ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
เมล็ดพันธุ์ หน่อไม้ฝรั่ง 20 เมล็ด [ 10 เเถม 1 คละได้ ]
Home & Living

เมล็ดพันธุ์ หน่อไม้ฝรั่ง 20 เมล็ด [ 10 เเถม 1 คละได้ ]

เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

วิธีปลูกหน่อไม้ฝรั่ง วิธีการปลูกหน่อไม้ฝรั่งสามารถทำได้ 2 แบบ คือ 1. การเพาะกล้าลงในแปลงปลูกโดยตรง สำหรับการเพาะต้นกล้าลงในแปลงปลูกโดยตรง ขั้นตอนแรกให้เราเตรียมแปลงปลูกด้วยการขุดดินเป็นร่องแปลงสูง 30 เซนติเมตร กว้าง 1 เมตร ยาว 10 เมตร อย่าลืมพรวนดินให้ละเอียด กำจัดวัชพืชให้เกลี้ยง และคลุกปุ๋ยคอก/ปุ๋ยหมัก+ปุ๋ยวิทยาศาสตร์+ปูนขาว ลงไปในดินให้สม่ำเสมอ หลังจากนั้นเกลี่ยหน้าดินให้เรียบ แล้วทำหลุมสำหรับหยอดเมล็ด กะให้ลึกประมาณ 2 เซนติเมตร เว้นระยะห่างประมาณ 15-20 เซนติเมตร เสร็จแล้วก็หยอดเมล็ดลงไปหลุมละ 1 เมล็ด จากนั้นใช้ดินกลบบาง ๆ และใช้เศษฟางหรือหญ้าแห้งคลุมทับ (สามารถโรยฟูราดานเพื่อป้องกันแมลงได้) พร้อมทั้งหมั่นดูแลรดน้ำสม่ำเสมอ โดยเมล็ดจะเริ่มงอกหลังจากปลูกประมาณ 10-15 วัน ซึ่งควรรอให้เมล็ดงอกออกมาสัก 2-3 เซนติเมตร แล้วค่อยใส่ปุ๋ยเร่ง อย่าลืมกำจัดวัชพืชและถอนหญ้าด้วย 2. การเพาะกล้าลงในถุง แล้วย้ายลงแปลงปลูก สำหรับการเพาะต้นกล้าลงในถุง ให้เราผสมดินร่วน 1 ส่วน เศษใบไม้ 1 ส่วน ขี้เถ้าแกลบ 1 ส่วน และปุ๋ยอินทรีย์ 1 ส่วน เข้าด้วยกัน จากนั้นกรอกใส่ถุงเพาะชำ แล้วหยอดเมล็ดตามลงไป เสร็จแล้วจึงนำไปตั้งไว้กลางแจ้งและรดน้ำทุกวัน ไม่นานสักประมาณ 3-4 เดือน ต้นกล้าก็จะเติบโต แข็งแรง พร้อมแก่การย้ายปลูก ส่วนขั้นตอนอื่น ๆ ระหว่างรอย้ายลงแปลงปลูก มีดังนี้ - การเตรียมแปลงปลูก : ให้เราขุดพลิกดินให้ดี ย่อยดินให้ละเอียด พร้อมทั้งผสมปุ๋ยและแกลบให้เข้ากัน จากนั้นตากทิ้งไว้ประมาณ 2 เดือน พอครบกำหนดก็ให้พรวนดินซ้ำอีกครั้ง กำจัดวัชพืช แล้วยกร่องขึ้นสูงและเกลี่ยหน้าดินให้เรียบเพื่อเตรียมทำหลุมปลูก - การเตรียมหลุมปลูก : ให้เราขุดหลุมลึก 15-25 เซนติเมตร กว้าง 20 เซนติเมตร พร้อมทั้งผสมปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ประมาณ 1 ช้อนชา เข้ากับปุ๋ยคอกหรือขี้เถ้าแกลบ 2 กำมือ เพื่อใช้รองก้นหลุม (สามารถผสมฟูราดานเข้าไปเพื่อป้องกันแมลงได้) - การจัดระยะปลูก : หน่อไม้ฝรั่งควรปลูกให้แถวห่างกันประมาณ 1-1.5 เมตร แต่ถ้าหากใครอยากปลูกผักอื่นแซมด้วย ก็สามารถเว้นระยะห่างมากกว่านี้ได้ - การเตรียมย้ายกล้าลงปลูกในแปลง : ให้เลือกต้นกล้าที่แข็งแรง สมบูรณ์ และมีรากมาก อายุสักประมาณ 3-4 เดือน จากนั้นตัดยอดต้นกล้าออกให้ต้นสูงประมาณ 15 เซนติเมตร แล้วแช่โคนและรากลงไปในน้ำเปล่าผสมสารป้องกันเชื้อราประมาณ 15 นาที แล้วค่อยนำไปทำการปลูก ระวังอย่าให้รากขาด โดยช่วงเวลาที่เหมาะจะย้ายกล้าลงปลูกจะเป็นตอนบ่าย ๆ ใกล้เย็นที่มีแสงแดดอ่อน ๆ - การปลูก : ให้ปลูกหลุมละ 1 ต้น โดยต้องแผ่รากของต้นกล้าให้กระจาย ไม่กระจุก พร้อมทั้งกลบดินหรือโกยดินรอบโคนต้นให้สูงขึ้นมา แล้วกดให้แน่น และรดน้ำให้ชื้น