ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
น้ำปรุงชื่นจิตมิตรกายตำรับในวัง หอมละมุนด้วยการหมักนานกว่า 6 เดือน
Beauty

น้ำปรุงชื่นจิตมิตรกายตำรับในวัง หอมละมุนด้วยการหมักนานกว่า 6 เดือน

เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

น้ำปรุงตำรับในวัง หมักมากกว่า 6 เดือน ใช้เป็นน้ำหอมฉีดสเปรย์บนเสื้อผ้า ปรับอากาศในห้อง หรือถวายเป็นพุทธบูชา ด้วยขั้นตอนการหมักนานถึง 6 เดือนหรือมากกว่า น้ำปรุงของเราจึงมีกลิ่นหอมละมุน และแทบจะไม่มีกลิ่นของแอลกอฮอล์หลงเหลืออยู่เลย บรรจุในขวดสวยงาม จะนำไปใช้เองหรือเป็นของฝากก็ได้เช่นกันค่ะ น้ำปรุงจะเป็น Eau De Parfume (EDP) มีออยล์น้ำหอมเข้มข้นประมาณ 10% – 20% กลิ่นติดทนประมาณ 4-5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ฉีดด้วยค่ะ มี 3 กลิ่นให้เลือก * จันทน์กะพ้อ มีกลิ่นหอมละมุน อบอวลกว่ากลิ่นอื่น * กุหลาบมอญ มีกลิ่นหอมกลางๆ อบอุ่น * มวลบุปผา มีกลิ่นโทนเบาๆ เย็นสบาย ขนาดบรรจุ มี 2 ขนาด * ขนาด 10 มล. บรรจุในขวดสเปรย์ปากกา เหมาะกับการพกพา หรือนำไปเป็นของชำร่วย * ขนาด 30 มล. บรรจุในขวดสเปรย์ทรงกระโปรง เหมาะกับการมอบเป็นของฝาก ของขวัญ บรรจุภัณฑ์สวยงามแบบไทยๆ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้เลยค่ะ หรือติดตามสินค้าอื่นๆ ได้ที่เพจ #สุมาลีแป้งพวงและหัตถศิลป์ไทย ทางร้านมีแป้งพวงจำหน่ายด้วยเช่นกันค่ะ #น้ำปรุงชื่นจิตมิตรกาย #หมักนาน6เดือน #เครื่องหอมไทย เกร็ดความรู้ การทำน้ำหอมมีต้นกำเนิดตั้งแต่สมัยโบราณจากอียิปต์ แล้วแพร่หลายไปยังยุโรป ส่วนในประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมาจะเป็นเครื่องหอมที่ทำเป็นประเภทน้ำอบเป็นหลัก จนเมื่อมีชาวฝรั่งเศสที่เดินทางเข้ามา คนไทยจึงรับน้ำหอมแบบฝรั่งมาพัฒนาต่อ ทำเป็นน้ำปรุงเพื่อให้เข้ากับอากาศเมืองร้อนของไทย ซึ่งคนรุ่นไทยรุ่นไหม่หลายๆคนไม่ทราบความแตกต่างระหว่างน้ำอบและน้ำปรุง ก็จะเอา ‘น้ำปรุง’ ไปสับสนกับ ‘น้ำอบ’ ทั้งที่สองอย่างนี้เป็นเครื่องหอมคนละชนิดกัน และใช้วัตถุดิบไม่เหมือนกัน น้ำอบไทย ถือเป็นเครื่องสำอางที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยใช้ประพรมร่างกายเพื่อเพิ่มความเย็น สดชื่น ช่วยให้เกิดความกระปรี้กระเปร่า และคลายร้อนได้เป็นอย่างดี เพราะมีส่วนประกอบของสมุนไพรไทยที่มีสรรพคุณดับพิษร้อน และยังมีแป้งหินและพิมเสนเป็นตัวช่วยให้เกิดความเย็นสบาย น้ำอบสามารถนำมาใช้ได้หลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นงานมงคล รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ช่วงวันสงกรานต์ สรงน้ำพระ งานมงคลสมรส กระทั่งถึงงานอวมงคล(ต่างจากน้ำปรุงซึ่งเป็นเครื่องหอมชั้นสูงใช้เฉพาะในงานมงคล) และเนื่องด้วยน้ำอบมีส่วนผสมของแป้ง ความติดทนจึงอยู่ในระดับ โคโลญน์ น้ำอบในสมัยโบราณจะใช้น้ำฝนหรือน้ำกลั่นเอาไปต้มกับเครื่องหอมแห้งต่างๆให้หอมและมีสีสัน แล้วจึงเอาไปใส่ในโถกระเบื้องร่ำด้วยดอกไม้สด เอาไปกรอง จากนั้นจึงจุดเทียนอบ ร่ำควันเทียน ให้ความหอมแทรกซึมลงไปที่ผิวน้ำ แล้วจึงอบร่ำด้วยเครื่องหอมนานาชนิดอีกที สุดท้ายจึงเอาแป้งหินที่ปรุงไว้อย่างดีด้วยเครื่องหอมสารพัดชนิดมาปรุงน้ำอบอีกที ก็จะได้น้ำอบไทยพร้อมไว้ใช้งานแล้วค่ะ น้ำปรุงจะมีความใกล้เคียงกับน้ำหอมของฝรั่งมากกว่าน้ำอบเพราะมีเบสเป็นแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นตัวกระจายกลิ่นชั้นดี น้ำปรุงจึงมีกลิ่นติดทนกว่าน้ำอบที่มีน้ำและแป้งเป็นเบสให้กลิ่นจับกับผิวกาย น้ำปรุง มีความหอมละเมียดละไมแบบไทย จะเป็นน้ำสีเขียวๆ หรือสีเหลือง ก็ขึ้นกับเครื่องหอมของแต่ละสูตรของนำ้ปรุงที่ใช้แอลกอฮอล์สกัด ถ้าสกัดจากใบไม้หอมก็จะมีสีออกเขียวๆ จากนั้นก็ปรุงด้วยกลิ่นดอกไม้หลากหลายชนิดให้มีความหอมอย่าลงตัวละเมียดละไม สูตรใครสูตรมัน เป็นความลับของแต่ละวัง แต่ละตำหนัก จึงได้เรียกว่าน้ำปรุง ลักษณะการใช้งานเช่นเดียวกับน้ำหอม ความติดทนในระดับ perfume คือ 6 ช.ม. หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ และอุณหภูมิ ชนิดและปริมาณของตัวตรึงกลิ่นที่ใช้ น้ำปรุงคือเครื่องหอมชั้นสูงของไทยที่ใช้ในงานมงคล สามารถใช้ถวายพระ สรงน้ำพระ ไหว้เทพ ใช้ในพิธีกรรม ผสมน้ำพระพุทธมนต์ หรือใช้ผสมน้ำรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ก็ได้เช่นกัน มี กลิ่นเดียว นะคะ คือกลิ่นดอกไม้รวม ถ้าเป็นกลิ่นดอกไม้อื่นๆที่แยกชนิดชัดเจนจะเรียกว่าน้ำหอมค่ะ น้ำปรุงตามตำรับโบราณที่แท้จริงจะไม่มีการแยกกลิ่น ว่าเป็นน้ำปรุงกลิ่นดอกโน้น ดอกนี้ แต่ใช้ดอกไม้หลายชนิด ตามแต่สูตรของผู้คิดค้นแต่ละคน ปรุงจนได้กลิ่นที่ลงตัวให้หอมตามจริตความชอบ กลิ่น สี ลักษณะ จึงเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตำรับนั้นๆค่ะ "น้ำปรุง" กับ "น้ำอบ" ต่างกันอย่างไร? สรุปคือ น้ำปรุง เป็นครื่องหอมชั้นสูง คือน้ำหอมอย่างไทยใช้ในงานมงคล เกรดคือเพอร์ฟูม ที่ใช้แอลกอฮอล์เป็นเบสค่ะ ส่วนน้ำอบ ทำขึ้นมาเพื่อเป็นเครื่องหอม ที่ใช้เป็นสำอางทาผิวดับร้อนและมีกลิ่นหอม เทียบเท่าในระดับโคโลญน์ ที่มีเบสเป็นแป้งและน้ำค่ะ ใช้ทั้งงานมงคล และงานอวมงคล ขอขอบคุณข้อมูลจากร้านถาวรธนสารด้วยค่ะ
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น