ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
nintendo switch fire emblem engage ( english zone 1 )
Gaming & Consoles

nintendo switch fire emblem engage ( english zone 1 )

฿1,790.00
ราคาอ้างอิงจากข้อมูลเดิม 10/09/2026 00:58 โปรดเช็กราคาปัจจุบันที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

Fire Emblem คืออีกหนึ่งตระกูลเกมสวมบทบาทผสมผสานการวางแผนกลยุทธ์ ที่อยู่คู่ Nintendo มาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ภาคแรกอย่าง Shadow Dragon and the Blade of Light ที่ลงให้กับเครื่อง Famicom ในปี ค.ศ. 1990 จนปัจจุบันวันเวลาล่วงเลยมา 30 กว่าปี การมาถึงของภาคใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ Fire Emblem Engage ก็ได้ปลุกกระแสให้ชาว Nintendo Switch หันมาสนใจเกมสวมบทบาทวางแผนจากตระกูล Fire Emblem กันอีกครั้ง กระแสความสนใจใน Fire Emblem Engage เกิดขึ้นกับทั้งกลุ่มผู้คนที่รัก ชื่นชอบ และเล่นเกมตระกูล Fire Emblem มาอย่างยาวนาน ด้วยการนำตัวละครจากภาคเก่า ๆ ในจักรวาล Fire Emblem หยิบยกมานำเสนอผ่านเรื่องราวให้แฟนเกมหน้าเก่าได้หายคิดถึงกัน ในขณะเดียวกัน ก็ดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่ด้วยดีไซน์งานออกแบบที่มีสีสันจัดจ้านโดดเด่นสะดุดตา เนื้อเรื่องที่ไม่ผูกติดหรือเชื่อมโยงกับภาคก่อน พร้อมกับระบบเกมที่ผสมผสานทั้งความคลาสสิคจากภาคเก่า ๆ ควบรวมกับระบบการเล่นใหม่ที่เข้าใจง่าย จึงทำให้ทั้งแฟนเกมหน้าเก่าและแฟนเกมหน้าใหม่ ต่างเปิดใจให้กับ Fire Emblem Engage ได้อย่างง่ายดาย เรื่องราวของเกมนี้ ดำเนินเนื้อหาในทวีป Elyos เกี่ยวข้องกับการทำศึกสงครามกับ Fell Dragon ที่อาณาจักรทั้งสี่ได้รวมพลังกับเหล่าวีรชนจากโลกอื่น ผนึกจอมวายร้ายผู้ยิ่งใหญ่นี้เอาไว้ ทว่า 1,000 ปีต่อมา ผนึกนี้อ่อนแรงลง ทำให้ Fell Dragon กำลังจะตื่นขึ้นมาจากการหลับไหลอันยาวนานอีกครั้ง และตัวเราในฐานะ Divine Dragon (ผู้เปรียบดั่งพระเจ้าปกป้องโลก) ต้องออกเดินทางพร้อมกับเหล่ามิตรสหายที่พานพบ พากันออกตามหาและรวบรวมแหวน Emblem Rings ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก อัญเชิญวีรชนในตำนานจากโลกอื่น (ตัวละครเด่นจากเกม Fire Emblem ภาคก่อน ๆ) มาร่วมทำศึกปราบจอมวารร้ายตนนี้ และนำสันติสุขกลับคืนมาสู่ทวีป Elyos ให้จงได้ Fire Emblem Engage ใช้แนวทางการเล่าเรื่องแบบมังงะหรืออนิเมะโชเน็นประเภท “เซะไค-เค” (Sekai-Kei) หรือเนื้อหาที่เกี่ยวกับเหล่าตัวละครวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง ต้องต่อสู้หาทางช่วยโลกจากภาวะวิกฤตบางอย่างให้ได้ โดยแนวทางการเล่าเนื้อเรื่องแบบนี้เคยได้รับความนิยมมากในสมัยก่อน ทำให้ตลอดการเล่น ตัวผู้เขียนรู้สึกเหมือนได้สัมผัสกับเรื่องราวแบบในวัยเด็ก ที่เราเติบโตมาพร้อมมังงะแนวนี้อีกครั้ง การดำเนินเนื้อเรื่องของ Fire Emblem Engage จะใช้ตัวเราเป็นจุดศูนย์กลางในการดำเนินเนื้อเรื่อง ออกเดินทางตามเป้าหมายที่ได้รับมาไปเรื่อย ๆ จนถึงปลายทาง ซึ่งในระหว่างทางก็จะพบเจอผู้คนมากหน้าหลายตาที่เข้าร่วมการเดินทางไปปราบจอมวายร้ายพร้อมกับเรา เป็นแนวทางการเล่าเรื่องที่เรียบง่าย ค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่ก็ขาดชั้นเชิงในการเล่าเรื่องในหลาย ๆ ส่วน ทั้งบทสนทนาในหลายจุดดูกระอักกระอ่วน