ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
กิ่งพันธุ์ โอพันเทีย ฟิคัส อินดิคา วาร์ อินเนอมิส (O. ficus indica var inermis) กระบองเพชรกินได้ Prickly pear (แพดตัดสด)
Home & Living

กิ่งพันธุ์ โอพันเทีย ฟิคัส อินดิคา วาร์ อินเนอมิส (O. ficus indica var inermis) กระบองเพชรกินได้ Prickly pear (แพดตัดสด)

฿129.00
ข้อมูลราคาจาก Feed ล่าสุด 19/09/2026 20:54

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

โอพันเทีย ฟิคัส อินดิคา วาร์ อินเนอมิส (Opuntia ficus-indica var. inermis) หรือเรียกรวมๆ พืชลักษณะนี้ว่า Prickly pear เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับการปลูกฝังมาอย่างยาวนานด้านการเกษตรในพื้นที่แห้งแล้ง O. ficus-indica เป็นแคคตัสที่แพร่หลายที่สุด และมีการค้าขายมากที่สุด มันถูกปลูกเป็นไม้ประดับ (มีดอก และฟอร์มต้นสวย) ทานเป็นผลไม้ ทานเป็นผัก และอื่นๆ (อาหารสัตว์ สารสกัดผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ฯลฯ) แคคตัสสามารถแปลงน้ำเป็นชีวมวลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลักษณะเป็นไม้ทรงพุ่ม ยืนต้น แพด (ทางชีวะ คือ ลำต้น) ลักษณะเป็นรูปทรงกลมป้อม และหนากว่า สายพันธุ์ย่อยอื่นๆ สามารถแตกกิ่งต่อกันโตขึ้น สูงได้ถึง 4 - 5 เมตร ผิวของแพดสามารถเก็บน้ำ มันวาว และสามารถสะท้อนแสงแดดได้ดี ประมาณอายุ 1 ปี หรือ 2 - 3 ปี จะเริ่มออกดอก (ขึ้นอยู่กับการดูแล ดิน แสงแดด และสภาพอากาศ) สามารถติดผลได้ ดอกมักมีสีเหลือง ส่วนผลสีเขียว (เมื่อสุกจะเป็นสีเหลือง) เนื้อข้างในจะเป็นสีขาว รูปทรงผลกลมกว่าสายพันธุ์ย่อยอื่นๆ รสชาติ และรสสัมผัสคล้ายๆ ผลไม้หลายชนิดรวมกัน เช่น แตงโม มะม่วงสุก กีวี่ มีกลิ่มหอมหวาน เย็นสดชื่น และเนื้อมีเมล็ดแข็งๆ เล็กๆ คล้ายลูกยอ สามารถเคี้ยว และกลืนได้ ส่วนรสชาติของแพด นิยมทานแพดอ่อน โดยการเฉือน เลาะเอาหนามออกให้หมด สามารถทานสดได้ กลิ่นคล้ายๆ มะขามอ่อน มีรสเปรี้ยว หากเก็บในช่วงอากาศเย็น หรือช่วงเช้า หากอากาศร้อน หรือโดนแดด จะมีรสจืดลง เนื้อสัมผัสคล้ายทานมะขามอ่อน แต่จะมีเจลลื่นๆ หรือสามารถนำไปประกอบอาหารได้ทั้งคาวหวาน ขึ้นอยู่กับความคิดสร้างสรรของแต่ละบุคคล แต่เมนูที่น่าสนใจ มีตั้งแต่ ตำเหลาทะเลกระบองเพชร กระบองเพชรร้อยแก้ว กระบองเพชรชุบแป้งทอดกรอบซอสมะเขือเทศ ฯลฯ โอพันเทีย ฟิคัส อินดิคา วาร์ อินเนอมิส (Opuntia ficus-indica var. inermis) เป็นสายพันธุ์ที่มาจากการพัฒนาสายพันธุ์ให้ไร้หนามของ “ลูเธอร์ เบอร์แบงค์” นักพฤกษศาสตร์ชาวอเมริกันผู้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์พืชหลายชนิด เป็นสายพันธุ์ย่อยที่มีลักษณะเด่นคือ "ไม่มีหนาม" (inermis แปลว่าไม่มีหนาม) เป็นสายพันธุ์ย่อยของโอพันเทีย ฟิคัส อินดิก้าที่ถูกพัฒนาขึ้นให้ไร้หนาม มีลักษณะแพด (กิ่งแบน) ที่หนา อวบกลมมน และมีผิววาวคล้ายเคลือบเงา สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งกินใบ (โนปาล) และผล (มะรุ่ง) ซึ่งมีรสชาติหวาน นิยมปลูกทั้งเพื่อการบริโภคและเพื่อการประดับตกแต่ง ดินที่เหมาะสม กระบองเพชรชนิดนี้สามารถโตได้ในดินทุกชนิด เว้นแต่ดินเหนียวที่ระบายน้ำได้ไม่ดี พืชอาจเติบโตได้ยาก หรืออาจเน่าตาย การปลูก (ยากกว่าสายพันธุ์ย่อยอื่นๆ) หลังจากได้แพดมาแล้ว ให้ทิ้งไว้ในที่ร่ม 3 - 7 วัน ให้แผลของแพด/รอยตัดแห้งสนิท การปลูกใหม่โดยการชำในกระถาง