ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
น้ำมันงาขี้ม้อนสกัดเย็นในเม็ดซอฟเจล โอเมก้า3 สูง ป้องกันโรคหลอดเลือด โรคหัวใจ
Health

น้ำมันงาขี้ม้อนสกัดเย็นในเม็ดซอฟเจล โอเมก้า3 สูง ป้องกันโรคหลอดเลือด โรคหัวใจ

เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

มหัศจรรย์ของน้ำมันงาม้อน งาม้อนหรืองาขี้ม้อน (Perilla frutescens) เป็นไม้พุ่มหรือไม้ล้มลุก เป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่นที่ปลูกกันมานานในพื้นที่ภาคเหนือของไทย งาม้อนมีลักษณะเป็นงาเม็ดกลมๆ เล็กๆ สีน้ำตาล คล้ายงาดำงาขาวทั่วไป ลักษณะของต้นใบจัดอยู่ในพืชตระกูลเดียวกับกระเพรา โหระพา แมงลัก มีการปลูกงาขี้ม้อนกันอย่างแพร่หลาย ทางภาคเหนือของประเทศไทย ในแถบจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และพะเยา “งาม้อนเป็นธัญพืชเพียงไม่กี่ชนิดบนโลกที่สามารถสกัดกรดไขมันโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ออกมาในปริมาณที่ใกล้เคียงกับปลาทะเลน้ำลึก” พวก ปลาแซลมอน ปลาทูน่า “เมื่อวิเคราะห์ไขมันในน้ำมันงาม้อนจะพบว่ามีปริมาณโอเมก้า 3 มากถึงร้อยละ 55-60” และมีโอเมก้า 6 ร้อยละ 20-25 โดยทั้งโอเมก้า 3 และ 6 นี้จะมีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาท ช่วยทำให้ความจำดีขึ้น เมล็ดงาม้อนมีแร่ธาตุแคลเซียมในปริมาณสูง และฟอสฟอรัสที่เพียงพอต่อร่างกาย เหมาะสำหรับเด็กที่กำลังเจริญเติบโตและต้องการเพิ่มความสูง และเหมาะสำหรับผู้สูงอายุในการป้องกันโรคกระดูกพรุน โดยในระหว่างการปรุงประกอบอาหาร สามารถผสมงาม้อนบดละเอียดลงไปในอาหาร เพื่อให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัส ไปช่วยในกระบวนการซ่อมแซมกระดูกและฟันได้ นอกจากนี้ ยังพบวิตามินบี ซึ่งช่วยบำรุงสมองไม่ให้สมองเสื่อม ลดอาการไมเกรน ยังสามารถป้องกันอาการเหน็บชา ปากนกกระจอกได้ มากไปกว่านั้น การศึกษาก่อนหน้านี้โดยสถาบันที่มีชื่อเสียงจากอเมริกา พบสาร ‘เซซามอล’ สามารถลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งบางชนิดได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถยับยั้งการสร้างโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็ง สรรพคุณของงาขี้ม่อน เมล็ดงาขี้ม่อนมีสรรพคุณที่น่าสนใจดังนี้ -ช่วยรักษาอาการร้อนใน งาขี้ม่อน เป็นธัญพืชที่มีโอเมก้า 3 สูง (สูงกว่าน้ำมันปลาถึง 2-3 เท่าตัว) และยังมีกรดอัลฟาไลโนเลนิก จึงช่วยบรรเทาแผลร้อนในในช่องปากให้หายเร็วขึ้น และยังลดความเสี่ยงต่อการเกิดแผลร้อนในได้ดีอีกด้วย -ช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้อากาศ กรดโรสมารินิกในงาขี้ม่อน มีสรรพคุณช่วยต้านการอักเสบจากสารลิวโคไตรอีน โดยมีการทดลองกรดโรสมารินิก 200 มิลลิกรัมกับผู้ป่วยโรคภูมิแพ้อากาศ 30 รายได้ระบุว่า ผู้ที่รับประทานธัญพืชชนิดนี้ติดต่อกัน 21 วัน มีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจนใน 3 วัน และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งยังช่วยบรรเทาอาการหอบเหนื่อยจากอาการแพ้ได้อีกด้วย -ช่วยป้องกันการเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิด งาขี้ม่อน มีสารชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า "เซซามอล" สารนี้มีคุณสมบัติในการป้องกันมะเร็งที่เกิดจากฮอร์โมน เช่น มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมากได้ -ช่วยปกป้องตับ กรดโรสมารินิกในงาขี้ม่อน ช่วยปกป้องตับจากการถูกทำลาย โดยการลดปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดสาร superoxide หรือ peroxynitirite และยับยั้งการเจริญของมะเร็งตับ -ช่วยบำรุงผิว การวิจัยล่าสุดในปี 2007 มีรายงานหนึ่งพบว่าสารสกัดจากงาขี้ม่อน มีฤทธิ์ในการทำให้ผิวขาวขึ้น โดยยับยั้งการทำงานของ tyrosinase ส่งผลให้เกิดการยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน -บรรเทาอาการหอบหืด งานวิจัยชิ้นหนึ่ง ได้ระบุว่า ให้ผู้ป่วยโรคหอบหืดที่เกิดจากหลอดลมอักเสบรับประทานน้ำมันงาขี้ม่อนติดต่อกัน ผลคือผู้ป่วยมีสารลิวโคไตรอีนที่คาดว่าเป็นสาเหตุของโรคหอบหืดลดลง จึงทำให้อาการดีขึ้นตลอดการทดลอง 2 และ 4 สัปดาห์ -ลดความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ โอเมก้า 3 ปริมาณมากในงาขี้ม่อน จะช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ โดยเฉพาะ LDL ที่มักเกาะตามผนังหลอดเลือด จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดอุดตัน -ช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้า กรดไขมันโอเมก้า 3 มีผลต่อโครงสร้างและการทำงานของสมองและระบบประสาท เกี่ยวข้องกับ พัฒนาการ การเรียนรู้ ความจำ และการมองเห็น เมื่อร่างกายได้รับโอเมก้า 3 เข้าไปจะถูกเปลี่ยนเป็น DHA และ EPA ซึ่งจะช่วยจัดการระบบต่างๆ ในสมอง ทำให้เกิดความผ่อนคลาย และลดความวิตกกังวลที่เป็นสาเหตุของโรคซึมเศร้า ลดความผิดปกติของสมองในวัยชราได้ วิธีทาน ทานหลังอาหาร ครั้งละ2เม็ด วันละ 1-2 ครั้ง 1 softgel 500 mg.
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น