รู้จักสินค้านี้
KEF : LS-X II LT
KEF LSX II LT เป็นระบบลำโพงไฮไฟไร้สายแบบออลอินวัน (All-in-One Wireless HiFi Speakers) ขนาดกะทัดรัดที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนประสบการณ์การฟังเพลง ดูภาพยนตร์ และเล่นเกมในบ้าน ตัวลำโพงขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์มไร้สาย W2 เจเนอเรชันล่าสุด พร้อมชิปประมวลผลสัญญาณดิจิทัลอัจฉริยะ Music Integrity Engine® และไดรเวอร์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง Uni-Q® เจเนอเรชันที่ 11 มอบบุคลิกเสียงที่ใสสะอาด เที่ยงตรง มีมิติเสียงที่กว้างขวางเกินตัว และให้เสียงร้องที่เนียนเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับการใช้งานร่วมกับทีวีผ่านช่อง HDMI ARC, ตั้งวางบนโต๊ะทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์ผ่าน USB-C หรือจัดวางในห้องนั่งเล่นเพื่อสตรีมเพลงไร้สายความละเอียดสูงได้อย่างลงตัว
Detailed Specifications
ประเภทลำโพง : ลำโพงไฮไฟไร้สายแบบแอกทีฟ 2 ทาง (2-way Active Wireless Speakers)
โครงสร้างไดรเวอร์ (ต่อข้าง)
Uni-Q Driver Array:
• เสียงแหลม (HF) : 19mm (0.75 นิ้ว) Aluminium Dome
• เสียงกลาง/ต่ำ (LF/MF) : 115mm (4.5 นิ้ว) Magnesium/Aluminium Alloy Cone
กำลังขับรวมของระบบ : 200 วัตต์ (ต่อระบบ) โดยแบ่งกำลังขับต่อข้างดังนี้:
• ทางแหลม (HF) : 30 วัตต์
• ทางทุ้ม (LF) : 70 วัตต์
คลาสของแอมพลิฟายเออร์ : Class D ทั้งย่านความถี่สูง (HF) และย่านความถี่ต่ำ (LF) (แยกอิสระในแต่ละไดรเวอร์)
ตอบสนองความถี่ (-6dB) : 49Hz – 47kHz (ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า EQ ในแอปพลิเคชัน)
ตอบสนองความถี่ (±3dB) : 54Hz – 28kHz (ขึ้นอยู่กับการตั้งค่า EQ ในแอปพลิเคชัน)
ความดังสูงสุด (Max SPL @1m) : 102 dB
ความละเอียดสูงสุดผ่านเน็ตเวิร์ก : รองรับสูงสุดถึง 24-bit/384kHz (PCM) และรองรับไฟล์ Native DSD
การสุ่มสัญญาณเชื่อมต่อระหว่างตู้ : เชื่อมต่อผ่านสาย C-to-C ดั้งเดิม สัญญาณทุกแหล่งจะถูก Resampled เป็น 96kHz/24bit PCM
ฟอร์แมตไฟล์เน็ตเวิร์กที่รองรับ : DSD, FLAC, WAV, AIFF, ALAC, AAC, WMA, MP3, M4A, LPCM, Ogg Vorbis
แพลตฟอร์มไร้สาย : W2 Wireless Platform (รองรับ AirPlay 2, Google Chromecast, UPnP, Bluetooth 5.0)
บริการสตรีมมิ่งที่รองรับ : Spotify Connect, Tidal Connect, Amazon Music, Qobuz, Deezer, QQ Music, Internet Radio
มาตรฐานและคลื่นความถี่ : Wi-Fi IEEE 802.11a/b/g/n/ac, IPv4, IPv6 / รองรับ Dual-band 2.4 GHz และ 5 GHz
ช่องสัญญาณขาเข้า (Inputs) : HDMI ARC, TOSLINK Optical, USB Type-C (สำหรับต่อคอมพิวเตอร์), RJ45 Ethernet (Network)
ช่องสัญญาณขาออก (Output) : RCA Subwoofer Output x 1 ช่อง (สัญญาณแบบ Mono สำหรับต่อซับวูฟเฟอร์ภายนอก)
ระบบแรงดันไฟและพลังงาน : 100 – 240VAC 50/60Hz / การใช้พลังงานสูงสุด 200W / โหมดสแตนด์บายน้อยกว่า 2.0W
จุดเด่นของสินค้า