มีตัวละครมากมายที่ถูกส่งออกมาผ่านเรื่องราวให้ผู้เล่นได้เห็นตั้งแต่ไม่กี่ชั่วโมงแรกที่เริ่มเล่น แต่หลายตัวละครก็กลับถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในระหว่างการเดินทาง ทำให้มีน้อยตัวละครนักที่ตัวผู้เขียนจะรู้สึกผูกพันธ์ด้วย หากให้นับจริง ๆ ก็มีแค่เหล่าผู้ดูแล Divine One และเหล่าองค์หญิงองค์ชายที่เป็นตัวละครหลักจากอาณาจักรต่าง ๆ เท่านั้นที่ตัวผู้เขียนรู้สึกผูกพันธ์ด้วย และเรื่องราวบางส่วนของเกมนี้ก็ค่อนข้างคาดเดาได้ง่าย เพราะมีรูปแบบของ “จังหวะในการดำเนินเรื่อง” ที่คล้ายคลึงกับเนื้อหาองก์ก่อนหน้า แต่หากจะตัดสินว่าเนื้อเรื่องของเกม Fire Emblem Engage นั้นแย่ไปเลย ก็คงหาใช่คำที่ถูกต้องนัก เพราะโครงเรื่องที่ถูกเขียนออกมาถือว่ามีหลายจุดที่น่าสนใจ และดูมีศักยภาพที่จะเป็นเนื้อเรื่องชั้นดีได้ (โดยเฉพาะเนื้อเรื่องในช่วงท้าย) เพียงแต่การเล่าเนื้อเรื่องของ Fire Emblem Engage นั้น ขาดมิติในการนำเสนอไปอย่างยิ่งยวดจนน่าเสียดายเป็นอย่างมาก หากตัวเกมสรรหาวิธีเล่าเรื่องราวให้รู้สึกถึงความเติบโต รู้สึกถึงความผูกพันธ์ระหว่างตัวละครต่าง ๆ รู้สึกถึงความสมเหตุสมผล กระจายบทให้เราเข้าถึงตัวละครหลากหลายมากขึ้น หรือรู้สึกวิธีแก้ไขปัญหาที่มีชั้นเชิงมากกว่านี้ก็คงจะดีไม่น้อย ในแง่มุมการออกแบบของเกม Fire Emblem Engage นั้นเต็มไปด้วยองค์ประกอบการออกแบบของความแฟนตาซี ที่มาพร้อมกับสีสันของตัวละครเอกที่สะดุดดูแปลกตา เพียงแค่ได้เห็นภาพปกของเกมก็ดึงดูดสายตาให้เราต้องหยุดดูได้ไม่ยาก ตัวละครแต่ละตัวต่างถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ทั้งด้านอุปนิสัย เสื้อผ้าหน้าผม และ Class ประจำตัว ส่งผลให้แม้ตัวละครจะเยอะมาก แต่ตัวผู้เขียนก็จำได้ทันทีที่จัดทีมออกรบว่าตัวละครตัวไหนเก่งด้านไหน อีกทั้งฉากต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมา ไม่ว่าจะทั้งฉากแผนที่โลก ฉากบนฐานที่มั่นลอยฟ้า หรือฉากตอนต่อสู้ ต่างจัดวางองค์ประกอบฉากออกมาได้ดีและสวยงาม แต่ละด่านแต่ละอาณาจักรก็มีเอกลักษณ์ของภูมิประเทศที่แตกต่างกันจนกลายเป็นลูกเล่นแบบต่าง ๆ ที่ช่วยให้เกมการเล่นมีความหลากหลายมากขึ้น และด้วยความที่เนื้อเรื่องของเกมมาในแนวโชเน็น เพลงประกอบของ Fire Emblem Engage จึงให้ความรู้สึกเหมือนได้ฟังเพลงจากอนิเมะยุค 90s ตัวเพลงเปิดและเพลงธีมหลักของเกม จะเน้นใช้ลีดกีตาร์ผสมกับเสียงของความเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ให้ความรู้สึกปลุกใจพร้อมสู้รบเพื่อกอบกู้โลก และเพลงประกอบอื่น ๆ จะใช้องค์ประกอบของเปียโนหรือวงออเครต้า บรรเลงออกมาโดยให้ความรู้สึกของความแฟนตาซีในแบบฉบับ JRPG ซึ่งโดยรวมถือเป็นแนวเพลงที่ตัวผู้เขียนชื่นชอบและคิดว่าลงตัวกับเนื้อหาของเกมภาคนี้ได้เป็นอย่างดี ในแง่มุมของระบบเกม หากพูดกันตามตรง เกมแนว “วางแผน” มักจะเป็นหนึ่งในหมวดหมู่ที่นักเล่นเกมในยุคปัจจุบันหลายท่านเลือกที่จะมองข้าม อาจเพราะด้วยความยาก เวลาต่อด่านที่ใช้ในการเล่นอาจจะนาน หรืออาจด้วยเหตุผลอื่น ๆ หลายปัจจัยส่งผลรวมกันทำให้เกมแนววางแผนกลายเป็นเกมที่เข้าถึงยากไปโดยปริยาย แต่กับเกมตระกูล Fire Emblem โดยเฉพาะใน Fire Emblem Engage นั้น มีชั้นเชิงในการนำเสนอรูปแบบเกมการเล่นที่ชวนให้เข้าถึงได้ง่าย โดยผสมผสานระหว่างระบบเกมแบบ RPG นำองค์ประกอบของการฟูมฟักปั้นตัวละครที่ชื่นชอบ
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น