ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
ชุดวัดค่าน้ำ VASTOCEAN สำหรับตู้ปลาทะเลตู้ไม้น้ำและตู้ปลาน้ำจืด NO2 NO3 PH PO4 NH3 CA Mg KH Cu
Pets

ชุดวัดค่าน้ำ VASTOCEAN สำหรับตู้ปลาทะเลตู้ไม้น้ำและตู้ปลาน้ำจืด NO2 NO3 PH PO4 NH3 CA Mg KH Cu

฿285.00
ข้อมูลราคาจาก Feed ล่าสุด 20/09/2026 09:14

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

NO2 ไนไตรต์ (Nitrite) ใช้ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม NO2 เป็นสารที่มีพิษสูง ซึ่งส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อทั้งปลาและปะการัง จนอาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ ในช่วงแรกของการตั้งตู้จึงจำเป็นต้องคอยตรวจวัดระดับ NO2 และต้องรอให้ค่าลดลงเหลือ 0 เท่านั้นถึงจะเริ่มลงสิ่งมีชีวิตได้! NO3 ไนเตรต (Nitrate) ใช้ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม NO3 เป็นสารที่เกิดจากการย่อยสลายของ NO2 เมื่อค่าน้ำสูงขึ้นจะทำให้ปะการังเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรืออาจถึงขั้นตายได้ อีกทั้งยังทำให้ตะไคร่ในตู้ปลาเจริญเติบโตได้ง่าย เกณฑ์ควบคุมค่าน้ำ: ตู้ปะการังโครงแข็ง (SPS): ควรควบคุมให้อยู่ที่ 0 (หากเกิน 5 ถือว่าสูงไป) ตู้ปะการังเนื้ออ่อน (LPS): พยายามควบคุมให้อยู่ต่ำกว่า 20 ตู้ปลาล้วน (FOT): ควบคุมไม่ให้ค่าสูงจนวัดขึ้นสีแดงเข้ม เพราะจะทำให้ปลาป่วยง่ายหรือตายได้ ในธรรมชาติตามแหล่งกำเนิดปะการัง ค่า NO3 แทบจะเป็น 0 ทั้งสิ้น จึงไม่มีคำว่า "ปะการัง LPS ต้องการค่า NO3 สูง" สิ่งที่ปะการังต้องการจริงๆ คืออาหารที่มีประโยชน์ ไม่ใช่สารอาหารอนินทรีย์ (Inorganic Nutrients) วิธีควบคุมเมื่อค่า NO3 สูง: 1. ลดการนำเข้า (Reduce Input): ลดปริมาณการให้อาหาร และลดความหนาแน่นของสิ่งมีชีวิตในตู้ 2. เพิ่มการส่งออก (Increase Output): ถ่ายน้ำให้บ่อยขึ้น, อัปเกรดอุปกรณ์ (ใช้สกีมเมอร์ที่ใหญ่ขึ้น), เพิ่มกรองตะไคร่ (ATS), ใช้มีเดียดูดซับ (MP bio-bricks), หรือใช้วิธีไบโอพิลเล็ต (Bio-pellets) และตัวคาร์บอนอื่น ๆ เพื่อช่วยคุมค่า PH ค่าความเป็นกรด-ด่าง (Marine pH) ใช้ได้เฉพาะน้ำเค็ม ทุกๆ ค่า pH ที่ลดลง 1 หน่วย หมายถึงความเข้มข้นของ pH (ความเป็นกรด) ในน้ำเพิ่มขึ้น 10 เท่า ซึ่งส่งผลทำลายล้างและเป็นอันตรายต่อปะการังอย่างมาก ทำให้ปลาป่วยได้ง่าย ดังนั้นการตรวจวัดค่า pH เป็นประจำจึงเป็นสิ่งสำคัญ PO4 ฟอสเฟต (Phosphate) ใช้ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ระดับ PO4 ที่สูงกว่า 0.25 จะเริ่มกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตของตะไคร่ และหากค่า PO4 สูงขึ้นไปอีก ก็จะนำไปสู่การเกิดตะไคร่น้ำตาลหรือแบคทีเรียบูม (ตะไคร่แดง/Cyanobacteria) ขั้นรุนแรงอาจทำให้ปะการังตายได้ โดยเฉพาะปะการังโครงแข็ง (SPS) จะมีความไวต่อค่า PO4 เป็นพิเศษ NH3 แอมโมเนีย (Ammonia) ใช้ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม NH3 เป็นสารที่มีพิษสูง ซึ่งทำอันตรายต่อทั้งปลาและปะการังอย่างร้ายแรงจนอาจถึงแก่ชีวิตได้ มันคือผลผลิตขั้นแรกจากการย่อยสลายของเสียในตู้ปลา โดยจำเป็นต้องให้แบคทีเรียสังเคราะห์แสง/แบคทีเรียระบบย่อยสลายไปเป็น NO2 ก่อน แล้วจึงย่อยสลายต่อจนกลายเป็น NO3 ที่มีความเป็นพิษค่อนข้างต่ำ ในช่วงแรกของการตั้งตู้ ต้องคอยตรวจวัดระดับ NH3 และต้องรอให้ค่าลดลงเหลือ 0 เท่านั้นถึงจะเริ่มลงสิ่งมีชีวิตได้! ตู้ทะเลที่ระบบสมบูรณ์ไม่ควรตรวจพบค่า NH3 หากวัดได้ค่า NH3 สูง ให้แก้ไขดังนี้: เติมแบคทีเรียระบบ (Nitrifying Bacteria) เพิ่มวัสดุกรอง ลดการให้อาหาร เปลี่ยนถ่ายน้ำให้บ่อยขึ้น Ca แคลเซียม (Calcium) ใช้ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ค่า Ca คือส่วนประกอบสำคัญในการสร้างกระดูกของปะการังแข็ง องค์ประกอบของมันคือแคลเซียมคาร์บอเนตและแคลเซียมแมกนีเซียมคาร์บอเนต ซึ่งปะการังจะดึงไปใช้ค่อนข้างเร็ว ดังนั้นเวลาที่คุณเติมแคลเซียม จำเป็นต้องเติมแมกนีเซียมควบคู่ไปด้วย โดยสัดส่วนการเติมแมกนีเซียมควรอยู่ที่ประมาณ 3 เท่าของแคลเซียม หากค่าแคลเซียมของคุณอยู่ที่ 420 ppm ค่าแมกนีเซียมก็ควรจะอยู่ที่ประมาณ 1280 ppm หากค่าแมกนีเซียมต่ำเกินไป ต่อให้คุณเติมแคลเซียมและ KH ทุกวัน ก็จะเป็นเรื่องยากที่จะดึงค่าขึ้นมาได้ การรักษาค่าแมกนีเซียมให้อยู่ที่ 1280 ppm จะช่วยให้ปะการังเจริญเติบโตได้เร็วขึ้น Mg แมกนีเซียม (Magnesium) ใช้ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ปริมาณแมกนีเซียมในตู้ควรอยู่ที่ประมาณ 3 เท่าของปริมาณแคลเซียม หากค่าแคลเซียมของคุณอยู่ที่ 420 ppm ค่าแมกนีเซียมก็ควรจะอยู่ที่ 1280 ppm หากค่าแมกนีเซียมต่ำเกินไป แม้ว่าคุณจะเติมแคลเซียมและ KH ทุกวัน ก็จะเป็นเรื่องยากมากที่จะดึงค่าน้ำขึ้นมาได้ การรักษาระดับแมกนีเซียมไว้ที่ 1280 ppm จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตของปะการัง เพราะแมกนีเซียมคาร์บอเนตเป็นส่วนประกอบสำคัญของโครงสร้างปะการัง KH ความแข็งคาร์บอเนต / ค่าอัลคาลินิตี (Carbonate Hardness / Alkalinity) ใช้ได้ทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม ค่า KH คือข้อมูลที่สำคัญอย่างมากในตู้ทะเล! ส่วนประกอบหลักของปะการังคือแคลเซียมคาร์บอเนตและแมกนีเซียมคาร์บอเนต ค่า KH ที่สูงหรือต่ำเกินไปล้วนเป็นตัวกำหนดสภาพของปะการัง หากค่า KH ต่ำจะทำให้สภาพของปะการังแย่ลง ปะการังเนื้ออ่อน (Soft Coral) จะหดตัว ส่วนปะการังโครงแข็ง (SPS) จะเกิดอาการร่อน (STN/RTN) และประการังไม่บาน
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น