ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
เมล็ดพันธุ์ กะหล่ำปลีม่วง Purple cabbage กะหล่ำปลี พิเศษ คัดมือ งอก 90% [10 แถม 1 คละได้]
Home & Living

เมล็ดพันธุ์ กะหล่ำปลีม่วง Purple cabbage กะหล่ำปลี พิเศษ คัดมือ งอก 90% [10 แถม 1 คละได้]

เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

อัตรางอก 90% งอก 3-5วัน ดอกบาน- ตลอดปี สูง- ระยะเก็บเกี่ยว 90-100 วัน กะหล่ำปลีสีม่วง เป็นพืชล้มลุกที่มีอายุได้นานกว่า 1 ปี มีลักษณะคล้ายกะหล่ำปลีทั่วไป แต่ใบจะมีสีแดงหรือม่วงอมแดง เนื่องจากมีสาร anthocyanin อยู่เป็นจำนวนมาก มีลำต้นสั้น ใบสีแดงหนามีนวลขาวๆ ปกคลุม ออกเป็นใบเดี่ยวเรียงซ้อนกันแน่น ลักษณะของหัวมีรูปร่างกลมหรือค่อนข้างกลม ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละสายพันธุ์ นิยมนำมาใช้ตกแต่งในจานอาหารให้ดูน่ารับประทานยิ่งขึ้น หรือใช้เป็นผักสลัด หากนำไปปรุงอาหารโดยใช้ความร้อนเป็นเวลานานก็จะทำให้กะหล่ำปลีสีม่วงสูญเสียคุณค่าทางอาหารและวิตามินไป การปลูก ควรเพาะต้นกล้าในถาดหลุม หรือแปลงเพาะ การเพาะในแปลงควรใส่สารป้องกันโรคโคนเน่าลงไปก่อนที่จะปลูก และฉีดพ่นสารป้องกันมดและแมลงที่จะเข้าทำลายกัดกินเมล็ดพันธุ์ด้วย ควรย้ายต้นกล้าไปปลูกหลังจากเพาะมาได้ไม่เกิน 25 วัน กะหล่ำปลีสีม่วง จะเจริญเติบโตได้ดีในดินที่มีความร่วนซุย มีความชื้นสูง และสามารถระบายน้ำได้ดี ไม่มีน้ำท่วมขัง มีค่าพีเอชของดินระหว่าง 6-6.5 แต่ก็สามารถเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด หรือใส่ปูนขาวลงไปเพื่อปรับสภาพดินให้เหมาะสม และต้องการแสงแดดแบบเต็มวัน ก่อนย้ายกล้ามาปลูกควรขุดดินตากทิ้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ แปลงที่ใช้ปลูกควรมีความกว้างประมาณ 1-1.5 เมตร ใช้ระยะห่างระหว่างต้นและแถวประมาณ 40×40 ซม. รองพื้นแปลงด้วยปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอกในอัตรา 2-4 กก./ตร.ม. ใส่ร่วมกับปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 ในอัตรา 30 กรัม/ตร.ม. หากปลูกในฤดูฝนควรยกแปลงให้สูงกว่าปกติประมาณ 30-35 ซม. เพื่อให้มีการระบายน้ำได้อย่างสะดวก ไม่ท่วมขังในแปลง อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของกะหล่ำปลีสีม่วงจะอยู่ระหว่าง 15-20 องศาเซลเซียส ในระยะที่เริ่มห่อปลีและเจริญเติบโตพัฒนาขึ้นควรมีการให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ หากต้นกล้าที่นำไปปลูกตายควรปลูกซ่อมภายใน 7-10 วัน ประโยชน์ของกะหล่ำปลีม่วงต่อร่างกายที่น่าสนใจ มีดังนี้ ลดความอ้วน กะหล่ำปลีม่วงมีแคลอรีต่ำ มีใยอาหารสูง และยังมีโปรตีนอีกเล็กน้อย เมื่อทานเข้าไปแล้วจะทำให้รู้สึกอิ่มท้อง จึงช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ กะหล่ำปลีม่วงมีสารแอนโทไซยานินและวิตามินเค ที่ช่วยบำรุงสมอง ป้องกันประสาทถูกทำลาย และลดความเสี่ยงการเป็นโรคอัลไซเมอร์ บำรุงผิว ในกะหล่ำปลีม่วง มีซัลเฟอร์ (กำมะถัน) ที่ช่วยสร้างคอลลาเจนและเคอราตินให้กับผิวหนัง ซึ่งจะป้องกันการเกิดริ้วรอยต่างๆ ได้ นอกจากนี้ยังมีสารแอนโทไซยานินที่ช่วยป้องกันผิวหนังสูญเสียอิลาสติกอีกด้วย ป้องกันมะเร็ง จากการวิจัยพบว่า กะหล่ำปลีม่วงมีสารกลูโคซิโนเลท และสารต้านอนุมูลอิสระอีกหลายชนิด เช่น แอนโทไซยานิน และ อินโดล ที่มีฤทธิ์ในการต่อต้านมะเร็ง และป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ รักษาแผลในกระเพาะ กระหล่ำปลีม่วงมีสาร เอส -เมทิลเมไธโอนีล หรือ วิตามินยู ที่ช่วยสมานแผลในกระเพาะ ทำให้น้ำย่อยหลั่งเป็นปกติ บรรเทาอาการปวดท้องจากโรคกระเพาะได้เป็นอย่างดี และยังช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณกระเพาะอาหารมากขึ้น เสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรง กะหล่ำปลีม่วง มีวิตามินซีมากกว่ากะหล่ำปลีธรรมดาถึงสองเท่า จึงช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แข็งแรงได้ และช่วยป้องกันการเกิดไข้หวัด รวมถึงการติดเชื้อต่างๆ ในร่างกาย บำรุงกระดูกและฟัน แคลเซียมและฟอสฟอรัสในกะหล่ำปลีม่วง ช่วยในการบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง และยังช่วยลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนเมื่อเข้าสู่วัยทองได้อีกด้วย
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น