รู้จักสินค้านี้
แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ขนาด 6 มก.บรรจุ 120 ซอฟต์เจล (Softgels)
ขนาดรับประทาน: วันละ 1 แคปซูล, พร้อมอาหาร
ผลิตโดยบริษัท Nutricost, สหรัฐอเมริกา
หมดอายุ : 09/2027
ส่วนประกอบสำคัญใน 1 แคปซูล
* แอสตาแซนธิน, สกัดจากสาหร่ายฮีมาโตคอกคัส พลูเวียลิส
Natural Astaxanthin
(from Haematococcus pluvialis microalgae) 6 มก.
แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) คือ แคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นเม็ดสีธรรมชาติที่พบในอาหารหลากหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สีแดง หรือสีส้ม ในอาหารทะเลหลายชนิด เช่น กุ้งเคย สาหร่าย ปลาแซลมอน และกุ้งล็อบสเตอร์ แคโรทีนอยด์ ชนิดนี้มักพบใน คลอโรไฟตา (Chlorophyta) ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มสาหร่ายสีเขียว แหล่งที่มาอันดับต้น ๆ ของแอสตาแซนธิน ได้แก่ สาหร่ายฮีมาโตคอกคัส พลูเวียลิส (Haematococcus pluvialis), ยีสต์สายพันธุ์ฟาฟเฟีย โรโดไซมา (Phaffia Rhodozyma) และยีสต์สายพันธุ์ แซนโทฟิลโลไมเซส เดนโดรเฮาส์ (Xanthophyllomyces Dendrorhous)
แอสตาแซนธิน ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ราชาแห่งแคโรทีนอยด์” (King of carotenoids) แสดงให้เห็นว่า แอสตาแซนธิน เป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังที่สุดในธรรมชาติ
งานศึกษาวิจัยพบว่า แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าสารต้านอนุมูลอิสระทั่วไป งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ทำการศึกษาประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระจาก แอสตาแซนธิน พบว่ามีความสามารถ ในการต้านอนุมูลอิสระ ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า วิตามินซี 6000 เท่า, สูงกว่า CoQ10 800 เท่า, สูงกว่า วิตามินอี 550 เท่า, สูงกว่าชาเขียว 550 เท่า สูงกว่ากรดอัลฟาไลโปอิก (Alpha lipoic acid) 75 เท่า, สูงกว่า เบต้า-แคโรทีน 40 เท่า, และสูงกว่าสารสกัดจากเมล็ดองุ่น 17 เท่า
ความปลอดภัยและผลข้างเคียงจาก แอสตาแซนธิน
ปริมาณ แอสตาแซนธิน ที่พบในแหล่งอาหารทั้งหมดโดยทั่วไป มีความปลอดภัยและสามารถบริโภคได้ โดยมีความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงน้อยมาก และสำหรับในรูปแบบอาหารเสริม ได้รับการศึกษาและพิสูจน์แล้วว่าขนาด 4-40 มิลลิกรัมต่อวัน ก็ปลอดภัยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่แนะนำคือ 4-8 มิลลิกรัม 1-3 ครั้งต่อวัน พร้อมมื้ออาหาร แนะนำให้เริ่มด้วยขนาดที่ต่ำ (4 มิลลิกรัม) แล้วค่อย ๆ เพิ่มปริมาณขึ้นเพื่อประเมินความพอดีสำหรับร่างกายของคุณเอง
ผลข้างเคียงของ แอสตาแซนธิน ที่มีรายงานบ่อยที่สุดบางส่วนเช่น
* เพิ่มการสร้างเม็ดสีผิว
* ระดับฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง
* การเจริญเติบโตของเส้นผม หรือเส้นผมงอกเร็วขึ้น
* ระดับแคลเซียมในเลือดลดลง
* ความดันโลหิตลดลง
* อาการปวดท้อง
* อาการถ่ายท้อง, มีการเคลื่อนไหวของลำไส้เพิ่มขึ้น
* สีของอุจจาระเป็นสีแดง
คำแนะนำเพิ่มเติม: สำหรับท่านที่ในอยู่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
นอกจากนี้ ยังพบว่า แอสตาแซนธิน มีคุณสมบัติต้านการอักเสบที่มีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ซึ่งคุณสมบัตินี้ สามารถช่วยป้องกันโรคเรื้อรังบางประเภทที่เกิดจากการอักเสบ, ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิว และบรรเทาอาการอักเสบได้
คุณประโยชน์จากแอสตาแซนธิน
บำรุงสายตา โรคจอตาเสื่อมในผู้สูงอายุ (Age-related macular degeneration | AMD) ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อดวงตา
ส่งเสริมการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด
ลดการอักเสบจากโรคข้อเสื่อม เสริมสร้างน้ำเลี้ยงข้อ บำรุงเส้นเอ็น
ปกป้องเซลล์จากการเข้าทำลายของอนุมูลอิสระ ชะลอความชรา
ฟื้นฟูและบำรุงสุขภาพผิว ปกป้องผิวจากแสงแดด ลดรอยเหี่ยวย่น
ลดความเหนื่อยล้าหล้งออกกำลังกาย เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
บำรุงสุขภาพผิว การศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งในปีค.ศ.2009 แสดงให้เห็นว่า การเสริมอาหารด้วยแอสตาแซนธินและการใช้แอสตาแซนธินแบบครีมทาเฉพาะที่ สามารถช่วยปรับปรุงริ้วรอย จุดด่างดำ และความเนียนนุ่มชุ่มชื้นของผิวหนัง การศึกษาในสัตว์ทดลองที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการสาขาวิทยาศาสตร์ PLoS One ยังพบว่า แอสตาแซนธิน สามารถปรับปรุงอาการของโรคผิวหนังภูมิแพ้ ในหนูทดลองได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ แอสตาแซนธิน ยังช่วยปกป้องต่อการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ที่ถูกทำลายจากรังสียูวี และช่วยบำรุงรักษาสุขภาพผิวให้แข็งแรง