ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
เมล็ดดอกคำใต้ กระถิ่นเทศ บุหงาอินโดนีเซีย จัดเป็นพรรณไม้พุ่มผลัดใบขนาดย่อม 20 เมล็ด
Home & Living

เมล็ดดอกคำใต้ กระถิ่นเทศ บุหงาอินโดนีเซีย จัดเป็นพรรณไม้พุ่มผลัดใบขนาดย่อม 20 เมล็ด

฿50.00
ข้อมูลราคาจาก Feed ล่าสุด 10/09/2026 03:49

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

ต้นกระถินเทศ จัดเป็นพรรณไม้พุ่มผลัดใบขนาดย่อม กิ่งมักคดไปมาแต่จะยืดจนเกือบตรงเมื่อต้นเจริญเติบโตขึ้น ลำต้นมีลักษณะตั้งตรง มีความสูงได้ประมาณ 2-4 เมตร ตามลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลม กิ่งออกในลักษณะซิกแซ็ก เปลือกต้นเป็นสีคล้ำน้ำตาล ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด ปักชำกิ่ง ตอนกิ่ง เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยและดินเหนียวที่อุ้มน้ำได้ดี ต้องการน้ำปานกลาง ควรปลูกในที่มีแสงแดดทั้งวัน มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ พบขึ้นเป็นวัชพืชทั่วไปในเขตร้อน สรรพคุณของกระถินเทศ ตำรายาไทยจะใช้รากกระถินเทศกินเป็นยาอายุวัฒนะ (ราก)[1],[3] หากเป็นวัณโรคมีร่างกายอ่อนแอ ให้ใช้รากแห้งประมาณ 15-30 กรัม ต้มเอาน้ำตุ๋นกับเป็ด หรือไก่ หรือเต้าหู้ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) ใช้กินวันละครั้ง (รากแห้ง)[2],[4] เมล็ดนำมาบดให้เป็นผง หรือคั่วกินเป็นอาหารปกติ จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ (เมล็ด)[3] ยาขี้ผึ้งจากดอกใช้เป็นยาแก้ปวดศีรษะ (ดอก)[2] เปลือกใช้เป็นยาแก้ไอ (เปลือก)[5] ยางจากรากใช้อม กิน เคี้ยวเป็นยาแก้ไอ แก้เจ็บคอ ช่วยทำให้คอชุ่ม (ยางจากราก)[2],[3],[4] หรือใช้ยางเข้ายาแก้ไอ บรรเทาอาการระคายคอ ใช้เป็นยารักษาแผลในคอ (ราก)[3] รากมีสรรพคุณทำให้อาเจียน (ราก)[5] บ้างใช้เปลือกนำมาต้มกับหอมหัวใหญ่กินเป็นยาทำให้อาเจียน (เปลือกต้น)[2] เมื่อเป็นโรคเลือดออกตามไรฟัน ให้ใช้เปลือกต้นประมาณ 1 ส่วน น้ำ 20 ส่วน แล้วผสมกับขิงสดอีก 1 แง่ง ต้มให้เดือด แล้วกรองเอาแต่น้ำใช้บ้วนปากทุกเช้าเย็นเป็นประจำ (เปลือกต้น)[2],[4] ส่วนอีกข้อมูลระบุว่า ให้นำรากมาต้มรวมกับขิงใช้อมบ้วนปากแก้เหงือกอักเสบและมีเลือดออก (ราก)[5] ยาพื้นบ้านล้านนาจะใช้รากนำมาต้มกับน้ำอมเป็นยาแก้ปวดฟัน (ราก)[1] ใช้เป็นยาแก้โรคปอด (ยาง, รากและเมล็ด)[4] ยาชงจากดอกใช้กินแก้อาการอาหารไม่ย่อย (ดอก)[2] ฝักดิบจะมีรสฝาดมาก เมื่อนำมาต้มกับน้ำกินจะมีสรรพคุณเป็นยาแก้โรคบิดได้ (ฝักดิบสีเขียว)[2] เปลือกต้นมีรสฝาด ใช้ภายในเป็นยาแก้ท้องเสียได้ โดยนำมาต้มเอาน้ำกินแทนน้ำชา (เปลือกต้น)[2],[3],[4] ดอกใช้แช่กับเหล้ากินเป็นยาแก้ปวดท้อง และเป็นยากระตุ้น (ดอก)[2] ใช้เป็นยาแก้ริดสีดวงทวาร (เปลือกต้น)[5] เปลือกใช้ต้มแล้วกรองเอาแต่น้ำใช้ล้างแผล แก้ดากออก แก้ระดูขาว (เปลือกต้น)[2],[4] เปลือกต้นมีสรรพคุณเป็นยาฝาดสมาน ใช้สมานแผลห้ามเลือด โดยนำมาบดเป็นผงโรยหรือพอกบริเวณบาดแผล หรือบดให้ละเอียดต้มแล้วกรองเอาน้ำใช้ล้างแผลหรือใช้ทาแผล โดยส่วนที่ใช้ต้องทำให้แห้งและใช้ประมาณ 1.5-3 กรัม (เปลือกต้น)[2],[3],[4],[5] ใบอ่อนใช้ตำแล้วเอากากมาพอกแก้แผลเรื้อรังและแก้บาดแผล เมื่อนำมาต้มกรองเอาแต่น้ำจะใช้ล้างแผลได้ (ใบอ่อน)[2],[4],[5] รากใช้ภายนอกนำมาต้มแล้วกรองเอาน้ำใช้ล้างแผล หรือนำมาตำให้ละเอียดแล้วเอามาพอกแผล แก้ฝีมีหนอง โดยส่วนที่ใช้ต้องทำให้แห้ง และใช้ประมาณ 15-24 กรัม (ราก)[2],[3] ส่วนตำรับยาแก้ฝีมีหนองหลายตัวนั้น ระบุให้ใช้รากสดประมาณ 60 กรัม ถ้ามีหนองน้อยให้นำมาตุ๋นกับเป็ดหรือไก่กิน แต่ถ้ามีหนองมากให้นำมาตุ๋นกับเต้าหู้กิน (รากสด)[2] เนื้อหุ้มเมล็ดใช้ตำแล้วนำมาพอกแก้ฝีหลายหัวและใช้แก้เนื้องอก (เนื้อหุ้มเมล็ด)[2] ใช้รักษาฝีหนองในร่างกาย (รากและเมล็ด)[4] ฝักดิบใช้ต้มเอาน้ำล้างแผลแก้ผิวหนังที่มีอาการเยื่อเมือกอักเสบ เช่น ที่คอและตา (ฝักดิบสีเขียว)[2],[4] ส่วนราก เปลือก และใบ ก็มีรสฝาดเช่นกัน สามารถนำมาต้มแล้วกรองเอาน้ำใช้ล้างผิวหนังที่มีอาการเยื่อเมือกอักเสบ เช่น ที่คอและตาได้ (ราก, เปลือกต้น, ใบ)[2] รากใช้เป็นยาทาแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย (ราก)[1],[3] รากใช้เป็นยาพอกแก้บวม (ราก)[5] บ้างใช้รากผสมกับเหล้าตำพอกแก้แขนขาบวมและอักเสบ (ราก)[2] รากใช้ต้มกับน้ำกินเป็นยาแก้อักเสบ ปวดข้อ แก้โรคไขข้ออักเสบ (ราก)[2],[3],[4],[5] ตำรับยาแก้อาการปวดตามข้อ แก้ฝีหนองในปอด จะใช้รากสดประมาณ 60 กรัม นำมาตุ๋นกับเป็ด หรือไก่ หรือเต้าหู้ อย่างใดอย่างหนึ่งกิน (รากสด)[2],[4] ใบแก่ใช้ตำแล้วคั้นเอาน้ำจากใบมาทาบริเวณเอวและหลัง จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ (ใบแก่)[2],[4] ดอกใช้เป็นยาแก้เกร็ง (ดอก)[5] ยางใช้ผสมกับยาผงปั้นเป็นเม็ดผสมกับยาอื่น แก้เยื่ออ่อนของอวัยวะภายในอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น (ยาง)[2],[4] ตำรับยาบำรุงหัวใจพื้นบ้านของอำเภอทับคล้อ จังหวัดพิจิตร จะใช้ลำต้นกระถินเทศ 2-3 กิ่ง นำมาตำหรือทุบ แล้วนำไปต้มกับน้ำครึ่งลิตรพอเดือด ทิ้งให้อุ่น ให้หญิงคลอดลูกที่อ่อนเพลียเนื่องจากการตกเลือด ดื่มเป็นยาบำรุงหัวใจจะสดชื่นขึ้นทันที แต่จะให้ดื่มหลังจากที่ดื่มน้ำใบเสนียด ซึ่งเตรียมได้จากการนำใบเสนียดสด ๆ 5 ใบ มาโขลกกับเกลือเล็กน้อยดื่มเพื่อเป็นยาห้ามเลือด ถ้ายังไม่หายอ่อนเพลียก็จะให้รับประทานน้ำต้มจากกิ่งกระถินเทศ (ข้อมูลจากการสัมภาษณ์บุคคล ยังไม่ได้รับการพิสูจน์
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น