Automobiles
2IN1 เครื่องจั๊มสตาร์ทรถยนต์ พร้อมปั๊มลมไฟฟ้า จั๊มแบตรถยนต์ มอไซค์ เติมลมยาง เครื่องชาร์จรถยนต์แบบพกพา
เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า
ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง
ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุดเราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง
สินค้านี้ตรงใจไหม?
บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น
ข้อมูลสินค้าในที่เดียว
อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก
เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า
รู้จักสินค้านี้
**หมายเลขรุ่นผลิตภัณฑ์:** TM16F
**ขนาดผลิตภัณฑ์:** 220*140*55 มม.
**แรงดันไฟฟ้าออกที่พอร์ตสตาร์ทในรถ:** 12V
**USB ออก:** 5V/1.0A
**การชาร์จไฟเข้า:** 5V/1.5-2.0A
**กระแสเริ่มต้น:** ดูรายละเอียดในป้ายความจุผลิตภัณฑ์
**กระแสสูงสุด:** ดูรายละเอียดในป้ายความจุผลิตภัณฑ์
**อายุการใช้งาน:** 3000 ครั้ง
**ช่วงอุณหภูมิที่ใช้งานได้:** -20-60°C
**ความแม่นยำของมาตรวัด:** มาตรวัดความดันลม (+/-1psi)
**แรงดันทำงาน:** ยางรถยนต์ 40psi
**ปริมาณการระบายอากาศ:** >30L/นาที (ทดสอบที่ 0KG/CM2)
**รายการบรรจุภัณฑ์:**
- แหล่งจ่ายไฟฉุกเฉิน X1
- ชุดเครื่องมือ X1
- สายชาร์จแบบ 1 ต่อ 1 X1
- คีมจับแบตเตอรี่ X1
- คู่มือ X1
- ท่อเติมลม X1
- รายละเอียดตามอุปกรณ์ที่จัดส่ง
**คำแนะนำสำหรับการสตาร์ทรถ:**
1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสัญญาณไฟบอกระดับแบตเตอรี่ของเครื่องหลักต้องมากกว่า 75% เพื่อให้การสตาร์ททำได้ราบรื่นยิ่งขึ้น ต่อปลั๊กสีน้ำเงินของคีมจับแบตเตอรี่เข้าที่พอร์ตสตาร์ทในรถ
2. ต่อคีมสีแดงเข้าที่ขั้วบวก (+) ของแบตเตอรี่ และคีมสีดำเข้าที่ขั้วลบ (-) ของแบตเตอรี่
3. ลองสตาร์ทรถ ควบคุมการสตาร์ทไม่เกิน 5 วินาทีในแต่ละครั้ง อย่าหมุนกุญแจค้างไว้เป็นเวลานาน หลังจากสตาร์ทแล้วควรรออย่างน้อย 30 วินาที หากไม่สามารถสตาร์ทได้หลังจาก 3 ครั้ง ให้หยุดทันที และตรวจสอบระดับแบตเตอรี่ของแหล่งจ่ายไฟฉุกเฉินหรือปัญหาอื่น ๆ ของรถ
4. หลังจากสตาร์ทรถแล้ว คีมจับแบตเตอรี่ควรถูกถอดออกจากแบตเตอรี่ภายใน 30 วินาที (มิฉะนั้นอาจทำให้แหล่งจ่ายไฟฉุกเฉินเสียหาย)
**การใช้งานแหล่งจ่ายไฟ:**
- กดปุ่มเปิดเครื่องค้างไว้ 2-3 วินาทีเพื่อเปิดเครื่อง และกดปุ่มเปิดเครื่องค้างไว้อีก 2-3 วินาทีเพื่อปิดหน้าจอ หลังจากเปิดเครื่องหากไม่มีการใช้งาน 60 วินาทีจะปิดเครื่องอัตโนมัติ
- การสลับโหมดปั๊มลม: กดปุ่มเปิดเครื่องค้างไว้ 2-3 วินาทีเพื่อเปิดเครื่อง จากนั้นกดปุ่มตั้งค่าเพื่อเปลี่ยนโหมดการเติมลมสำหรับรถยนต์/มอเตอร์ไซค์/จักรยาน หากต้องการเปลี่ยนแรงดันลมสามารถกดปุ่มบวกและลบเพื่อเพิ่มหรือลดแรงดันลม
- การส่องไฟ LED: ไฟ LED มี 3 โหมด: การส่องสว่างแรง/การกระพริบเตือน/การช่วยเหลือ SOS กดปุ่มเปิดไฟเพื่อเลือกโหมดการส่องสว่างแรง กดอีกครั้งเพื่อเปลี่ยนเป็นการกระพริบเตือน กดอีกครั้งเพื่อเลือกโหมด SOS และกดอีกครั้งเพื่อหยุดการใช้งาน
**ปัญหาที่พบบ่อย:**
1. **รถดับหลังจากสตาร์ท:** ปัญหานี้มักเกิดจากแบตเตอรี่รถยนต์ใช้งานมากเกินไปหรือมีอายุการใช้งานยาวนาน ควรลองสตาร์ทอีกครั้งและให้รถวิ่งประมาณ 3 นาทีเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ หากยังดับเร็ว แสดงว่าแบตเตอรี่อาจไม่มีพลังงานแล้ว ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่
