ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
ณ บ้านวรรณกรรม หนังสือ เรื่อง อตีตา / ทมยันตี
Books & Magazines

ณ บ้านวรรณกรรม หนังสือ เรื่อง อตีตา / ทมยันตี

เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

รายละเอียดสินค้า ชื่อเรื่อง อตีตา ประพันธ์โดย ทมยันตี ประเภท: อิงประวัติศาสตร์/ย้อนยุค/มิตรภาพ/ชาตินิยม ปกอ่อน สองเล่มจบ จำนวนหน้า: 624 หน้า Edition: 11th (2567) ISBN: 978-616-573-2222 เรื่องย่อ 'ศิโรตม์' หนุ่มนักเรียนนอก วัย 25 ปี หัวสมัยใหม่ เพิ่งกลับมารับมรดก บริหารงาน 'ศิวะกรุ๊ป' บริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการออแกไนเซอร์ของเมืองไทย ศิโรตม์พยายามสร้างสรรค์งานที่แปลกแตกต่าง ตามความคิดของคนรุ่นใหม่ ระหว่างการเตรียมการจัดงานที่จังหวัดอยุธยา ศิโรตม์ได้พบกับ 'เมืองใจ' ซึ่งตอนแรกเขาเข้าใจว่า คือหนึ่งในนักแสดงประกอบในงานแสงสีเสียง ที่มีอาการความจำเสื่อม เพราะเมืองใจ พร่ำพูดถึงแต่การรบและข้าศึกที่กำลังบุก แต่แล้วศิโรตม์ก็ตัดสินใจพาเมืองใจกลับมาด้วยเพราะภายหลังได้พบว่า เมืองใจ คือหนึ่งใน 'วีรชนบางระจัน' ที่ก้าวผ่านมิติของเวลามาสู่ยุคปัจจุบัน ศิโรตม์ก็ไม่รู้ว่าเมืองใจทะลุมิติมาได้อย่างไร และศิโรตม์ ก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างผูกพันเขาทั้งสอง ความจริงเริ่มกระจ่าง เมื่อ 'พระอาจารย์วิจิตรธรรมโชติ' จากค่ายบางระจัน ได้ถอดจิตข้ามเวลามาพบ 'คุณปานทิพย์' มารดาของศิโรตม์ คุณปานทิพย์จึงรู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว เมืองใจ คือบุตรชายของตนในอดีตชาติ ศิโรตม์ พยายามปกปิดความจริง ไม่ต้องการให้เมืองใจรู้ว่า สุดท้ายแล้วค่ายบางระจันจำต้องแตก และทุกคนในค่ายล้วนเสียชีวิต ศิโรตม์พยายามทำทุกทางให้เมืองใจ ใช้ชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบันให้ได้ แต่แล้วมิติของเวลาได้ย้อนกลับอีกครั้ง ดึงทั้งศิโรตม์และเมืองใจ ให้กลับไปสู่ช่วงเวลาของค่ายบางระจัน ศิโรตม์ตกใจที่รู้ว่าตนเอง ตกมาอยู่ในเวลาแห่งสงคราม เขาได้พบกับ 'จันกะพ้อ' ลูกสาวของ 'นายจันหนวดเขี้ยว' เจ้าจันหญิงสาวอายุ 20 ปี ที่ดูแข็งแกร่ง ปราดเปรียวและเด็ดเดี่ยว เดิมทีเจ้าจันไม่ชอบในท่าทางของศิโรตม์เท่าไหร่นัก เพราะไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ดูจะไม่เป็นท่าสักอย่าง เจ้าจันจึงสอนให้ศิโรตม์ ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตแบบวิถีชาวบ้าน ซึ่งไม่มีเทคโนโลยีใดๆ แต่ต้องอยู่ให้ได้ด้วยภูมิปัญญา คำนำ “เราไม่มีวันทิ้งเจ้า...” นี่คือสัจจาธิษฐาน ที่เขาผูกพันตั้งยางเหนียว เหนี่ยวนําให้หวนคืนมาพบเจ้าเพื่อนตาย “ตราบใดที่เมืองใจต้องการ เราจักอยู่ข้างเสมอ” และบัดนี้ ‘เมืองใจ’ บุรุษผู้ก้าวจากอโยธยา ปีระกา สัปตศกศักราช 1127 ก่อนการเสียกรุงครั้งสุดท้าย 2 ปี นับถึงวันที่เดี๋ยวนี้ ขณะนี้ สองร้อยสิบเจ็ดปี ไม่มีทางเป็นไปได้ แต่เป็นไปแล้ว! เพื่อนผู้กล้าก้าวข้ามมิติแห่งภพมาตามสัจวาจา ที่ ‘ศิโรตม์’ ชายหนุ่มแห่งปัจจุบันได้กล่าวไว้ เมื่อครั้งเป็นคู่ศึกบางระจัน...