รู้จักสินค้านี้
สูตร 0-30-30 คือ
การสั่งให้พืช หยุดบ้าใบ -> หันมาสะสมอาหาร -> เตรียมออกดอก -> บำรุงดอกและผลให้มีคุณภาพ
ปุ๋ยสูตรนี้เหมาะกับพืชที่ต้องการดอกและผลทุกชนิด
-ช่วงสมสมอาหารเพื่อการออกดอก (ก่อนออกดอก):
ไม้ผลทุกชนิด (ทุเรียน, มะม่วง, ลำไย, มังคุด): เป็นช่วงสำคัญที่สุด ใช้ฉีดพ่นหลังจากใบชุดใหม่เริ่มแก่ (ใบเพสลาด) เพื่อหยุดการแตกใบอ่อนชุดต่อไป และบังคับให้พืชนำอาหารไปสร้างตาดอก
พืชไร่ (มันสำปะหลัง): ใช้ในช่วงเริ่มลงหัว เพื่อกระตุ้นการสะสมแป้ง เพิ่มขนาดและน้ำหนักของหัวมัน
ไม้ดอก (กุหลาบ, มะลิ, กล้วยไม้): ฉีดพ่นเพื่อกระตุ้นให้ออกดอกสม่ำเสมอ ดอกใหญ่ สีสวย ก้านแข็งแรง
-ช่วงบำรุงคุณภาพผลผลิต (หลังติดผลอ่อน):
ไม้ผล: หลังจากติดผลขนาดเล็กแล้ว การให้สูตรนี้จะช่วยใน "การขยายขนาดผล" (เบ่งพูในทุเรียน), เพิ่มความหวาน, เพิ่มน้ำหนัก และทำให้สีผิวสวยงาม
พืชผักให้ผล (พริก, มะเขือ, ถั่วฝักยาว): ช่วยให้ติดผลดกขึ้น ผลสมบูรณ์ไม่บิดเบี้ยว ขั้วเหนียว ลดการหลุดร่วง
~วิธีการใช้งานและอัตราส่วน:
การใช้งานที่ได้ผลดีที่สุดคือ การฉีดพ่นทางใบ เพราะเป็นการให้ธาตุอาหารโดยตรงกับส่วนที่ต้องการใช้งาน และเป็นการส่งสัญญาณให้พืชได้รวดเร็ว
~อัตราส่วนทั่วไป: 30-50 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร (หรือ 300-500 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร)
~ความถี่ในการใช้: ช่วงสะสมอาหาร: ฉีดพ่นทุก 7-10 วัน ต่อเนื่อง 2-3 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าพืชสะสมอาหารเพียงพอ
ช่วงบำรุงผล: ฉีดพ่นทุก 10-15 วัน เพื่อช่วยในการขยายขนาดและเพิ่มคุณภาพผลผลิต
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: เช่นเดียวกับปุ๋ยทางใบอื่นๆ คือช่วงเช้าตรู่ที่ปากใบเปิดและแดดไม่จัด
~ข้อควรระวังและข้อสังเกต
ห้ามใช้ในช่วงเร่งการเจริญเติบโต: การให้ปุ๋ยสูตรนี้ในช่วงที่ต้องการให้พืชโตทางลำต้นและใบ จะทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต แคระแกร็น และอาจแสดงอาการขาดไนโตรเจน (ใบเหลือง)
ระวังการผสมกับสารที่มีแคลเซียมสูง: ปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสสูง (P) อาจทำปฏิกิริยากับสารที่มีแคลเซียม (Ca) สูง ทำให้เกิดการตกตะกอนเป็น "แคลเซียมฟอสเฟต" ซึ่งพืชไม่สามารถนำไปใช้ได้ หากจำเป็นต้องให้ทั้งสองอย่าง ควรให้สลับครั้งกัน หรือเว้นระยะห่างในการฉีดพ่น
เป็นปุ๋ยเฉพาะกิจ: สูตร 0-30-30 ไม่ใช่ปุ๋ยที่ควรใช้ตลอดฤดูกาล แต่เป็นเครื่องมือสำหรับจัดการพืชในระยะที่ต้องการโดยเฉพาะ ควรใช้สลับกับปุ๋ยสูตรอื่นๆ ตามช่วงการเจริญเติบโตของพืช