หลุดออกมาอีกเลย ตั้งแต่นั้นมาจึงเกิดคติการเรียกพระนามของพระนารายณ์ในปางนี้ว่า ถ้าที่พระชานุไม่มีรูปคล้ายจอบติดจะมักเรียกว่า “พระพลาชิ” หรือที่คนไทยมักเรียกกันว่า “นารายณ์บาลายี” นั่นเอง ส่วนถ้ามีรูปคล้ายจอบหรือแต้มขาวติดที่พระชานุจะเรียกกันว่า “พระเวงกเฏศวร” นับแต่นั้นมา และทั้ง 2 ปางนี้ก็ยังถือว่าเป็นพระเจ้าผู้ปลดเปลื้องบาป ให้แก่เหล่าสาวกของพระองค์เหมือนกัน #บาลาจี #พระนารายณ์
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น