ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
สร้อยข้อมือสะเก็ดดาว(Tektite) "อัญมณีศักดิ์สิทธิ์แห่งพระกฤษณะ"หรือที่คนไทยเรียกว่า"อุลกมณี ขนาด 10MM
Fashion Accessories

สร้อยข้อมือสะเก็ดดาว(Tektite) "อัญมณีศักดิ์สิทธิ์แห่งพระกฤษณะ"หรือที่คนไทยเรียกว่า"อุลกมณี ขนาด 10MM

เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

สะเก็ดดาว(Tektite) หรือที่คนไทยเรียกว่า"อุลกมณี" มีหลายชื่อที่เรียกหากัน อุกกามณี แก้วข้าว สะเก็ดดาว เหล็กไหลต่างดาว คดปลวก พลอยจันทรคราส หยดน้ำฟ้า(ตามรูปร่างที่ปรากฏ) สะเก็ดดาว หรืออุลกมณี ตรงกับคำว่า "เทกไทต์(tektite)" ในภาษาอังกฤษ โดยมีรากศัพท์มาจากคำว่า "เทกโตส(Tektos)" ในภาษากรีก ที่แปลว่า หลอมละลาย อุลกมณีที่พบจะมีเนื้อแก้ว ส่วนใหญ่สีดำทึบคล้ายนิล บางชิ้นมีเนื้อในสีน้ำตาลใส บางชิ้นก็มีเนื้อโปร่งแสงสีเขียว(โมลดาไวต์(Moldavite) ซึ่งจริงๆจะนับเป็นเทกไทต์ชนิดหนึ่ง) ผิวของอุลกมณีจะเป็นหลุมเล็ก ๆ โดยรอบ รูปลักษณ์สัณฐานของอุลกมณีไม่แน่นอน อาจเป็นก้อนกลม ยาวแบน แท่งกลมยาว คนไทยบางท่านเชื่อว่าสามารถแบ่งอุลกมณี เป็นชนิดต่างๆตามรูปร่าง เช่น ตัวผู้(รูปทรงเป็นแท่งคล้ายลึงค์) หรือตัวเมีย(รูปทรงกลม) มนุษย์เรารู้จักอุลกมณีมานานแล้ว โดยเชื่อกันว่าเป็นสะเก็ดดาวจากนอกโลก ที่ตกเข้ามายังพื้นผิวโลก แต่ปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาและทราบว่าแท้จริงแล้ว อุลกมณี หรือ tektite เป็นทรายที่เกิดบนโลกที่เกิดจากการหลอมละลายจากความร้อนจากการพุ่งชนของอุกกาบาต ขณะที่ทรายในบริเวณดังกล่าว หลอมละลายและกระเซ็นขึ้นไปบนท้องฟ้า แล้วเกิดการเย็นและแข็งตัวกลางอากาศ ก่อนจะตกกลับคืนสู่พื้นดิน จึงทำให้เกิดรูปร่างหลากหลายแบบ จากลักษณะของการกระเซ็นและการตกลงมา สีของอุลกมณีจะมีความแตกต่างกันจากการเกิด ซึ่งขึ้นกับธาตุที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวที่เกิดการหลอมละลาย มีแร่ธาตุอะไรเข้าไปผสมอยู่ด้วย ลักษณะของสะเก็ดดาว ถูกนิยามโดย ฟรานซ์ อีดูอาต ซุเอส(Franz Eduard Suess (1867–1941)) นักธรณีวิทยาชาวออสเตรเลีย โดยกำหนดว่า: 1. องค์ประกอบโดยรวมต้องเป็นเนื้อเดียวกันทั้งก้อน 2. ปริมาณน้ำและสารระเหยอื่นๆ ต้องมีต่ำมาก 3. องค์ประกอบหลักต้องเป็นแร่ซิลิกาชนิดที่ไม่มีรูปผลึก(Lechatelierite) 4. ปกติจะไม่มีรูปผลึกขนาดเล็กที่มีชื่อเรียกว่า ไมโครไลต์(microlites) และต้องมีองค์ประกอบทางเคมีสัมพันธ์กับชนิดหินดานหรือหินตะกอนในบริเวณนั้น 5. มีการกระจายตัวแบบหว่านอยู่บนพื้นที่ แม้ว่า เมื่อดูสะเก็ดดาวเผินๆ คล้ายคลึงกับแก้วภูเขาไฟบางชนิด เช่น ออฟซิเดียน(obsidians) แต่ก็มีลักษณะทางกายภาพที่โดดเด่นแตกต่างจากแก้วชนิดดังกล่าว ดังนี้: ประการแรกมันจะเป็นแก้วที่สมบูรณ์ และไม่มีไมโครไลต์(microlites) ซึ่งแตกต่างจากแก้วภูเขาไฟบนบก ประการที่สองแม้ว่าจะมีซิลิกาสูง (มากกว่า> 65%) องค์ประกอบของสารเคมีและองค์ประกอบของไอโซโทปของสะเก็ดดาวใกล้เคียงกับหินชนวน และหินตะกอนที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน และแตกต่างจากองค์ประกอบทางเคมีและองค์ประกอบของไอโซโทปของแก้วภูเขาไฟ ประการที่สามปริมาณน้ำ สะเก็ดดาวแทบไม่มีน้ำ (คือ น้อยกว่า <0.02% น้ำหนัก) ซึ่งแตกต่างจากแก้วภูเขาไฟ ประการที่สี่การไหลเวียนของชั้นภายในสะเก็ดดาว มักมีอนุภาคและแถบของแร่ซิลิกาชนิดไม่มีรูปผลึก(lechatelierite) ซึ่งไม่พบในแก้วภูเขาไฟ ประการสุดท้ายมีเพียงไม่กี่ส่วนผสมที่มีเพียงเล็กน้อยในสะเก็ดดาว ได้แก่ ควอตซ์ อะพาร์ไทต์(apatite) เซอร์คอน(zircon) แร่โคอีไซต์(coesite)
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น