ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
เมล็ดพันธุ์ ฟักเขียวยักษ์ ฟักใหญ่ บรรจุ 9-20 เมล็ด 1 ลูก กินได้ทั้งหมู่บ้าน [ซื้อ 10 แถม 1 คละได้]
Home & Living

เมล็ดพันธุ์ ฟักเขียวยักษ์ ฟักใหญ่ บรรจุ 9-20 เมล็ด 1 ลูก กินได้ทั้งหมู่บ้าน [ซื้อ 10 แถม 1 คละได้]

เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

ฟักเขียวที่นิยมปลูกมีอยู่ 3 พันธุ์ คือ พันธุ์ที่มีผลกลมยาว ใหญ่ ขนาดของผลจะใหญ่ยาว 1-2 ฟุต มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 8-12 นิ้ว มีไขบนผิวมาก นิยมเก็บมารับประทานเมื่อผลแก่เต็มที่ สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน อีกพันธุ์เป็นผลกลมขนาดใหญ่ และอ้วน ผิวมีไขจับมาก นิยมปลูกในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย มีเปลือกแข็งสามารถเก็บไว้ได้นานหลังการเก็บเกี่ยว และพันธุ์ที่ผลกลมยาว แต่มีขนาดเล็ก รูปร่างยาวรี มีความยาวประมาณ 4-8 นิ้ว เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3-4 นิ้ว ผิวไม่มีไข ฟักเป็นพืชในตระกูลเดียวกับแตง และบวบ นอกจากใช้ผลทั้งอ่อนและแก่มารับประทานเป็นอาหารแล้ว ยังสามารถใช้ใบอ่อน ยอดอ่อน มาต้มรับประทานได้ด้วย สำหรับผลของฟักนั้นนิยมนำไปประกอบเป็นอาหารทั้งคาวและหวาน ในอดีตมีการปลูกกันมากในประเทศจีน และมีการปลูกเพื่อใช้ประโยชน์เพื่อบริโภคมานานแล้ว ต่อมาได้แพร่หลายมาในประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในประเทศไทยนิยมเรียกว่าฟักเขียว มีลักษณะลำต้นเลื้อย ลำต้นอ่อนจะมีขนสีขาวอยู่ทั่วลำต้น ลำต้นทอดเถายาว 2-3 เมตร มีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียแยกกันแต่อยู่ในต้นเดียวกัน ผลของฟักเขียวจะเป็นลักษณะยาว หัวท้ายมน เมื่ออ่อนจะมีสีเขียว และเมื่อแก่จะมีสีเหลืองนวล มีขนสีขาวปกคลุม และมีไขคลุมอยู่ด้วย เมื่อแก่เนื้อจะแน่นเป็นสีขาว ภายในมีเมล็ดเหมือนแตง ผลใหญ่จะมีเมล็ดมาก เป็นพืชที่ชอบอุณหภูมิสูงและแห้ง อุณหภูมิที่เหมาะสมในการปลูกคือ 20-25 องศาเซลเซียส ถ้าความชื้นในบรรยากาศสูง จะทำให้ผลผลิตต่ำ เพราะการผสมละอองเกสรต้องใช้แมลงเป็นตัวช่วย และจะผสมได้ดีในสภาพความชื้นสัมพัทธ์ในบรรยากาศต่ำ สภาพดินที่เหมาะสมต่อการปลูกคือดิน ที่ร่วนและอุดมสมบูรณ์ มีการถ่ายเทของน้ำและอากาศที่ดี และต้องสามารถอุ้มน้ำได้ดีพอสมควร ปัจจุบันในประเทศไทยมีการนำมาปลูกแบบขึ้นค้างมากขึ้น โดยเฉพาะในสภาพที่มีพื้นที่จำกัดเช่นบริเวณบ้านพักอาศัย หรือแม้แต่ในชุมชนเมือง ซึ่งก็สามารถทำได้ดี โดยการเตรียมพื้นที่ พลิกหน้าดินให้ลึกประมาณ 20 เซนติเมตร ย่อยและใส่ปุ๋ยคอกที่แห้งดีแล้วผสมลงไป เพื่อทำให้สภาพของดินนั้นดีขึ้น นำไม้ไผ่มาปักทำเป็นค้าง เหมาะเป็นค้างในสภาพขนานกับพื้นดิน ในรูปสี่เหลี่ยม โดยมีคานที่ค่อนข้าง แข็งแรงนิดหนึ่ง ด้วยผลฟักนี้เมื่อ เจริญเติบโตค่อนข้างจะมีน้ำหนัก และควรปลูกโดยการหยอดเมล็ดลงในแปลงเลย โดยเอาเมล็ดพันธุ์หยอดหลุมละ 3-5 เมล็ดและให้น้ำตามทันทีแบบดินชุ่มชื้น เมื่องอกได้ประมาณ 12 วัน จะเริ่มมีใบประมาณ 3-4 ใบ ให้ถอนแยกให้เหลือหลุมละ 2 ต้น หลังจากถอนแยกแล้วให้นำไม้ไผ่มาปักบริเวณหลุมที่ต้นอ่อนงอกขึ้นมาหลุมละ 2 หลัก จากนั้นจับให้เถาพันเลื้อยเกาะเสาไปไต่เลื้อยบริเวณส่วนบนของค้าง เมื่อทุกต้นไต่ขึ้นแล้วจากนั้นเถาจะไต่ไปจนทั่วบริเวณของค้างตามธรรมชาติ ประมาณ 75 วัน หลังปลูกฟักจะเริ่มออกดอก ซึ่งไม่ควรใช้สารเคมีใด ๆ เพราะฟักจะต้องอาศัยแมลงเข้ามาเป็นตัวช่วยในการผสมเกสรจึงจะให้ผลผลิตที่ดี และมีปริมาณมาก หากนำพันธุ์ฟักผลใหญ่มาปลูกก็อาจจะต้องอาศัยเวลานานขึ้นนิดหนึ่ง คือประมาณ 120 วันหลังจากหยอดเมล็ด.... อ่านต่อที่ : https://d.dailynews.co.th/agriculture/642041/
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น