ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
nintendo switch kirby and the forgotten land ( english asia )
Gaming & Consoles

nintendo switch kirby and the forgotten land ( english asia )

เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

Kirby เป็นอีกหนึ่งแฟรนไชส์ที่อยู่กับทาง Nintendo มาอย่างยาวนาน โดยภาคแรกนั้นได้เปิดตัวออกมาภายในปี 1992 ในชื่อภาค Kirby's Dream Land ซึ่งตัวเกมก็ได้รับคำวิจารณ์ที่ค่อนข้างดี ไปจนถึงยอดขายที่ยอดเยี่ยม จึงส่งผลให้ชื่อของ Kirby ได้รับการสานต่อมาจนถึงทุกวันนี้นี่เอง ซึ่งในปี 2022 นี้ ก็เป็นโอกาสครบรอบ 30 ปี ของตัวเกม Kirby แบบพอดิบพอดี แน่นอนว่าทาง Nintendo และ HAL Laboratory ไม่พลาดที่จะนำโอกาสอันดีเช่นนี้ ปล่อยเกมภาคใหม่ของเจ้าก้อนกลมสีชมพู ในชื่อภาค Kirby and the Forgotten Land ที่เป็นการนำตัวของ Kirby เข้าไปสู่โลก 3 มิติแบบจริง ๆ กันเสียที ซึ่งตัวเกมจะยอดเยี่ยมมากขนาดไหนนั้น รีวิวนี้มีคำตอบครับ เนื้อเรื่องย่อยง่าย แต่ก็ไม่ถึงขั้นกลวงเปล่า แฟน ๆ ของ Kirby น่าจะรู้กันดีว่า เนื้อเรื่องส่วนใหญ่ภายในเกม Kirby ภาคหลักทุกภาคนั้น จะเป็นเหมือนกับของแถมเสียมากกว่า ด้วยพล็อตสไตล์โบราณที่ว่าด้วยตัวร้ายออกมาก่อความวุ่นวาย และมีพระเอกอย่าง Kirby ที่ต้องเข้าไปคลี่คลายปัญหาให้ลุล่วง มันก็ถูกทำซ้ำมากว่า 30 ปีแล้ว ซึ่งตัวเกมในภาค Kirby and the Forgotten Land ได้พยายามที่จะฉีกตัวเองออกจากกรอบเดิม ๆ อยู่บ้าง ด้วยการเริ่มเรื่องที่ให้ Kirby และเหล่า Waddle Dee ต้องหลุดในต่างดินแดนผ่านรอยแยกของมิติ แต่สุดท้ายแล้ว แก่นหลักของเนื้อเรื่องมันก็ยังเป็นการต้องไปปราบตัวร้ายที่หวังจะทำเรื่องชั่ว ๆ อยู่ดีนั่นแหละ โดยผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Kirby ที่หลุดเข้าไปใน Forgotten Land ดินแดนที่ถูกทิ้งร้าง ซึ่งในช่วงคลี่คลายปมของเรื่องราวก็ยังได้มีการเฉลยอีกด้วยว่า ทำไมดินแดนนี้ถึงถูกทิ้งร้างกันนะ และช่วยทำให้ตัวร้ายภายในเกมดูมีมิติมากขึ้น แทนที่จะเป็นการทำชั่วแบบไร้เหตุไร้ผลแบบในภาคก่อน ๆ ทั้งนี้ ส่วนตัวผู้เขียนเชื่อว่า ไม่มีใครที่มาเล่น Kirby เพราะหวังจะติดตามเนื้อเรื่องกันหรอก (หรือถ้ามี มันก็คงเป็นอัตราส่วนที่น้อยมากจริง ๆ) และยังเชื่ออีกว่า ทางผู้พัฒนาอย่าง HAL Laboratory ก็คงรู้ตัวเองดีเช่นกัน ถึงไม่ได้เน้นหนักไปที่การเล่าเรื่องมากขนาดนั้น และไปมุ่งเน้นที่เกมเพลย์เสียมากกว่า ระบบการเล่นที่ยังคงสนุก แถมเสริมด้วยความสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ หากมองผิวเผินในครั้งแรก หลายคนคงน่าจะคิดเหมือนกันว่า นี่มันคือ Super Mario Odyssey เวอร์ชัน Kirby