Books & Magazines
ดุจรักดั่งห้วงดาราพร่างพราย (7 เล่มจบ) เขียนโดย กวนซินเจ๋อล่ะวน (ปิดร้าน 18-20 ธค 67) จัดส่ง 21 ธค 67 เป็นต้นไปค่ะ
เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า
ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง
ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุดเราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง
สินค้านี้ตรงใจไหม?
บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น
ข้อมูลสินค้าในที่เดียว
อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก
เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า
รู้จักสินค้านี้
ดุจรักดั่งห้วงดาราพร่างพราย (7 เล่มจบ) เขียนโดย กวนซินเจ๋อล่วน หนังสือใหม่ในซีล สภาพ 98% ขึ้นไป (สภาพตามรูป) ราคาปกรวม 3,543฿ (แถมปกใสและถุงซิปล็อก) เหลือแค่ 2 ชุดสุดท้ายค่ะ หมดแล้วหมดเลยไม่มีเติมเพราะเล่ม 7 ไม่ตีพิมพ์เพิ่มแล้วค่ะ
…อย่าลืมกดเก็บและใช้โค้ดส่วนลด 10-25% coins cashback (โค้ดส่วนลดมากน้อยขึ้นอยู่กับวันที่แอปจัดโปรโมชั่น) กดเก็บที่หน้าหลักของแอป กดใช้ในช่องส่วนลดของ shopee เพื่อรับส่วนลดทันทีหรือรับ coin คืนแบบจุกๆนะคะ…
เล่ม 1 ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ‘เฉิงเซ่าซาง’ ไม่เคยได้พบหน้าบุพการีที่ทำสงครามอยู่ต่างเมืองเลย นางถูกอาสะใภ้รองผู้ร้ายกาจตั้งใจเลี้ยงดูมาให้เสียคน กลายเป็นคุณหนูเอาแต่ใจสมองกลวงโบ๋ เกียจคร้านไม่ชอบอ่านตำรา ความสามารถอื่นใดล้วนไม่มี ทว่าในที่สุดเฉิงเซ่าซางก็ได้พบหน้าบิดามารดาที่กลับมาอยู่บ้านสักที ทางบิดานั้นแทบจะปรี่มาหานางอย่างตื่นเต้น ไม่ว่ามีของดีอะไรก็ล้วนมอบให้ ตรงกันข้ามกับมารดา อีกฝ่ายมีเพียงสายตาจ้องจับผิด ไม่ว่านางพูดหรือทำอะไรก็ไม่เคยได้ดั่งใจไม่เรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้เหมือนญาติผู้พี่ ‘เฉิงยาง’ ที่มารดาตามใจ ทั้งเอ่ยชมไม่ขาดปาก หากว่าร่างนี้เป็นเฉิงเซ่าซางคนเดิมก็คงร่ำไห้ตัดพ้อว่ามารดาไม่รักไปแล้ว แต่กับเฉิงเซ่าซางคนใหม่นี้ นางก็แค่ใช้ชีวิตตามใจตนต่อไป อยากลงโทษอย่างไรก็ลงโทษอย่างนั้น จะให้เปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อแลกกับความรักของมารดาหรือ ไม่ใช่กับนางหรอก