วิธีดูแลและเก็บเกี่ยวหน่อไม้ฝรั่ง หน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชที่ชอบดินร่วนปนทราย ต้องการแสงสว่างส่องถึงหน้าดิน ต้องการน้ำสม่ำเสมอ ชอบหน้าดินชื้น ๆ แต่ไม่ชอบดินแฉะ การบำรุงทำได้โดยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยเคมีเป็นครั้งคราว พร้อมทั้งหมั่นกำจัดวัชพืชและโกยดินกลบโคนต้นเป็นประจำ และที่สำคัญหน่อไม้ฝรั่งเป็นพืชที่แตกหน่อ แตกก้านเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้แย่งอาหารกันเองจนแคระแกร็น ก็อย่าลืมตัดแต่งทรงบ่อย ๆ หรือจะพักต้น (การถอนต้นที่มีสภาพไม่ดีทิ้ง เหลือแต่ต้นที่สภาพดีไว้) แทนก็ได้ โดยหน่อไม้ฝรั่งจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ตอนอายุ 4 เดือน หรือเมื่อหน่อโผล่พ้นเหนือดินขึ้นมาประมาณ 20 เซนติเมตร (ไม่เกิน 27 เซนติเมตร) ซึ่งหลังจากปลูกแรก ๆ ให้เก็บเฉพาะหน่อเขียวก่อน แล้วค่อยเก็บหน่อขาวในช่วงหลังหรือช่วงประมาณ 2-3 ปี เนื่องจากช่วงหลังปลูกใหม่ ๆ หน่อขาวจะยังไม่สมบูรณ์ ส่วนวิธีแยกหน่อเขียวกับหน่อขาว คือ หน่อเขียวจะเป็นหน่ออ่อนแทงขึ้นมาเหนือดินมากกว่า 17 เซนติเมตร ให้เก็บด้วยการขุดดินตรงลงไป แล้วใช้มือดึงเอาหน่อออกมา จากนั้นก็โกยดินกลบ ส่วนหน่อขาวเป็นหน่อที่อยู่ใต้ดิน ฉะนั้นหลักการปลูกจึงควรโกยดินกลบให้สูงตามความยาวที่ต้องการ โดยส่วนมากจะมีความยาวมากกว่า 17 เซนติเมตร โรคและแมลงที่ต้องระวัง โรคที่พบบ่อยในต้นหน่อไม้ฝรั่ง ดังนี้ 1. โรคลำต้นไหม้ : จะเป็นแผลสีน้ำตาลตามลำต้น กิ่ง ก้าน และใบ จนส่งผลให้ใบร่วงและต้นแห้งตาย ป้องกันได้ด้วยการระบายน้ำอย่าให้ขัง ถอนต้นทิ้งก่อนลุกลาม และฉีดยาป้องกัน 2. โรคเน่าเปียก : จะเกิดขึ้นกับต้นอ่อน มีลักษณะฉ่ำน้ำที่ปลายยอดจนยอดอ่อนมีสีเหลือง พร้อมทั้งขึ้นราสีเทาเป็นก้านสั้น ๆ ป้องกันได้ด้วยการฉีดยากำจัดโรค 3. โรคเน่าเละ : จะมีอาการเนื้อเยื่อนิ่ม ช้ำ ลื่น และเหม็น ส่วนมากเป็นที่ปลายยอดหรือปลายหน่อ ป้องกันได้ด้วยการระมัดระวังขณะเก็บเกี่ยว หลีกเลี่ยงการทำให้เกิดแผล คัดเฉพาะหน่อที่สมบูรณ์ และทำการลดอุณหภูมิทันทีหลังเก็บ 4. โรคหน่อเน่า : จะมีอาการช้ำน้ำ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นที่ส่วนใดก็ได้ แต่ส่วนมากจะเริ่มที่โคนหน่อ ป้องกันได้ด้วยการระวังไม่ให้หนอนกัดและไม่ให้อุปกรณ์พรวนดินไปโดน 5. โรครากและโคนเน่า : จะมีอาการเน่าตามยอดหน่อหรือรอยตัด ป้องกันได้ด้วยการลดอุณหภูมิอย่างรวดเร็วหลังเก็บเกี่ยวและระวังความชื้นบริเวณยอดหน่อ 6. โรคแอนแทรกโนส : จะเป็นแผลสีน้ำตาลเห็นได้ชัดเจน เมื่อเริ่มลุกลามจะทำให้ลำต้นยุบตัวและแห้งตาย ป้องกันได้ด้วยการกำจัดส่วนที่เป็นโรคออกไปทำลาย ระวังน้ำขัง และฉีดยาป้องกัน ส่วนพวกแมลงหรือศัตรูพืชที่พบได้บ่อยจะเป็นพวกหนอนกระทู้หอม หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนคืบ เพลี้ยไฟฝ้าย และเพลี้ยไฟหอม ฉะนั้นถ้าหากใครคิดจะปลูก ก็อย่าลืมระวังและหมั่นกำจัดแมลงเหล่านี้ออกไปด้วย
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น