ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
Marinshop [ลด50%ใน LIVEทุกวัน] เลี้ยงลูกให้ดี เริ่มที่พ่อแม่มีสติ RaisingGoodHumans SC
Books & Magazines

Marinshop [ลด50%ใน LIVEทุกวัน] เลี้ยงลูกให้ดี เริ่มที่พ่อแม่มีสติ RaisingGoodHumans SC

เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

Coming Soon! #RaisingGoodHumans เลี้ยงลูกให้ดี เริ่มที่พ่อแม่มีสติ . คำนิยม โดย นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ . เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบลงสิ่งแรกที่ทำคือค้นประวัติผู้เขียนว่าเป็นพุทธหรือเปล่า นอกเหนือจากที่เขียนไว้มากกว่าหนึ่งตำแหน่งว่าเคยอบรมการเจริญสติกับติช นัท ฮันห์ เมื่อได้คำตอบแล้วก็อดไม่ได้ที่จะอ่านคำวิจารณ์ถึงหนังสือเล่มนี้ พบว่าเป็นที่ชื่นชอบมากมาย ชวนให้สงสัยต่อไปอีกว่าผู้ชื่นชอบมากเป็นพิเศษเป็นชาวตะวันตกหรือเป็นชาวเอเชีย ระหว่างพยายามไล่หาคำตอบนั้นจึงพบว่าผู้เขียนหนังสือเล่มนี้มีผลงานด้านปฏิบัติและการฝึกอบรมมาก่อนแล้วมากมาย จึงสบายใจได้ว่านี่มิใช่หนังสือฮาวทูที่มีอยู่ดาษดื่น . จุดอ่อนของหนังสือฮาวทูหลายเล่มคืออ่านจบแล้วพูดว่าทำไม่ได้ อันที่จริงหลายท่านมักให้เหตุผลว่าทำไม่ได้เพราะไม่มีเวลา แต่หนังสือเล่มที่ท่านถืออยู่นี้นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องไม่มีเวลาให้แล้ว ยังเป็น #หนังสือที่ควรอ่านเพราะไม่มีเวลานั่นแหละ เมื่ออ่านแล้วให้ฝึกตามที่หนังสือแนะนำไปทีละขั้นๆ ช้าๆ ไม่มีความจำเป็นต้องรีบ อะไรต่อมิอะไรที่เรียกว่า #เวลาจะคืนมาหาเราเอง นอกเหนือจากเรื่องความสงบและสติที่จะได้มาด้วยกัน . เป็นการยากที่จะเขียนหนังสือเช่นนี้โดยมิให้มีกลิ่นอายของศาสนาใดหรือแม้กระทั่งหลีกเลี่ยงการใช้คำศัพท์ของศาสนาใด ไม่นับว่ายากยิ่งขึ้นไปอีกหากจะเขียนโดยมิให้ผู้อ่านรู้สึกได้ว่าอวด ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้อาจหาญถึงกับเขียนเรื่อง “meditation” ตั้งแต่บทแรกๆ ทั้งที่เป็นหนังสือ “parenting” อย่างไรก็ตาม มิใช่ว่าจะไม่เคยมีผู้เขียนได้ หนังสือ ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ ของติช นัท ฮันห์ เป็นเล่มหนึ่งที่ทำได้และอยู่ยั้งยืนยงมาช้านานว่าอ่านได้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นศาสนาใด ด้วยข้อเขียนรวมทั้งบทแปลไทยที่เคยตีพิมพ์หลายครั้งก็สามารถทำได้ดีถึงระดับนั้น . หนังสือเล่มนี้ประมาณคล้ายคลึงกัน นั่นคือแม้จะเริ่มบทแรกด้วยการเจริญสติ ตามด้วยการนั่งสมาธิ แต่ก็เป็นเพียงสองบทแรกที่มีกลิ่นอายของข้อแนะนำทางศาสนาอยู่บ้าง บทต่อๆ ไปจึงเป็นภาคปฏิบัติที่เป็นจริงเพื่อให้ทำสิ่งที่ควรทำให้ได้เสียที ที่เรารู้ๆ กันอยู่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ๆ 3 เรื่อง ได้แก่ (1) #ไม่โกรธลูกหรือโมโหพฤติกรรมลูกจนถึงแก่การระเบิดของอารมณ์แล้วสร้างความเสียหายต่อความสัมพันธ์ หรือแม้แต่ “สายสัมพันธ์” จนซ่อมแซมใหม่ได้ยาก (2) #การฟังอย่างมีสติและลึกซึ้งจนกระทั่งลูกสัมผัสได้ถึงความเข้าใจของเรา หรือมากไปกว่านี้คือความสงบนิ่งของเราจนกระทั่งเขาสงบตาม และ (3) #การให้อภัยตนเอง เห็นตนเองเป็นพ่อแม่ธรรมดาๆ ที่ผิดพลาดได้และเริ่มใหม่ได้เสมอ ให้เวลาและความสำคัญแก่ชีวิตตนเองได้ในระดับที่รักษาสมดุลกับการให้เวลาแก่ลูกและสามารถอบรมดูแลลูก . ทั้งสามประการนี้ผมเขียนสั้นๆ เสมอมาว่า (1) ให้ออกกำลังกาย (2) ให้นั่งฟังแล้วทำหน้าให้ลูกรับรู้ว่าเราฟัง ส่วนประการสุดท้าย (3) ให้แต่งตัวสวยๆ แล้วนั่งกินกาแฟ จะว่าเขียนเล่นก็น้อมรับ จะว่าเขียนเป็นเล่นอันนี้ขอปฏิเสธ เหตุเพราะตั้งใจเขียนจริงและเขียนวิธีที่ง่ายที่สุดในโลกให้อ่าน สำคัญกว่านั้นคือทั้งสามประการเป็นวิธีที่ตัวเองทำได้ผลจริงมาก่อนแล้วภายใต้ข้อเท็จจริงที่ว่าถ้าจะมานั่งอวดกันว่าชีวิตใครยุ่งกว่าใครตอนเลี้ยงลูก ผมกล้าพูดว่าตัวเองอยู่ในอันดับต้นๆ แน่ ดังนั้นพอมาเขียนหนังสือแนะนำคนอื่นจึงกล้าเขียนเรื่องที่เป็นจริงอย่างง่ายที่สุด แล้ว “สวดภาวนา” ว่าจะมีคนทำได้ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เขียนเรื่องภาวนาด้วยซ้ำ . เป็นอีกครั้งที่อ่านหนังสือแล้วพบว่า อันที่จริงผมน่าจะเขียนหนังสือเล่มนี้ก่อนที่ผู้เขียนคนนี้จะเขียน เรื่องหนึ่งที่ผมไม่ค่อยเขียนถึงนอกจากหลุดไปนานๆ ครั้งหนึ่งคือเรื่องเจริญสติและเรื่องการนั่งสมาธินี้เอง เหตุเพราะไม่อยากพาดพิงศาสนาและไม่อยากถูกกล่าวหาว่าอวดนั่นเอง เหตุที่หน้าคำนิยมจำเป็นต้องเขียนเรื่องนี้เพระผู้เขียนหนังสือนี้เขียนไว้หลายตำแหน่งว่า หากท่านฝึกเจริญสติอยู่เรื่อยๆ แบบฝึกหัดในบทต่อๆ ไปในหนังสือจึงจะทำได้ไม่ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากจะไม่เคอะเขินต่อบางแบบฝึกหัด สมมติว่าไม่สะดวกใจกับบางแบบฝึกหัดก็ข้ามไปได้เลย อธิบายได้ว่าลำพังการเจริญสติอย่างสม่ำเสมอก็เพียงพอที่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่มีความอดกลั้น (threshold) ของความโกรธ การฟัง และการให้อภัยตนเองเพิ่มสูงขึ้นอยู่แล้ว . ครั้งหนึ่งเมื่ออายุประมาณ 30 ปี ผมเผชิญปัญหาข้อเข่าเสื่อมมีอาการปวดและเดินไม่ได้ อีกทั้งวิ่งไม่ได้กับยกของหนักไม่ได้ การมีอาการเหล่านี้ในวัยเท่านั้นเป็นความทุกข์ การเดินไปตามตึกต่างๆ เพื่อตรวจผู้ป่วยทุกๆ เช้าเป็นความทุกข์ทรมาน ความเสียใจที่ตนเองมิได้ทำอะไรได้เหมือนคนอื่นสร้างความอับอายและเสียใจ ทั้งหมดนี้ถูกแก้ไขด้วยการเจริญสติ พลันที่รู้วิธีก็ทำตามนั้น ทุกเช้าที่เดินตามตึกไปตรวจผู้ป่วยก็ให้รู้ว่ากำลังใช้เท้าขวา กำลังใช้เท้าซ้ายเท่านั้นเอง จำได้ว่าสมัยปวดหัวเข่าติดตามด้วยปวดหลังมากๆ ก็ใช้วิธีล้างจานรักษาตัวเองด้วย วิธีล้างจานมีปรากฏอย่างละเอียดในหนังสือเล่มนี้ ผมมีอาการทุกอย่างดีขึ้นเพียงแค่รู้ว่ามือขวากำลังถือจานและมือซ้ายกำลังล้างจานเท่านั้นเอง (ควรอธิบายตรงนี้ว่าถนัดซ้าย) . ดังนั้น ที่ว่าท่านจะได้เวลาคืนมาเพราะที่แท้แล้ววิธีแก้ปัญหาอยู่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว การเจริญสติมิได้ต้องใช้เวลาพิเศษแต่อย่างใด ทำง่ายกว่าการออกกำลังกายเสียอีกและมิได้อิงศาสนาอะไร อย่างไรก็ตาม หนังสือเล่มนี้มีพูดถึงการนั่งสมาธิช่วงสั้นๆ ด้วย ซึ่งผมมิได้ทำเพราะไม่เหมาะกับตนเอง (เป็นข้อค้นพบตั้งแต่ครั้งเรียนปริญญาตรี) แต่ที่ทำได้คือเดินจงกรมซึ่งเรื่องนี้อิงศาสนาแน่จึงขออนุญาตข้ามไป . ย้ำว่าการเจริญสติมิใช่เรื่องเดียวที่ผู้เขียนหนังสือนี้ขอให้ทำ ยังมีอีกหลายแบบฝึกหัดที่ท่านลองได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อจัดการปัญหานานาประการในการเลี้ยงลูก ทั้งปัญหาที่เกิดแก่ตัวเอง ต่อคู่สมรส ต่อลูก รวมไปถึงคนรอบข้างอื่นๆ และที่ทำงาน ความไม่โกรธง่าย การฟังที่ดี และการให้อภัยตนเองเป็นเรื่องใหญ่สามเรื่องที่ปรากฏในหนังสือเล่มนี้พร้อมแบบฝึกหัดทุกขั้นตอ
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น