ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
CF1202-A-GM250-M เลซิติน (เกรดอาหาร) (Germany) Lecithin (Food Grade) : 250g. M
Food & Beverages

CF1202-A-GM250-M เลซิติน (เกรดอาหาร) (Germany) Lecithin (Food Grade) : 250g. M

฿69.00
ราคาอ้างอิงจากข้อมูลเดิม 10/09/2026 06:31 โปรดเช็กราคาปัจจุบันที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

รายละเอียด เลซิทิน (lecithin) เป็น เป็นลิพิด (lipid) ประเภทฟอสโฟลิพิด (phospholipid) ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของ กลีเซอรอล (glycerol) 1 โมเลกุล ของกรดไขมัน (fatty acid) 2 โมเลกุล และกรดฟอสฟอริก 1 โมเลกุล เลซิทิน มีสารที่สำคัญคือ ฟอสฟาทิดิล โคลีน (phosphatidyl choline) ฟอสฟาทิดิล เอทาโนลามีน (phosphatidyl ethanolamine) ฟอสฟาทิดิล อิโนซิทอล (phosphatidyl inositol) และกรดฟอสฟาทิดิก (phosphatidic acid) ผลิตภัณฑ์ของเลซิทินมีลักษณะทั้งที่เป็นของเหลว ข้น เหนียว และเป็นของแข็ง ซึ่งขึ้นกับปริมาณสารสำคัญทั้ง 4 ชนิด นอกจากนี้เลซิทินยังประกอบด้วยกรดไขมันจำเป็นและโมเลกุลของวิตามินบี 2 ชนิด ได้แก่ อิโนซิทอล (Inosital) และโคลีน (Choline) รวมอยู่ด้วย ซึ่งโคลีนเป็นส่วนประกอบของสารสื่อประสาท (Neurotransmitter) ชนิดหนึ่งที่ชื่อว่าอะเซทธิลโคลีน (Acethyl Choline) เมื่อรับประทานเลซิตินเข้าไป ร่างกายจะสังเคราะห์สารสื่อประสาทขึ้นมาจากโคลีน ส่งผลให้การทำงานของระบบประสาทดีขึ้น มีการเรียนรู้ดีขึ้น เกิดการสร้างความทรงจำ ช่วยลดอาการของโรคอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ และความผิดปกติของการเคลื่อนไหว เช่น Parkinson’s disease ได้ และจากการศึกษาพบว่า เลซิตินเป็นแหล่งพลังงานของสมองให้กับผู้ที่อยู่ในสภาวะ ที่มีความเครียดสูงได้อย่างดีด้วยเช่นกัน สารโคลีนในเลซิตินยังช่วยให้เซลล์ตับมีการเผาผลาญไขมันได้อย่างปกติ ลดภาวะไขมันพอกตับ อันเป็นสาเหตุให้ตับอักเสบ และโรคตับแข็ง ช่วยให้ตับการดูดซึมวิตามินบีหนึ่งเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มการดูดซึมวิตามินเอในลำไส้อีกด้วย แหล่งที่พบ เลซิทินพบมากทั้งในไข่แดง ถั่วเหลือง น้ำนม สมอง ตับ ไต ปลา เมล็ดธัญชาติ น้ำมันพืช และสัตว์ต่างๆ ในไข่แดงมีเลซิทิน ประมาณร้อยละ 6-8 สำหรับในพืช พบว่าถั่วเหลืองมีเลซิตินสูงที่สุดประมาณ ร้อยละ 1.1-3.2 ในข้าวโพดมี ร้อยละ 1.0-2.4 และในเมล็ดฝ้ายพบเพียงร้อยละ 0.7 ในอดีตการผลิตเลซิทินเพื่อการค้าจะผลิตจากไข่แดง เนื่องจากปริมาณสูง แต่มีปัญหาที่สำคัญคือ มีต้นทุนการผลิตสูงด้วย ภายหลังพบว่าสามารถผลิตเลซิทินได้จากอุตสาหกรรมน้ำมันถั่วเหลือง ทำให้มีต้นทุนการผลิตลดลง และเลซิทินที่ได้จากถั่วเหลืองมีคุณภาพดีกว่าจากไข่แดง เนื่องจากมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัวสูง ดังนั้นเลซิทินที่สกัดจากถั่วเหลืองจึงเป็นที่นิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การใช้เลซิทินในอาหาร เลซิทินใช้ในอาหารเพื่อเป็นวัตถุเจือปนอาหาร (Food additive) (INS 322 และ E-number 322 ) หน้าที่ของเลซิทิน 1. เป็น อิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier) โมเลกุลของเลซิทิน มีทั้งส่วนที่ชอบน้ำ (hydrophilic) และส่วนที่ไม่ชอบน้ำ (hydrophobic) สามารถใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ (emulsifier) ช่วยทำให้อิมัลชัน (emulsion) มีความคงตัว 2. เป็นวัตถุกันหืน (antioxidant) ประโยชน์ของเลซิทิน • เลซิทินกับอุตสาหกรรม เลซิทินถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรม เช่น – ในอุตสาหกรรมการผลิตมาการีนจะมีการเติมเลซิทินลงไป เพื่อให้น้ำสามารถรวมตัวกับน้ำมันได้ และยังช่วยป้องกันการกระเด็นของน้ำมัน เมื่อใช้มาการีนทอดอาหาร – ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มโกโก้ เลซิทินจะช่วยทำให้ส่วนผสมที่ไม่ค่อยละลายน้ำ ให้ละลายน้ำได้เร็ว – ในอุตสาหกรรมลูกกวาด โดยเฉพาะลูกกวาดที่มีความนุ่ม เช่น คาราเมล จะมีการเติมไขมันเพื่อลดความเหนียวแข็ง ทำให้ลูกกวาดนุ่มขึ้น และตัดเป็นชิ้นไม่ติดกัน • เลซิทินกับสุขภาพ จากคุณสมบัติของไขมัน หรือ คอเลสเตอรอลที่ไม่ละลายรวมกับน้ำ ทำให้คอเลสเตอรอลไม่ละลายในเลือด และจะจับตัวเป็นก้อนตกตะกอนอยูในเส้นเลือด เลซิทินจะช่วยทำหน้าที่เป็นอิมัลซิไฟเออร์ให้ไขมัน หรือคอเลสเตอรอลและน้ำรวมตัวกันได้ ทำให้ไขมันหรือคอเลสเตอรอลไม่เกาะติดกับผนังเส้นเลือด และเกิดการอุดตัน นอกจากนั้นกรดไขมันที่พบในเลซิทินส่วนใหญ่จะเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น กรดไลโนเลอิก กรดไขมันดังกล่าวจะช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเลือดซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจอีกด้วย นอกจากนั้นเลซิทินยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ เช่น – ช่วยสลายนิ่วที่เกิดจากสารคอเลสเตอรอลในภุงน้ำดีและป้องกันไม่ให้เกิดนิ่ว – ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของไต – ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท – ช่วยบำบัดโรคตับและช่วยป้องกันไม่ให้ตับทำงานผิดปกติ – ลดการเสื่อมของหลอดเลือดแดง • เลซิทินกับการเป็นอาหารเสริม สำหรับผู้ที่มีสุขภาพดี อาจเลือกรับประทานเลซิทินจากอาหารที่มีเลซิทินเป็นองค์ประกอบ เช่น ไข่แดง พืชตระกูลถั่ว และธัญพืชที่ไม่ได้ขัดสีเปลือกออกหมด ในกรณีที่มีปัญหาสุขภาพข้างต้น อาจรับประทานเลซิทินเป็นอาหารเสริมควบคู่กับการรับประทานอาหารหลัก เช่น ข้าว เนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ ประกอบกับการออกกำลังกาย ตลอดจนการมีอารมณ์ที่แจ่มใส จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ แม้ว่าเลซิทินจะมีประโยชน์หลายประการ แต่การรับประทานเลซิทินในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น อาจทำให้เกิดอาหารคลื่นไส้ อาเจียน น้ำลายหลั่งออกมาก เบื่ออาหาร เหงื่อออกมาก ดังนั้นผู้บริโภคควรระมัดระวังในการใช้เลซิทินสังเคราะห์ ควรรับประทานอาหารที่มีเลซิทินตามธรรมชาติก็จะได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน Lecico F200 สอดคล้องกับหมายเลข EC E322 สอดคล้องกับระเบียบหมายเลข 1129/2011 / EU และ No.231 / 2012 / EU สำหรับวัตถุเจือปนอาหารเลซิตินเป็นสารเติมแต่งที่ได้รับอนุญาตโดยทั่วไป การติดฉลากของ Lecico F200 ควรเป็นดังนี้: อิมัลซิไฟเออร์เลซิติน (E322) ทำหน้าที่เป็นอิมัลซิไฟเออร์โคลงเครื่องให้กลิ่นรสสารปลดปล่อยสารหล่อลื่นสารต่อต้านอนุมูลอิสระและสารช่วยกระจายตัว เนื่องจาก Hydroscopic ควรเก็บไว้ในต้นฉบับจนกว่าจะมีการใช้งานครั้งสุดท้ายและมีความไวต่อแสง อายุการเก็บรักษาอย่างน้อย 24 เดือนที่อุณหภูมิประมาณ 25C ความชื้นสัมพัทธ์สูงสุด 70% การทำความร้อนเพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายเป็นที่ยอมรับหากอุณหภูมิพื้นผิวต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น