Beauty
เคราตินสดไม่แสบตา PRO-TECHS โปรตีนโกลด์ พรีเมี่ยม ซิลเวอร์ โบท็อก ไม่มีสารฟอร์มาลดีไฮด์ ซ่อมผมเสีย
เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า
ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง
ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุดเราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง
สินค้านี้ตรงใจไหม?
บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น
ข้อมูลสินค้าในที่เดียว
อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก
เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า
รู้จักสินค้านี้
บำรุงพรีเมียม Protein Gold (สำหรับผมเสีย ผมอ่อนแอ ผมช้อต ไม่สามารถยืดหรือดัดได้ ฟื้นบำรุงผมให้กลับมาตรงแข็งแรงอีกครั้ง)
#สินค้านำเข้าของแท้100% มีเลขจดแจ้ง
Protein Gold (โปรตีน โกลด์) ผลิตภัณฑ์มหัศจรรย์
แก้ปัญหาผมเสียจากการ ยืด ดัด ทำสี ฟอกผม
ผมหยิกแห้งเสียจากการทำเคมีซ้ำซ้อนหนักมาก
ผมเบาชี้ฟูไดร์ไม่อยู่ทรงคืนตัวไวปลายผมแห้งสุดๆ กลับมาสวยปัง‼ในเวลาเดียวกัน
ลดการชี้ฟูของเส้นผม ผมเรียงเส้นสวย เงางาม ใกล้เคียงกับการยืดผม
เราไม่ใช้ส่วนผสมจากสัตว์
ไม่มีฟอร์มาลดีไฮด์ ที่เป็นสารอันตรายกับร่างกาย
เราไม่ใช้โลหะหนักหรือสารเคมีหรือสารพาราเบนในส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์โปรตีนโกลด์
ใช้สารสกัดการพืช
กลิ่นหอมไม่ฉุนไม่แสบตา
#ใครทีเคยทำเคราตินแบบเดิมๆที่แสบตากลิ่นแรงเหม็นฉุนควันเยอะให้ลืมไปได้เลย
โปรตีน โกลด์ กลิ่นหอม ไม่ฉุน ไม่แสบตา เวลาหนีบควันน้อยมาก ผมตรงนุ่มสลวยเป็นธรรมชาติสุดๆๆ
ความแตกต่างของเคราตินแต่ละสูตร
1 โปรตีนโกลด์ เป็นสูตรดั้งเดิมตัวแรกๆ ช่างทำผมจะรู้จักและใช้กันอย่างแพร่หลาย ลดการชี้ฟู ใช้แทนการยืด และยังซ่อมผมเสียได้
2 โปรตีนซิลเวอร์ คุณสมบัติเหมือนโปรตีนโกดล์ แต่เนื้อครีมจะเป็นสีม่วง ช่วยลดพวกไรเหลืองได้ดี
3 โปรตีนพรีเมี่ยมแม็ก เป็นตัวอัพเกรดที่ให้ความตรงได้ดีกว่าเคราตินทุกสูตร และไม่แสบตา ใครเน้นตรงแนะนำสูตรนี้
4 เคราตินโบท็อก เหลือง ตัวนี้จะเน้นที่การบำรุง นุ่ม เงา กว่าเคราตินสูตรอื่น ให้ความตรงได้เทียบเท่ากับโปรตีนโกลด์ เป็นเคราตินสูตรน้ำ
5 เคราตินโบท็อก ม่วง คุณสมบัติเหมือนเคราตินโบท็อกเหลือง แต่กันแค่สี จะเป็นน้ำสีม่วง ช่วยลดพวกไรเหลืองได้ดี
#วิธีทำอย่างละเอียด
1. สระผม/ ทำความสะอาดเส้นผม 1-2 รอบให้สะอาด ไม่ต้องใส่ครีมนวด
-สำหรับผมแข็งแรง เป่าผมให้แห้งประมาณ 80-100%
-สำหรับผมอ่อนแอ เป่าผมให้แห้งประมาณ 50-70%
2. แบ่งผมออกเป็นส่วนๆ ทาเคราตินที่โคนผม กลาง ปลาย แล้วเกลี่ยให้ทั่ว อย่าใส่เยอะ จิ้มแค่ปลายแปรง โดยเว้นช่วงโคนของศรีษะไว้ประมาณ 1 ซม.ใส่แล้วหวีให้ผมเหยียดตรง
สำคัญคืออย่างใส่เยอะ ผมสั้น 20-30 ml. ผมยาว 40-60 ml.
3. ทิ้งไว้ประมาณ 30-40 นาที ครบเวลาเป่าให้แห้งสนิท (ผมจะเหนียวๆ หน่อย ไม่ต้องตกใจนะคะ)
4.ล้างออก 20-50% หรือจะไม่ล้างก็ได้ แต่จะเหนียวหน่อย
5. เป่าแห้ง/ไดร์ตรง
6. หนีบด้วยเครื่องหนีบผม สำหรับผมเสียควรใช้อุณหภูมิที่ 160-180
สำหรับผมแข็งแรงควรใช้อุณหภูมิที่ 180-220
การใช้อุณหภูมิสำคัญมากๆ ควรเริ่มจากอุณต่ำๆก่อน แล้วปรับขึ้น ให้คอยสังเกตุตรงปลายผม ถ้าช็อต ควรหนีบแค่ผ่านๆ หรือเว้นปลายไปเลย
-หลังจากหนีบเสร็จ รอผมเย็น จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเปล่า ใส่ทรีทเม้นท์ และเป่าแห้งเพื่อดูผลลัพธ์ได้เลย หรือถ้าสะดวกจะทิ้งไว้ 2-3 วัน แล้วค่อยสระก็ได้ค่ะ
คำแนะนำ
หนีบต่อช่อประมาณ 5-6ครั้ง หนีบเน้นเหมือนหนีบยืด
การใช้ไฟสำคัญมากๆ ผมที่เสียมากๆ ให้เริ่มจากอุณหูมิต่ำๆ ก่อน แล้วค่อยเพิ่ม ระวังตรงปลาย ถ้าหนีบแล้วผมหดตัว เหมือนจะช็อต ให้ลดไฟลงต่ำที่สุด แต่ถ้ายังมีอาการ ให้ใช้วิธีการไดร์ตรงแทน
ผมดัดไม่ควรทำ เพราะจะทำให้ผมคลาย ยกเว้นว่าลูกค้าอยากผมตรงโดยไม่ต้องตัดออก
ผมที่ทำสีเทา หรือสีแฟชั่น สีผมจะจางลงค่ะ ถ้าลูกค้าอยากทำ แนะนำให้สีผมหลุดก่อนค่อยทำค่ะ
หลังทำเคราติน แนะนำให้ใช้แชมพูเคราติน หรือแชมพูที่ไม่มีสารซัลเฟต ไม่แนะนำให้ใช้แชมพูขจัดรังแค เพราะจะทำให้เคราตินหลุดไว
เรื่องเล่าจากชุมชน
เขียนรีวิว ↗
ประสบการณ์จากผู้ใช้
เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์
ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น