ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
เมล็ดเจีย ( Chia Seeds ) เมล็ดเชีย ออร์แกนิค คุณภาพดี เกรดพรีเมี่ยม Super Food
Food & Beverages

เมล็ดเจีย ( Chia Seeds ) เมล็ดเชีย ออร์แกนิค คุณภาพดี เกรดพรีเมี่ยม Super Food

เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

โปรดอ่านข้อมูลสินค้า ก่อนตัดสินใจซื้อ สารอาหารในเมล็ดเจีย ในเมล็ดเจียประมาณ 28 กรัม หรือราว ๆ 2 ช้อนโต๊ะครึ่ง จะให้พลังงานประมาณ 137 กิโลแคลอรี แยกเป็น * พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต 50 กิโลแคลอรี * พลังงานจากไขมัน 72.1 กิโลแคลอรี * พลังงานจากโปรตีน 15.2 กิโลแคลอรี แบ่งส่วนประกอบได้ดังนี้ * คาร์โบไฮเดรต 12.3 กรัม * โปรตีน 4.4 กรัม * ใยอาหาร 10.6 กรัม * ไขมันทั้งหมด 8.6 กรัม (แบ่งเป็นไขมันอิ่มตัว 0.9 กรัม ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว 0.6 กรัม ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 6.5 กรัม) * แคลเซียม 177 มิลลิกรัม * ฟอสฟอรัส 265 มิลลิกรัม * โพแทสเซียม 44.8 มิลลิกรัม * โซเดียม 5.3 มิลลิกรัม * สังกะสี 1.0 มิลลิกรัม * ทองแดง 0.1 มิลลิกรัม * แมงกานีส 10.6 กรัม * น้ำ 1.4 กรัม * โอเมก้า 3 สูงกว่าปลา 8 เท่า (หากเทียบที่น้ำหนักเท่ากัน) ประโยชน์ของเมล็ดเจียต่อสุขภาพ มีไฟเบอร์สูง ดีต่อลำไส้ ท้องไม่ผูก
เพราะเมล็ดเจียนั้นมีกากใยหรือไฟเบอร์สูง และไฟเบอร์ประมาณ 20% เป็นชนิดดูดซึมง่าย กินนิดเดียวก็อิ่มนาน
เมล็ดเจียเป็นธัญพืชช่วยลดน้ำหนักได้อย่างดี เพราะเต็มไปด้วยใยอาหารที่ดูดซึมของเหลวต่าง ๆ ได้อย่างดี มีโอเมกาสูง
เมล็ดเจียนั้นมีโอเมกา 3 สูงกว่าปลาถึง 8 เท่า แต่เมล็ดเจียย่อยยากกว่าปลา ก่อนกินจึงควรบดให้ละเอียดก่อน เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดี ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแร็ง
เมล็ดเจียมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการเสริมสร้างกระดูกและฟัน ได้แก่ แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และโปรตีน ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อส่วนที่สึกหรอ
เมล็ดเจียมีโปรตีนและฟอสฟอรัสสูง จึงช่วยให้ร่างกายนำสารอาหารเหล่านี้ไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ ช่วยให้อารมณ์ดี
เมล็ดเจียมีกรดอะมิโนชนิดหนึ่งคล้ายกับที่มีอยู่ในนม พอกินเข้าไปก็จะช่วยคุมความอยากอาหาร ทำให้นอนหลับสนิท และช่วยให้อารมณ์คงที่ ช่วยลดปัญหาผิว สิวอุดตัน ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง
เพราะเมล็ดเจียมีสรรพคุณช่วยลดไขมันส่วนเกิน และยังมีแร่ธาตุสังกะสีที่ต่อสุขภาพผิว โดยช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า ทำให้ผิวเรียบตึง ดูอ่อนเยาว์ รวมถึงมีแมกนีเซียมที่ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต จึงช่วยให้ ผิวดูเปล่งปลั่งเป็นธรรมชาติ เมล็ดเจียกินได้แค่ไหนถึงดีต่อสุขภาพ เมล็ดเจียกินได้ทุกช่วงวัย แต่เป็นปริมาณที่แตกต่างกัน ดังนี้ * เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ควรกินวันละ 1 ช้อนโต๊ะ * เด็กอายุ 5-18 ปี ควรกินวันละ 1.4-4.3 กรัม * ผู้ใหญ่ ควรกินวันละ 15 กรัมหรือ 2 ช้อนโต๊ะ * ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรกิน 33-41 กรัม ทุก ๆ 