เล่ม 2 เพราะวีรกรรมทำสะพานที่จวนสกุลวั่นถล่ม เฉิงเซ่าซางจึงถูกลงโทษโบย บิดาถึงขั้นส่งนางออกเดินทางไปต่างเมืองพร้อมอาสาม เมื่อแรกการเดินทางเต็มไปด้วยอิสระ ได้ท่องเที่ยวชมธรรมชาติ เรียนเป่าขลุ่ยตี๋ ไม่ต้องมานั่งทะเลาะกับมารดาทุกวี่วันอีก แต่ยามที่ใกล้ถึงจุดหมายปลายทางกลับเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น คณะเดินทางของนางที่แยกกับอาสามพบเข้ากับโจรกบฏที่ออกอาละวาดจี้ปล้น นางจำต้องแบกภาระเป็นผู้นำขบวนเดินทาง พาทุกคนไปหลบพักยังบ้านนายพรานกลางป่า ยันสู้กับโจรอย่างไม่กลัวเกรง ในช่วงที่เรี่ยวแรงใจของทุกคนกำลังเหนื่อยอ่อน ทัพเกราะดำก็ได้ย่างกรายมาถึง ครั้นนางเห็นผู้เป็นแม่ทัพเต็มสองตา ในใจก็ได้แต่โอดครวญว่า เปลี่ยนเป็นกองหนุนกองอื่นได้หรือไม่
เล่ม 3 เฉิงเซ่าซางมีมุมมองเรื่องการแต่งงานอย่างเรียบง่าย ในเมื่อมีบุรุษที่แสนดีอย่างโหลวเหยามาสู่ขอ นางก็แค่ตอบตกลง ไม่เคยวาดหวังถึงความรักกับชนชั้นสูง ยิ่งกับบุรุษผู้หล่อเหลาและโด่งดังอย่างหลิงปู้อี๋ที่สนใจนางด้วยแล้ว เขายากคาดเดาและอยู่สูงเกินนางเอื้อมถึงนัก ทว่าความฝันของเฉิงเซ่าซางที่จะได้ใช้ชีวิตคู่อย่างอิสระกับโหลวเหยามีอันต้องสั่นคลอน เมื่อเหอเจาจวิน อดีตคู่หมั้นของโหลวเหยาเกิดเรื่องขึ้น สกุลเหอต่อสู้กับกบฏจนตัวตายทั้งตระกูล เหอเจาจวินจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของคนสักตระกูล แล้วผู้ใดเล่าจะดูแลอีกฝ่ายได้ดี หากไม่ใช่อดีตคู่หมั้นแต่เด็กอย่างโหลวเหยา เฉิงเซ่าซางมีทางเลือกไม่มาก หากไม่แต่งไปพร้อมเหอเจาจวิน ก็ตัดใจถอนหมั้นเสียแต่เนิ่นๆนางย่อมนึกไม่ถึงว่าในเวลานี้เอง หลิงปู้อี๋จะออกหน้าประกาศตัวขอรับผิดชอบแต่งกับนางแทน
เล่ม 4 เฉิงเซ่าซางเพียงวาดหวังใช้ชีวิตของตนอย่างตามใจ ใครดีมานางดีตอบ ใครร้ายมานางพร้อมสนองตอบ ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะมีวันที่นางต้องไปพึ่งพาหรือร้องขอความเมตตาใคร การต้องมีคนมาเอาใจใส่ทะนุถนอม คอยห่วงหาอยู่ทุกเมื่ออย่างที่หลิงปู้อี๋ทำให้นั้น นางยิ่งไม่คุ้นชิน ทั้งไม่เคยนึกฝันว่านิสัยการเก็บปัญหาไปจัดการเงียบๆคนเดียวของนางจะก่อเรื่องขึ้นในสักวันหนึ่ง เมื่อหลิงปู้อี๋ล้างแค้นแทนนางด้วยการไปเล่นงานคนถึงแปดตระกูล ทำให้ถูกโทษโบยจากฮ่องเต้ กระทั่งเห็นเขาถูกโบยทีละไม้ นางผู้ไม่เคยรู้ใจตนเองก็เพิ่งตระหนักรู้ว่า บุรุษผู้นี้เป็นของนาง ศีรษะ ลำตัว ตลอดจนแขนขาทั้งสี่ ล้วนเป็นของนางทั้งสิ้น ตัวนางเองยังไม่อาจหักใจทุบตี หักใจดุว่าเขาเลย ผู้อื่นถือสิทธิ์อันใดให้เขามาทนทุกข์เยี่ยงนี้