ชัด ๆ เลย เพราะไม่ว่าจะเป็น มุมกล้อง ฉาก 3 มิติเต็มรูปแบบครั้งแรกของซีรีส์ ไปจนถึงระบบ Mouthful Mode ที่คล้ายกับการ Capturing (โยนหมวก) ของ Mario เพื่อเข้าควบคุมสิ่งต่าง ๆ ก็ยังดูคล้ายกันราวยังกับแกะ ทว่าเมื่อได้ลองสัมผัสเกมเพลย์เองแล้ว ก็ต้องบอกเลยว่า ทาง Kirby ค่อนข้างจะทำได้เหนือกว่า Mario ระดับหนึ่งเลยทีเดียว เพราะด้วยไอเดียดั้งเดิมของตัว Kirby ที่สามารถลอกแบบพลังของศัตรูได้นั้น ถูกผสานเข้ากับไอเดียใหม่ในภาคนี้อย่างระบบอัปเกรดพลัง ไปจนถึง Mouthful Mode ที่ใช้ได้ในหลากหลายสถานการณ์ องค์ประกอบเหล่านี้นี่เองที่ช่วยทำให้เกมการเล่นของ Kirby ดูมีมิติอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อย แถมระบบอัปเกรดนี้ ยังช่วยสร้างแรงจูงใจให้คนเล่นออกตามหาวัสดุที่ใช้ในการอัปเกรดอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นจุดลับที่ซ่อนอยู่ตามด่านหลัก หรือจะเป็นด่านรองที่มาในรูปแบบของ Challenge ให้ผู้เล่นได้ท้าทาย แม้กระทั่ง Mini Game อย่าง Colosseum ก็ยังมีของรางวัลตอบแทนเช่นกัน ด้วยการออกแบบเกมที่ให้รางวัลกับผู้เล่นในทุกกิจกรรม นี่จึงทำให้คนเล่นแทบจะไม่อยากพลาดความลับหรือ Mini Game ไปแม้แต่อันเดียวเลย ซึ่งต่างจาก Super Mario Odyssey ที่การเก็บพวกไอเทมต่าง ๆ จะใช้แค่ในปลดล็อกด่านถัดไป และ Skin สวมใส่สำหรับ Mario เท่านั้นเอง การออกแบบฉากที่ยอดเยี่ยม ทำให้การผจญภัยดูสดใหม่อยู่เสมอ ถึงตัวเกมจะถูกนำเสนอในรูปแบบของ 3 มิติ แต่มุมกล้องภายในเกมก็ยังมีความ Fix อยู่ในระดับหนึ่ง ไม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้เล่นหมุนกล้องได้ตามใจชอบเหมือนเกมที่มีมุมมอง Third Person ทั่ว ๆ ไป ทว่าทางผู้พัฒนากลับทำให้สิ่งที่ควรเป็นข้อเสียตรงนี้ กลายเป็นจุดแข็งของเกมได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะการวางไอเทม ไปจนถึงทางลับตามจุดต่าง ๆ ก็ได้มีการซ่อนเอาไว้อย่างแยบยล หลบมุมกล้องไปเพียงนิดเดียว เป็นการออกแบบสไตล์ที่มอบรางวัลให้กับคนช่างสังเกต ปนกับการแอบบอกใบ้นิด ๆ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับจูงมือชี้ทางตรงไปหาไอเทมเลย อีกทั้งการใช้มุมกล้องกึ่ง Fix ยังช่วยในเรื่องของการสร้างอารมณ์ให้กับผู้เล่นได้อีกด้วย เช่น ในฉากที่ต้องการให้ผู้เล่นสัมผัสถึงความยิ่งใหญ่หรือความน่าเกรงขามของแผนที่ ตัวเกมจะปรับมุมกล้องไปกลายเป็นมุมเสย ทำให้ผู้เล่นรู้สึกกดดันจากสิ่งที่ใหญ่กว่า หรือในบางฉากที่ต้องการให้แก้ปริศนา มุมกล้องก็จะถูกดันให้กลายเป็นแบบ Bird Eye View มองลงมา ช่วยอำนวยความสะดวกในการมองภาพรวมของปริศนามากยิ่งขึ้น
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น