ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
2 ปกหนังสือของ ดร.เอลิซาเบ็ธ คูเบลอร์-รอสส์ "วงล้อแห่งชีวิต: บันทึกความทรงจำของการมีชีวิตกับการตาย" "ชีวิตสอนอะไรเราบ้าง
Books & Magazines

2 ปกหนังสือของ ดร.เอลิซาเบ็ธ คูเบลอร์-รอสส์ "วงล้อแห่งชีวิต: บันทึกความทรงจำของการมีชีวิตกับการตาย" "ชีวิตสอนอะไรเราบ้าง

เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

2 ปกหนังสือของ ดร. เอลิซาเบ็ธ คูเบลอร์-รอสส์ "วงล้อแห่งชีวิต: บันทึกความทรงจำของการมีชีวิตกับการตาย" "ชีวิตสอนอะไรเราบ้าง (Life Lessons)" . ... . หนังสือ "วงล้อแห่งชีวิต : บันทึกความทรงจำของการมีชีวิตกับการตาย (The Wheel of Life : A Memoir of Living and Dying)" (ปกแข็ง) ผู้เขียน ดร. เอลิซาเบ็ธ คูเบลอร์-รอสส์ ผู้แปล วิภาดา กิตติโกวิท บทนำโดย พระไพศาล วิสาโล พิมพ์ครั้งที่ 1 ปี 2565 ราคา 695.- . บทนำ โดยพระไพศาล วิสาโล . "กล่าวได้ว่าเป็นเพราะผลงานของเอลิซาเบ็ธ คูเบลอร์-รอสส์ โดยแท้ การแพทย์แผนใหม่ทุกวันนี้จึงให้ความสำคัญคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยใกล้ตายในโรงพยาบาล ใส่ใจกับอารมณ์ความรู้สึกและความปรารถนาในช่วงท้ายของชีวิตเขา ไม่ปล่อยให้นอนรอคอยความตาย เพราะถือว่าเป็นผู้ป่วยที่ “หมดหวัง” และมีแต่จะตอกย้ำถึงความล้มเหลวของแพทย์ผู้ดูแล . ย้อนถอยหลังไปเมื่อ ๖๐ ปีที่แล้ว ตอนที่เธอเริ่มเป็นแพทย์ได้ไม่นาน แพทย์ส่วนใหญ่ในอเมริกาจะไม่ยอมพูดถึงความตายของคนไข้ รวมทั้งไม่อยากยอมรับว่าคนไข้ของตนกำลังจะตาย ยิ่งคนไข้ใกล้ตาย แพทย์ก็ยิ่งเหินห่างจากคนไข้ เพราะเห็นว่าเปล่าประโยชน์ที่จะเสียเวลาดูแลเขา มีแพทย์น้อยคนมากที่อยู่ข้างเตียงคนไข้เมื่อเขากำลังจะตาย ส่วนใหญ่บอกปัดให้เป็นหน้าที่ของพยาบาล . ที่เป็นเช่นนี้เพราะแพทย์มองว่าตนมีหน้าที่ช่วยรักษาชีวิตคนไข้เท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ช่วยให้คนไข้ตายอย่างไม่ทุกข์ทรมาน การอบรมที่แพทย์ส่วนใหญ่ได้รับขณะเป็นนักศึกษาแพทย์ ไม่มีการพูดถึงความตาย ไม่มีการสอนแม้กระทั่งการดูแลผู้ป่วยใกล้ตาย . เอลิซาเบ็ธ คูเบลอร์-รอสส์ ได้ทำให้วิถีปฏิบัติดังกล่าวแปรเปลี่ยนไปในชั่วชีวิตของเธอ ทั้งนี้เป็นผลจากความพากเพียรอุตสาหะและความกล้าที่จะแหวกขนบ ไม่สยบยอมกับสิ่งที่เธอเห็นว่าไม่ถูกต้อง เธอพยายามผลักดันให้วงการแพทย์แผนใหม่ยอมรับว่าผู้ป่วยใกล้ตายนั้นควรได้รับการปฏิบัติเยี่ยงมนุษย์ ที่มีชีวิตจิตใจ และมีความมุ่งมาดปรารถนา อันควรได้รับความใส่ใจ . ความปรารถนาที่สำคัญอย่างหนึ่งของคนไข้ที่เธอสื่อสารได้อย่างมีพลังก็คือ ความต้องการความรัก การสัมผัส และการสื่อสาร ด้วยเหตุนี้ ความช่วยเหลือเกื้อกูลอันใหญ่หลวงที่สุดที่แพทย์สามารถให้แก่คนไข้ได้คือ ความใส่ใจและความรัก . เอลิซาเบ็ธ คูเบลอร์-รอสส์ ยืนยันความข้อนี้ ไม่ใช่ด้วยตำราหรือจากข้อมูลเชิงสถิติ แต่ด้วยประสบการณ์ของเธอเองจากการสัมภาษณ์คนไข้ระยะท้ายเป็นจำนวนนับหมื่นๆ คน เรื่องราวคำบอกเล่าของคนไข้ส่วนหนึ่งถูกนำมาถ่ายทอดในหนังสือเรื่อง On Death and Dying อันเป็นผลงานที่ไม่เพียงสร้างชื่อเสียงให้แก่เธอเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมต่อวงการแพทย์แผนใหม่จนต้องหันมาให้ความใส่ใจกับคนไข้ใกล้ตายในฐานะมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีอันควรได้รับความเคารพ . ยิ่งกว่านั้นหนังสือเล่มนี้ยังทำให้สังคมสมัยใหม่มีความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะใกล้ตายดีขึ้น