หรือถุงดำ โดยใช้ทรายก่อสร้างผสมกับดินร่วน หรือดินอื่นๆ ที่หาได้ในพื้นที่ 50:50 ฝังกลบโคนของแพดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และใช้ไม้ช่วยค้ำในการตั้งแพดให้ตรง การรดน้ำไม่แนะนำให้รดน้ำโดยตรงถี่เกินไป (จริงๆ ไม่ควรรดน้ำเลย) หากรดน้ำมาก เหมือนกับพืชทั่วไปอื่นๆ จะทำให้แพดเน่าตายได้ ควรใช้ Foggy ฉีดพรมลงดิน (พยายามอย่าให้โดนแพด) และฉีดอีกครั้ง เมื่อดูแล้วว่าดินแห้งลึกจริงๆ โดยการขุดดูดินลึกลงไปเล็กน้อยว่าแห้งจริงๆ พื้นที่การวางแพดที่ชำในกระถาง หรือถุงดำ ให้วางไว้ในที่ร่มรำไร ไม่โดนแดด และฝนโดยตรง ประมาณ 1 - 2 เดือน จะเริ่มติดราก หรืออาจแตกยอดใหม่ หลังจากนั้นไม่นาน (หากยังไม่แตกยอดไม่ต้องกังวล เพียงแค่ต้นติดราก ก็ถือว่าผ่านพ้นช่วงที่อ่อนไหวที่สุดของการปลูกใหม่ได้แล้ว) การปลูกใหม่โดยการชำ/ปลูกลงดิน (แผลของแพด หรือรอยตัดต้องแห้งสนิท) เลือกจุดที่ไม่มีน้ำขังในฤดูฝน หรือยกร่องเล็กน้อยก็ได้ เนื่องจากพืชชนิดนี้ เป็นพืชทะเลทราย รากมีความไวต่อการขาดออกซิเจน หากมีน้ำขังอาจทำให้โคนเน่าตาย การชำลงดินทำเช่นเดียวกับการชำในกระถางในช่วงต้น และควรทำร่มกันแดดกันฝนที่หลุมปลูก อาจใช้สแลน หรือวัสดุอื่นๆ จนกว่าต้นจะแข็งแรง หรือประมาณ 2 - 3 เดือน ถึงจะให้รับแสงแดด 100%ได้ การใส่ปุ๋ยในช่วงปลูกใหม่ในระยะ 2 - 3 เดือนแรกไม่แนะนำให้ใส่ปุ๋ย เว้นแต่ต้นจะแข็งแรง หรือพ้นระยะ 2 - 3 เดือนหลังปลูกไปแล้ว จึงจะสามารถใส่ปุ๋ยได้ โดยหลังจากปลูกใหม่ แนะนำให้ใช้สูตรปุ๋ยที่ N P K ต่ำ (10:10:10) หรือสามารถใส่ปุ๋ยคอกร่วมด้วยได้เช่นกัน ในการกระตุ้นการเติบโต (การแตกยอดใหม่) และงดใส่ปุ๋ยในฤดูหนาว เนื่องจากกระบองเพชรจะไม่สามารถดูดซึมอาหารได้ดีในฤดูหนาว หลังจากต้นอายุครบ 1 ปีขึ้นไป สามารถใส่ปุ๋ยเพื่อส่งเสริมการติดดอกออกผลได้ด้วยการใช้ปุ๋ยสูตร 5:10:10 ในฤดูร้อน *เน้นย้ำกระบองเพชรชนิดนี้เป็นพืชทะเลทราย แต่สามารถปรับตัวได้ดีทุกสภาพแวดล้อม ข้อควรระวัง เรื่องการรดน้ำ หากปลูกใหม่ไม่ควรรดน้ำ ให้เพิ่มความชื้นเพียงครั้งคราวกับดิน ในกรณีที่ดินแห้งลึกเท่านั้น แต่หากต้นมีรากแข็งแรงแล้ว สามารถรถน้ำได้ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ (ถ้าระยะห่างกว่านี้ ไม่เป็นไร ขึ้นอยู่กับการใส่ปุ๋ย หากใส่ปุ๋ย ต้นจะแตกยอดใหม่จำนวนหลายยอด และจะแย่งน้ำจากแพดแม่ ก็ควรที่จะรดน้ำถี่ๆ เพื่อให้แพดแม่ไม่เหี่ยว) หรือหากเป็นฤดูฝนจะไม่ได้รดน้ำเลย* เชิงลึก โรคพืช - รากเน่าจากเชื้อรา - เพลี้ยหอย - ราสนิม (โรคเหล่านี้ทางสวนของเราเจอมาเอง ซึ่งสามารถใช้ชื่อโรค เพื่อค้นหายา หรือสารเคมีกำจัดโรคพืชได้) ค่า PH ของดิน - อยู่ระหว่าง 6pH - 7.5 pH แสงแดด - หากต้นมีรากแข็งแรงแล้ว สามารถรับแดดแบบ Full sun หรือ 6 - 8 ชั่วโมง/วัน การรดน้ำ - ธ.ค., ม.ค., ก.พ. 1 ครั้ง/เดือน - มี.ค., เม.ย., พ.ค. ทุกๆ 1 - 2 ครั้ง/สัปดาห์ - มิ.ย., ก.ค., ส.ค. บางครั้ง หากฝนทิ้งช่วง - ก.ย., ต.ค., พ.ย. ทุกๆ 7 - 14 วัน อุณหภูมิแวดล้อม - 15 - 38 °C ปุ๋ย - ปุ๋ยคอก (N สูง) ช่วยเร่งแตกยอดใหม่ใบเขียว - 10:10:10 ใช้ในฤดูกาลเติบโต (ฤดูฝน) - 5:10:10 ใช้ในต้นโตแล้ว ที่อายุ 1 ปีขึ้นไป ในฤดูร้อน เพื่อสะสมอาหาร และกระตุ้นการออกดอกออกผล ***งดใช้ปุ๋ยในฤดูหนาว*** ดิน - ร่วน (ดี) - ทราย (ดี) *เว้นดินเหนียว ความชื้นสัมพัทธ์ - 40% - 60%
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น