เล่ม 5 ยิ่งเวลาผ่านไปเฉิงเซ่าซางก็กลายเป็นผู้โดดเด่นที่ฮ่องเต้ให้ความสำคัญ หากรับมือขุนนางไม่ถูก ขอเพียงเรียกนางมาปะทะฝีปาก เป็นอันรบร้อยครั้งไม่เคยแพ้ หากมีคดีที่ต้องคลี่คลาย เฉิงเซ่าซางก็พร้อมเป็นผู้แทนฮองเฮาออกไปสืบคดี ยามนี้เรียกได้ว่าสกุลเฉิงมีแต่เทียบมาเยือนมิได้ขาด ใครๆก็ต่างหวังพึ่งบารมีนาง
ทว่าไฉนไม่มีใครกล้าไหว้วานหลิงปู้อี๋ที่มีอำนาจมากเล่า หรือเพราะผู้คนเลือกบีบลูกพลับนิ่มเช่นนางสะดวกกว่า ซึ่งว่าที่สามีของนางผู้นี้นับวันยิ่งทำตัวหน้าหนาชอบฟังคำหวานเลี่ยนจากปากนางอยู่เสมอ พูดถึงบุรุษอื่นมากไปก็ไม่ได้ เป็นได้ปั้นปึ่งทำหน้าบูดหน้าบึ้ง กลิ่นน้ำส้มโชยออกมา เวลาเขาน้อยอกน้อยใจคิดว่านางไม่รักเขามากพอ นางไม่วายต้องกล่อมเขาให้เชื่องอยู่ร่ำไป
“หากวางท่านกับอาเหยาคู่กันบนโต๊ะสำรับ ต่อให้อาเหยาถูกปิ้งย่างจนมันเยิ้มทั่วร่างเลิศรสหาใดเปรียบ ส่วนท่านยังคงเป็นเนื้อดิบชิ้นหนึ่ง ปากของข้าก็จะมุ่งไปหาท่านแต่ผู้เดียว“
เล่ม 6 งานมงคลที่หลิงปู้อี๋กับเฉิงเซ่าซางเฝ้ารอจวนจะมาถึง ชุดเจ้าสาวปักเรียบร้อย ของต่างๆจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ กลิ่นอายของงานมงคลครอบคลุมไปทั่ว ใครๆก็พร้อมอวยพรให้พวกเขา
ทว่าใครเล่าจะนึก เพียงสามวันก่อนงานแต่ง ว่าที่เจ้าบ่าวอย่างหลิงปู้อี๋กลับจับดาบบุกตะลุยเข้าไปในจวนสกุลหลิง เจอคนไหนฟันคนนั้น ตอนที่เฉิงเซ่าซางไปพบ คนผู้นั้นกำลังไล่ต้อนหลิงอี้ผู้เป็นบิดาของตนเอง
ในที่สุดนางก็คล้ายนึกเรื่องบางอย่างออก สาเหตุที่ทำให้เขาหันหลังให้งานมงคลอย่างไม่นึกเสียดาย จะยังเป็นใครไปได้เล่า หากมิใช่ผู้ที่เคยผ่านความแค้นของการถูกฆ่าล้างตระกูลมา
“ท่านเป็นใครกันแน่ หลิงปู้อี๋หรือว่าฮั่วอู๋ซาง?”
เล่ม 7
ห้าปีก่อน ฮั่วปู้อี๋เคยเตรียมใจไว้แล้ว นับแต่ถอนหมั้นกับเฉิงเซ่าซาง เขาจะไม่แต่งงานกับใครอีก และจะยินดีมองนางแต่งให้กับผู้อื่น มีชีวิตอย่างอิสระตามแต่ใจนาง
ทว่าเพียงแรกพบในรอบห้าปี เพียงเห็นดวงตาเปี่ยมชีวิตชีวาของนาง ความคิดเขาก็พลิก (ติดตามต่อในเล่ม งดสปอยค่ะ555)
เรื่องเล่าจากชุมชน
เขียนรีวิว ↗
ประสบการณ์จากผู้ใช้
เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์
ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น