คราวนั้น กําดาบตื่นเหยียบแผ่นดิน ทั้งถิ่นทั้งเพื่อน ฤาให้ อโยธยาถูกร้อนเป็นไฟ มีแต่เลือดไหล โลมดิน วันนี้...ปัจจุบันกาล ประตูแห่งเวลาหมุนมาเหลื่อมซ้อนกัน พา ‘เมืองใจ’ มา ณ เวลาปัจจุบัน หากเมืองใจคนกล้ายังไม่รู้ชะตากรรมแห่งแผ่นดินที่รักยิ่ง อย่าให้รู้เสียดีกว่า บางระจัน อโยธยา ย่อยยับ แหลกลาญ เพลิงพลุ่งผลาญเผาแทบไม่เหลือไหม้ พินาศเช่นนี้ คนรักแผ่นดิน จะรู้สึกอย่างไร เมืองใจกํามือช้าๆ มือที่เคยจับดาบมั่น มือที่ด้านด้วยช้อมดาบ ตราบใดที่ดาบอยู่ในมือนี้ ไม่มีเสียล่ะ ไม่มีที่จะยอมพ่ายยะย่ายหนี มากที่สุดคือ ล้มตายตรงแผ่นดินที่หยัดยืน ที่ที่แม้ทุกอิสตรีก็พร้อมยอมถมร่างให้แผ่นดินเช่นกัน และยามพวกกูสู้ ผู้รานรุกแผ่นดินกู ต้องมิใช่ศพต่อศพ! กู เมืองใจ คนระจัน! กู ลูกผู้ชาย คนรักถิ่น! ลูกผู้ชาย...ต้องหมาย รักษาสัตย์ ลูกผู้ชาย...ต้องอารักษ์ เขตขอบขัณฑ์ ลูกผู้ชาย...ไยเสียดาย ซึ่งชีวัน ลูกผู้ชาย..มีหรือพรั่น เรียงความตาย เมืองใจ...บุรุษผู้นี้เกิดที่ใด จักก่อให้แผ่นดินเกิดมี ‘คนดีที่สุด’ บนผืนปฐพีนั้น!!! เจ้าร่างน้อยเอย อย่าอาวรณ์เทวษ พี่ไม่ละเลยดวงเนตร ยังอยู่กับเจ้ามิไปไหน ยามตื่นจะแลหาเจ้า ยามหลับจะฝันถึงสายใจ เจ้ามิเคยลี้หาย ห่างไกลหัวใจพี่เอย ในอดีตนั้น ศิโรตม์มักครุ่นคิดถึงปมปริศนาแห่งหัวใจ เหตุใด...โลกที่เขาจากมา ไม่เคยต้องตาหญิงใด วันนี้ ในโลกขณะนี้ เขา ‘รู้’ หัวใจตนเองแล้ว เขาไม่เคยอิ่มเอมในหัวใจกับสตรีใด เขาอาจเคย ‘ชอบ’ คนนั้นคนนี้บ้าง แต่หาความลึกซึ้งไม่ได้ หัวใจเขาว่างเปล่าอยู่เสมอ บัดนี้สิ เขากระจ่างชัด เจ้ายอดรักตัวน้อย ‘จันกะพ้อ’ หญิงงาม ใจแกร่ง ผู้ติดตามหัวใจเขาไปทุกภพชาติ... เจ้าผู้มิเคยลี้หาย ห่างไกลหัวใจพี่เลย! “พี่จะไม่มีวันทิ้งเจ้า เราจะต้องพบกัน พี่จะตามหาเจ้า” ไม่ว่าถ้อยสัจจะนี้ ฤาคําสัตย์ต่อมิ่งมิตร “เจ้ารู้! ข้าจะไม่มีวันทิ้งเพื่อน!” นี่คือสัจจาธิษฐานที่ผูกพันเป็นสัญญาให้เขาย้อนคืนมาพบ เมืองใจ เจ้าเพื่อนตายและจันกะพ้อ น้องน้อยอันเป็นที่รัก จันกะพ้อเอย กลิ่นลอยล่องลมเมื่อวันวาน แสนสุดหอมหวาน เมื่อไหร่จะบานอีกเอย เจ้าเมืองใจเอย ใจเจ้าเป็นชายชาญ เลือดเจ้าสาดพสุธาร เหลือแต่นามจารไว้เอย จันกะพ้อ...เมืองใจ แผ่นดินไทยไม่มีคนอย่างเจ้าไม่ได้เลย! อตีตา นวนิยายย้อนภพชาติย้อนกาลเวลานี้ นําผู้อ่านเข้าสัมผัสเหตุการณ์ครั้ง ‘ศึกบางระจัน’ เกียรติประวัติอันยิ่งยงของบรรพบุรุษไทย และสัมผัสจากนิยายเรื่องนี้ มิได้เป็นเพียงภาพประวัติศาสตร์เพื่อการจดจํา รําลึก ประการเดียว หาก ‘อตีตา’ ยังจักพาคุณไปสัมผัสกับภาพความงดงามของภูมิปัญญาไทยในอดีต และ ‘หัวใจนักรบ’ ยามหน้าศึก ทมยันตี บรรจงเขียนนวนิยายเรื่องนี้ เพื่อเทิดทูนและสักการะดวงวิญญาณบรรพบุรุษไทย ผู้หลั่งเลือดโลมดิน เพื่อให้วันนี้ได้มีแผ่นดินไทย เพื่อให้วีรกรรมนั้น ยังคงจดจารอยู่ในหัวใจไทยตราบนิรันดร์ อ่านเถิด อ่านให้รู้ว่า...ชาติบ้านเมือง ยิ่งในยามวิกฤต แผ่นดินเราไม่มี ‘คนรักแผ่นดิน’ อย่างนี้ ไม่ได้เลย! - รักชนก นามทอน บรรณาธิการ บ้านสะบารัง ปัตตานี เดือนมกราคม ๒๕๕๕
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น