ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
เมล็ดพันธุ์ กระหล่ำปลี 100 เมล็ด ปลูกง่าย โตเร็ว ผลผลิตดี [10 แถม 1 คละได้]
Home & Living

เมล็ดพันธุ์ กระหล่ำปลี 100 เมล็ด ปลูกง่าย โตเร็ว ผลผลิตดี [10 แถม 1 คละได้]

฿20.00

ราคาจากข้อมูลล่าสุด 09/09/2026 17:30 อาจต่างจากราคาปัจจุบัน

ดูสินค้าที่ร้านค้า

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

ข้อมูลสินค้าในที่เดียวอ่านประสบการณ์ก่อนเลือกเช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

วิธีปลูกเมล็ดพันธุ์กะหล่ำปลี กะหล่ำปลีเป็นพืชผักที่ปลูกง่ายและมีประโยชน์หลากหลาย ใช้ในเมนูอาหาร เช่น ผัด แกงจืด หรือรับประทานสดเป็นสลัด กะหล่ำปลีชอบสภาพอากาศเย็น แต่สามารถปลูกได้ในเขตร้อนชื้นหากดูแลอย่างเหมาะสม 1. การเตรียมดินและพื้นที่ปลูก เลือกดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายที่ระบายน้ำดี พรวนดินลึกประมาณ 20-30 เซนติเมตร กำจัดวัชพืชและเศษวัสดุออกให้หมด ผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกในอัตราส่วน 2:1 เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ หากปลูกในกระถาง ให้ใช้กระถางขนาดใหญ่และลึกประมาณ 30 เซนติเมตร มีรูระบายน้ำ 2. การเพาะเมล็ด หยอดเมล็ดกะหล่ำปลีในหลุมลึกประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร ในถาดเพาะหรือแปลงเพาะกล้า เว้นระยะห่างระหว่างหลุม 2-3 เซนติเมตร รดน้ำให้ดินชุ่ม เมล็ดจะงอกใน 5-10 วัน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ 3. การย้ายต้นกล้า เมื่อต้นกล้ามีใบจริง 2-3 ใบ (ประมาณ 2-3 สัปดาห์หลังเพาะ) ให้ย้ายลงแปลงปลูก เว้นระยะห่างระหว่างต้นประมาณ 40-50 เซนติเมตร และระหว่างแถว 50-60 เซนติเมตร ระมัดระวังรากและโคนต้นกล้าเพื่อป้องกันการเสียหาย 4. การดูแลรักษา แสงแดด: กะหล่ำปลีต้องการแสงแดดเต็มวัน (6-8 ชั่วโมงต่อวัน) น้ำ: รดน้ำวันละ 1-2 ครั้ง เช้า-เย็น รักษาความชุ่มชื้นในดิน แต่ไม่ควรให้น้ำขัง กำจัดวัชพืช: หมั่นกำจัดวัชพืชรอบๆ ต้น เพื่อลดการแข่งขันแย่งสารอาหาร 5. การใส่ปุ๋ยบำรุง ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกทุก 2 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ เมื่อกะหล่ำปลีเริ่มตั้งหัว (ประมาณ 40-50 วันหลังปลูก) ให้ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร NPK 15-15-15 หรือ 12-12-17 ในปริมาณเล็กน้อย เพื่อช่วยเสริมการเจริญเติบโตของหัว 6. การป้องกันแมลงและโรคพืช หมั่นตรวจสอบศัตรูพืช เช่น หนอนเจาะหัว เพลี้ย และแมลงวัน หากพบปัญหา ใช้สารชีวภัณฑ์หรือสารสกัดธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการรดน้ำมากเกินไปเพื่อลดการสะสมของเชื้อรา 7. การเก็บเกี่ยวผลผลิต กะหล่ำปลีพร้อมเก็บเกี่ยวเมื่อหัวแน่นเต็มที่ (ประมาณ 60-90 วันหลังปลูก ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์) ใช้มีดคมตัดที่โคนหัวกะหล่ำปลี ทิ้งใบล่างที่แห้งหรือเสียหาย เคล็ดลับเพิ่มเติม หากปลูกในพื้นที่ที่อากาศร้อน ควรให้ร่มเงาบางส่วนในช่วงบ่าย การปลูกในช่วงฤดูหนาวหรืออากาศเย็นจะช่วยให้หัวกะหล่ำปลีมีคุณภาพดีขึ้น หมั่นรดน้ำและใส่ปุ๋ยอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ดูแลตามขั้นตอนนี้ คุณจะได้กะหล่ำปลีสด กรอบ และอร่อย พร้อมใช้ในอาหารหลากหลายเมนู!
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น