2. **ไม่สามารถชาร์จได้:** ตรวจสอบว่าสายชาร์จเชื่อมต่อกับที่ชาร์จและปลั๊กไฟถูกต้องหรือไม่ ลองเปลี่ยนที่ชาร์จหรือสายชาร์จใหม่ (สามารถใช้ที่ชาร์จและสายชาร์จของโทรศัพท์มือถือได้)
3. **ไม่สามารถชาร์จโทรศัพท์ได้:** ตรวจสอบว่า USB ออกของแหล่งจ่ายไฟเปิดอยู่หรือไม่ และแบตเตอรี่มีอย่างน้อย 1 ขีดหรือมากกว่า ตรวจสอบว่าสายชาร์จเชื่อมต่ออย่างถูกต้องหรือมีความเสียหายหรือไม่ หากจำเป็นให้เปลี่ยนสายชาร์จ
4. **ไม่สามารถสตาร์ทรถได้:** หากเครื่องยนต์ไม่มีการเคลื่อนไหวขณะสตาร์ท: ตรวจสอบว่าคีมจับแบตเตอรี่เชื่อมต่ออย่างถูกต้องหรือไม่ หากขั้วของแบตเตอรี่สกปรกหรือเป็นสนิมให้ทำความสะอาดก่อนลองใหม่ หากเชื่อมต่อถูกต้อง อาจเป็นไปได้ว่ารถอยู่ในโหมดป้องกัน บางรุ่นอาจต้องกดปุ่มสตาร์ทค้างไว้ประมาณ 10 วินาทีจนกว่าเครื่องยนต์จะเริ่มเคลื่อนไหวแล้วปล่อยออก
5. **แหล่งจ่ายไฟฉุกเฉินสามารถสตาร์ทรถได้กี่ครั้ง?** หลังจากชาร์จเต็มแล้ว แหล่งจ่ายไฟฉุกเฉินสามารถสตาร์ทรถได้ประมาณ 10-20 ครั้ง
6. **แหล่งจ่ายไฟฉุกเฉินสามารถชาร์จโทรศัพท์ได้กี่ครั้ง?** หลังจากชาร์จเต็มแล้ว สามารถชาร์จโทรศัพท์ได้ประมาณ 4-5 ครั้ง (ทดสอบด้วย IPHONE 61810mAh)
7. **แหล่งจ่ายไฟฉุกเฉินสามารถเก็บพลังงานได้ยาวนานเท่าไร?** หลังจากชาร์จเต็มแล้ว สามารถเก็บพลังงานได้นาน 4-6 เดือน แต่อย่างไรก็ตามเราขอแนะนำให้ชาร์จทุก 3 เดือน
หากคำตอบข้างต้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ กรุณาติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าเพื่อการวิเคราะห์และแก้ไข ไม่ควรเปิดเครื่องเอง!
**ข้อควรระวัง:**
1. เครื่องนี้เหมาะสำหรับยางรถยนต์ทั่วไป ไม่สามารถใช้กับยางรถขนาดใหญ่หรือรถที่มีน้ำหนักมาก เช่น รถบรรทุกหรือรถคอนเทนเนอร์ ระหว่างการเติมลมหรือหลังจากเติมเสร็จจะมีความร้อนสูงที่ช่องระบายอากาศ โปรดระมัดระวังในการสัมผัส
2. เมื่อใช้งานแหล่งจ่ายไฟฉุกเฉิน ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าปลั๊กสีน้ำเงินเชื่อมต่ออย่างแน่นหนากับช่องเสียบของแหล่งจ่ายไฟ มิฉะนั้น รถจะไม่สามารถสตาร์ทได้และอาจทำให้แหล่งจ่ายไฟฉุกเฉินเสียหาย
3. ต้องแน่ใจว่าคีมจับแบตเตอรี่ติดแน่นที่ขั้วของแบตเตอรี่ หากพยายามสตาร์ท 3 ครั้งแล้วยังไม่สามารถสตาร์ทได้ ให้หยุดและตรวจสอบปัญหาอื่น ๆ
4. หลังจากสตาร์ทรถแล้ว คีมจับแบตเตอรี่ควรถูกถอดออกภายใน 30 วินาที มิฉะนั้นจะทำให้แหล่งจ่ายไฟเสียหาย
5. ห้ามเชื่อมคีมทั้งสองเข้าด้วยกัน เนื่องจากอาจเป็นอันตรายและทำให้แหล่งจ่ายไฟฉุกเฉินเสียหายและหมดประกัน
6. เมื่อต้องการสตาร์ทรถ ต้องมั่นใจว่าแหล่งจ่ายไฟฉุกเฉินมีพลังงานอย่างน้อย 3 ขีด
**คำเตือน:**
1. เมื่อชาร์จผลิตภัณฑ์ ต้องห่างจากวัสดุที่ติดไฟหรือระเบิดง่าย เช่น โซฟาและผ้าม่าน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
2. ห้ามใช้พอร์ตออกฉุกเฉินของรถนานเกินไป มิฉะนั้นอาจทำให้แบตเตอรี่เสียหาย
3. หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ควรชาร์จและปล่อยไฟออกอย่างน้อยทุก 3 เดือนเพื่อป้องกันการหมดไฟของแบตเตอรี่
4. เก็บผลิตภัณฑ์ในที่เย็นและมีการระบายอากาศ หลีกเลี่ย
เรื่องเล่าจากชุมชน
เขียนรีวิว ↗
ประสบการณ์จากผู้ใช้
เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์
ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น