11th Generation Uni-Q® Driver Array : เทคโนโลยีระดับซิกเนเจอร์ของ KEF ที่จัดวางไดรเวอร์เสียงแหลม (Tweeter) ไว้กึ่งกลางของไดรเวอร์เสียงกลาง/ทุ้ม (Woofer) ทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงร่วมแกนเดียวกัน (Single Point Source) ช่วยขยายจุดหวาน (Sweet Spot) ให้กว้างขวาง ทำให้เสียงกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอทั่วทุกมุมห้อง ฟังจากมุมไหนก็ได้มิติที่แม่นยำ
Music Integrity Engine® : ชิปประมวลผลสัญญาณดิจิทัล (DSP) ลิขสิทธิ์เฉพาะที่ปรับแต่งมาคู่กับไดรเวอร์ Uni-Q โดยเฉพาะ ทำหน้าที่จัดระเบียบเฟสเวลาของสัญญาณเสียง (Time-Alignment) ส่งผลให้เสียงความถี่ต่ำและความถี่สูงเดินทางมาถึงหูของผู้ฟังพร้อมกันอย่างสมบูรณ์แบบ เพิ่มความกระชับ ทรงพลัง และลดความเพี้ยนของเสียง
Advanced W2 Wireless Platform : หัวใจหลักของการสตรีมมิ่งที่ยกมาจากรุ่นท็อป ช่วยให้การเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi มีความเสถียรสูง รองรับการเล่นเพลงผ่านแอปพลิเคชันโดยตรงอย่าง Spotify Connect และ Tidal Connect รวมถึงการสตรีมผ่าน AirPlay 2 หรือ Chromecast เพื่อทำระบบเสียงมัลติรูม (Multi-room) ร่วมกับลำโพงตัวอื่นในบ้าน
Plug and Play Connectivity (HDMI ARC & USB-C) : เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานที่หลากหลายด้วยพอร์ต HDMI ARC สำหรับเชื่อมต่อเข้ากับทีวีเพื่อยกระดับเสียงความบันเทิงในห้องนั่งเล่น และพอร์ต USB Type-C คุณภาพสูงสำหรับการต่อตรงเข้ากับคอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อปเพื่อใช้งานเป็นลำโพงสตูดิโอมอนิเตอร์บนโต๊ะทำงาน
Streamlined Practicality (Single Power Cord Setup) : แตกต่างจากรุ่นแรกตรงที่รุ่น LT ปรับระบบการจ่ายไฟใหม่ โดยใช้สายไฟหลักต่อเข้าที่ลำโพงหลัก (Primary Speaker) เพียงเส้นเดียว แล้วส่งต่อทั้งสัญญาณเสียงและกำลังไฟไปยังลำโพงรอง (Secondary Speaker) ผ่านสายอินเตอร์สปีกเกอร์ USB-C เอกสิทธิ์เฉพาะ ทำให้จัดวางได้ง่ายและประหยัดช่องเสียบปลั๊กไฟบ้าน
Room Tuning via KEF Connect App : รองรับการปรับแต่งลักษณะเสียงและชดเชยเสียงสะท้อนให้เข้ากับสภาพอะคูสติกของห้องฟังผ่านฟังก์ชัน Room Tuning ในแอปพลิเคชัน KEF Connect เพื่อให้ได้เสียงเบสและรายละเอียดที่สะอาดที่สุด ไม่ว่าจะตั้งตู้ลำโพงชิดผนัง วางบนชั้นหนังสือ หรือวางบนขาตั้ง
การใช้งานเบื้องต้น
☑️การจัดวางตำแหน่งลำโพง : จัดวางลำโพงหลัก (Primary Speaker ซึ่งด้านหลังมีพอร์ตเชื่อมต่อหลัก) ไว้ฝั่งขวา และลำโพงรอง (Secondary Speaker) ไว้ฝั่งซ้าย โดยตั้งวางให้อยู่ในระดับสายตาหรือระดับหูของผู้ฟังเป็นหลัก
☑️การเชื่อมต่อสายระหว่างตู้ (Interspeaker) : นำสายเชื่อมต่อระหว่างลำโพงแบบ USB-C ที่แถมมาให้ในกล่อง (ความยาว 3 เมตร) เสียบเข้าที่ช่องพอร์ต USB-C Interspeaker ด้านหลังตู้ลำโพงหลัก และปลายอีกด้านเสียบเข้าช่องพอร์ตด้านหลังตู้ลำโพงรอง
☑️การต่อระบบจ่ายไฟหลัก : เสียบสายไฟ AC Power Cord เข้ากับช่องรับไฟด้านหลังตู้ลำโพงหลัก (Primary) เพียงตู้เดียว จากนั้นนำปลั๊กอีกด้านเสียบเข้ากับเต้ารับไฟบ้าน
ขนาดและบรรจุภัณฑ์
ขนาดตัวเครื่องต่อข้าง (WxHxD) : 15.5 x 24.0 x 18.0 cm
ขนาดกล่องบรรจุภัณฑ์ (WxHxD) : 51.0 x 34.0 x 27.5 cm
น้ำหนักสุทธิระบบ (ต่อเซ็ต) : 6.8 กิโลกรัม