3 เดือน แต่ต้องนำไปป่นก่อนกิน เมล็ดเจีย กินกับอะไรดี เมล็ดเจียกินได้โดยไม่ต้องปรุงให้สุก สามารถกินเดี่ยว ๆ หรือกินร่วมกับอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งอาหารคาว อาหารหวาน และเครื่องดื่มต่าง ๆ เช่น * แพนเค้กเมล็ดเจีย เมนูขนมที่มีไข่ไก่และแป้งสาลีเป็นส่วนประกอบหลัก ผสมด้วยเมล็ดเจีย เสิร์ฟคู่กับผลไม้สด ราดซอสจากสตรอว์เบอร์รี หรือซอสอื่น ๆ ตามชอบ * พุดดิ้งเมล็ดเจีย ของหวานเย็นชื่นใจ เป็นนมสดผสมกับเนื้อผลไม้ โรยหน้าด้วยเมล็ดเจีย พร้อมเจลาตินช่วยให้พุดดิ้งเซ็ตตัว แช่เย็นเก็บไว้กินเป็นมื้อว่างได้ * น้ำเมล็ดเจีย นำเมล็ดเจียผสมน้ำ ปริมาณไม่มากเกินไป เพราะเมล็ดเจียจะพองตัวมากกว่าเดิมหลายเท่า เพียงเท่านี้ก็ได้เครื่องดื่มสายคลีนแล้ว กินเมล็ดเจียแล้วท้องอืด แก้ยังไง เมล็ดเจียนั้นกินได้ทั้งแบบแห้งและแบบแช่น้ำ หลายคนที่กินแบบแห้งจึงมักประสบปัญหาท้องผูก ส่วนคนที่กินแบบแช่น้ำก็จะรู้สึกท้องอืด เพราะเมล็ดเจียจะขยายตัวจากการดูดซับน้ำ แม้จะกินน้อย แต่ก็อิ่มนาน ท้องเลยพาลอืดไปด้วย ดังนั้น ถ้าเพิ่งเริ่มกินเมล็ดเจียครั้งแรก ควรลองกินแค่ 2-3 ช้อนชาต่อครั้ง เพื่อทดสอบดูก่อนว่าร่างกายรับได้ที่ปริมาณเท่าไร จะได้ไม่ต้องทรมานกับอาการท้องอืด วิธีกินเมล็ดเจียไม่ให้ท้องอืด 1. ควรกะปริมาณให้ดี ๆ เริ่มจากแช่เมล็ดเจียในน้ำเปล่าที่อุณหภูมิห้อง ราว ๆ 15 นาที เพื่อให้เมล็ดขยายตัว 2. ถ้าอยากดื่มกับของร้อน เช่น กาแฟ น้ำอุ่น ให้แช่ไว้แค่ 10 นาทีก็พอ 3. ถ้าดื่มพร้อมน้ำเย็น ควรแช่ไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนดื่ม 4. ถ้ากินเมล็ดเจียกี่ครั้งก็ยังมีอาการท้องผูก แนะนำให้กินเม็ดแมงลัก หรือธัญพืชอย่างอื่นแทน ข้อควรระวังในการกินเมล็ดเจีย ถึงประโยชน์ของเมล็ดเจียจะมีมากมาย แต่อันตรายก็มีเหมือนกัน โดยเฉพาะกับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น * คนที่กระเพาะอาหารและระบบลำไส้มีปัญหา: คนที่มีปัญหาเรื่องแก๊สในกระเพาะอาหารหรือเป็นกรดไหลย้อน การกินเมล็ดเจียจะยิ่งทำให้อาการหนักกว่าเดิม เพราะเมื่อย่อยลงไปในกระเพาะอาหารแล้ว เมล็ดเจียจะขยายตัวมากกว่าปกติได้ถึง 25% และไปกระตุ้นให้ตับอ่อนสร้างน้ำย่อยออกมามากกว่าเดิม ส่งผลให้อาการกรดไหลย้อนหนักขึ้น * คนที่ต้องเข้ารับการศัลยกรรม: คนที่ต้องทำศัลยกรรม รวมถึงคนที่ใช้ยาแอสไพรินและยาละลายลิ่มเลือด ควรงดกินเมล็ดเจีย เพราะเมล็ดเจียจะยิ่งทำให้หลอดเลือดบาง และส่งผลให้เลือดแข็งตัวช้ากว่าปกติ ถ้ามีบาดแผล เลือดก็จะไม่หยุดไหล * คนที่มีความดันเลือดต่ำ: คนที่เป็นความดันต่ำไม่ควรกินเมล็ดเจีย เพราะเมล็ดเจียจะส่งผลต่อแรงดันเลือดในขณะที่หัวใจคลายตัว ซึ่งเป็นช่วงที่ความดันเลือดต่ำ ให้ยิ่งต่ำลงไปอีก อาจทำให้ช็อก หน้ามืด หรือเป็นลมได้ * คนที่กำลังตั้งครรภ์: คนที่กำลังตั้งครรภ์และอยู่ในช่วงให้นมบุตรไม่ควรกินเมล็ดเจีย เพราะสารอาหารในเมล็ดเจียมีผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต และอาจส่งผลกระทบต่อเด็กในท้องได้ แม้ว่าเมล็ดเจียจะอุดมไปด้วยประโยชน์ที่หลากหลาย แต่การกินแบบผิด ๆ ก็นำอันตรายมาให้ได้เหมือนกัน เราจึงต้องกะปริมาณการกินเมล็ดเจียให้พอดี และที่สำคัญคือไม่ควรกินแทนอาหารมื้อหลักด้วย

บทความความรู้สุขภาพแบบรอบด้านจาก HDmall.co.th
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น