ไม่มองว่าความตายเป็นเรื่องน่ากลัวหรือเรื่องต้องห้าม แต่เป็นเรื่องที่พูดได้และควรทำความเข้าใจด้วย เพราะถึงที่สุดแล้ว ความตายสามารถเป็นประสบการณ์ที่ล้ำเลิศที่สุดของเรา หากเรารู้จักและยอมรับความตาย ไม่ปฏิเสธมัน . วงล้อแห่งชีวิต เป็นอัตชีวประวัติของเธอ ที่ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนถึงภูมิหลังที่หล่อหลอมบุคลิก ความมุ่งมั่น และศรัทธาของเธอ สิ่งหนึ่งที่เป็นแรงผลักดันอันสำคัญในชีวิตของเธอก็คือ ความเชื่อมั่นในพลังของความรัก ดังที่เธอกล่าวว่า “ดวงใจที่เมตตาสามารถเยียวยาแทบทุกสิ่ง” . ประสบการณ์ของเธอจากการได้ช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากนานาประเภทนับแต่วัยรุ่น ไม่ว่าผู้ยากไร้ ผู้ประสบภัยสงคราม ผู้ลี้ภัย ผู้ป่วยทางจิต หรือคนไข้ ล้วนชี้ชัดว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือความรัก “และสิ่งดีที่สุดที่เรามอบให้แก่คนเหล่านี้คือความรักและความหวัง” ดังที่เธอได้ชี้ให้แพทย์หลายคนเห็นว่า คนไข้จำนวนไม่น้อยมีอาการดีขึ้นเมื่อได้รับความใส่ใจจากแพทย์ . ความรัก ความห่วงใยเพื่อนมนุษย์ และจิตใจที่ไวต่อความทุกข์ของผู้ยากไร้ ซึ่งเปี่ยมล้นในจิตใจของเธอ ดึงดูดให้เธอหันมาใส่ใจคนไข้ใกล้ตาย เพราะเป็นผู้ที่ถูกทอดทิ้งแม้อยู่ในโรงพยาบาลที่ทันสมัย การได้ฟังเรื่องราวของเขาอย่างลึกซึ้ง โดยพร้อมจะอยู่กับเขานานนับชั่วโมง (ซึ่งเป็นทักษะที่เธอได้เรียนรู้จากการดูแลช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก ไม่เว้นแม้กระทั่งเด็กที่ป่วย) ทำให้เธอไม่เพียงตระหนักว่าความรู้สึกนึกคิดและความปรารถนาของเขาเป็นสิ่งสำคัญที่ควรได้รับความใส่ใจ หากยังมีอะไรมากมายที่ควรแก่การเรียนรู้ รวมทั้งบทเรียนชีวิตด้วย . ดังที่เธอได้ชี้ว่าคนเราเมื่อใกล้จะตาย จะมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งในเรื่องชีวิต มีแง่มุมด้านจิตวิญญาณและญาณหยั่งรู้ ซึ่งมีคุณค่าแก่ผู้ที่ยังอยู่ บทเรียนดังกล่าวสามารถสรุปได้ว่า “ใช้ชีวิตเพื่อเธอจะไม่ต้องมองย้อนหลังแล้วเสียใจว่าเธอได้ทำให้ชีวิตเธอสูญเปล่า ใช้ชีวิตเพื่อเธอจะไม่ต้องเสียใจกับสิ่งที่เธอได้ทำ หรือปรารถนาว่าเธอได้ทำต่างออกไป ใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์และอย่างเต็มที่ จงใช้ชีวิต” . เอลิซาเบธ คูเบลอร์-รอส เตือนใจเราได้เป็นอย่างดีเมื่อเธอกล่าวว่า “คนไข้ที่กำลังจะตาย พวกเขาเป็นครูที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยมี” เป็นเพราะครูเหล่านี้ ซึ่งเธอเชิญมาสัมภาษณ์ต่อหน้านักศึกษาและแพทย์ทั้งหลายในการสัมมนาครั้งแล้วครั้งเล่าตลอดเวลา ๒๐-๓๐ ปี แพทย์จำนวนไม่น้อยได้เปลี่ยนทัศนคติต่อคนไข้ใกล้ตายอย่างสิ้นเชิง และหันมาปฏิบัติต่อเขาอย่างมนุษย์ด้วยความรักและความเข้าใจ . ไม่ผิดหากจะกล่าว คนไข้ที่กำลังจะตายเบื้องหน้าเรานั้น เป็นครูที่ดีที่สุดของเราเช่นกัน เขามาเตือนใจให้เราไม่ประมาทกับชีวิต เพราะว่าวันเวลาของเราในโลกนี้เหลือน้อยลงทุกที ดังนั้นจึงควรใช้เวลาที่มีอยู่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการทำความดี การเร่งทำหน้าที่ของตนให้สำเร็จเสร็จสิ้นก่อนจะไม่มีโอกาส . ซึ่งนอกจากเป็นการทำชีวิตให้มีคุณค่าแล้ว ยังเป็นการเตรียมตัวตายที่ดีด้วย เพราะเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง ก็จะมีความภาคภูมิใจกับชีวิตที่ผ่านมา ไม่เสียใจกับวันเวลาที่ล่วงเลยไป รวมทั้งไม่มีอะไรค้างคาที่ทำให้ต้องห่วงใย ทำให้พร้อมรับความตายได้มากขึ้น ยิ่งร
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น