ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
(ซื้อ10แถม1)เมล็ดดอกคอสมอส คอสมอส cosmos พร้อมส่ง 100 เมล็ด/ซอง
Home & Living

(ซื้อ10แถม1)เมล็ดดอกคอสมอส คอสมอส cosmos พร้อมส่ง 100 เมล็ด/ซอง

เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

#อุปกรณ์ในการเพาะเมล็ดดอกไม้ 1.ถาดเพาะ หรือ ตะกร้าเพาะ 2.วัสดุเพาะ 3.เมล็ดพันธุ์ดอกไม้ 4.ป้ายชื่อพันธุ์ดอกไม้ 5.บัวรดน้ำแบบฝอยละเอียด #การเตรียมวัสดุเพาะ เทวัสดุเพาะลงในกระบะ แล้วผสมน้ำลงไปในวัสดุเพาะ โดยการขุดหลุมบริเวณตรงกลางและเติมน้ำลงไปทีละน้อย ระวังอย่าให้มากจนเกินไป คลุกเคล้าให้เคล้ากันเพื่อให้ได้ความชื้นพอเหมาะ ทดสอบด้วยการบีบวัสดุเพาะด้วยมือ สังเกตน้ำที่ไหลออกตามอุ้งมือเล็กน้อย หากมากหรือน้อยเกินไป สามารถผสมน้ำหรือวัสดุเพาะเพิ่มเพื่อให้ความชื้นพอเหมาะ #การเพาะเมล็ดในถาดเพาะ นำวัสดุเพาะที่เตรียมไว้ ** บรรจุลงในถาดเพาะให้เต็มทั่วทุกหลุม หลังจากนั้นกระแทกถาดเพาะเบาๆพอประมาณ 1 ครั้งเพื่อให้ดินแน่นขึ้น ไม่แนะนำให้ใช้มือกดเพราะดินจะแน่นจนเกินไป จะสังเกตเห็นว่าบางหลุมดินยุบลงไป สามารถเติมวัสดุเพาะได้ในหลุมที่ยังไม่เต็ม แล้วใช้มือหรือไม้เกลี่ยหน้าวัสดุเพาะให้เสมอกัน หลังจากนั้นให้หยอดเมล็ดลงถาดเพาะ 1 เมล็ด ต่อ 1 หลุม #การกลบเมล็ด หลังจากหยอดหรือหว่านเมล็ดแล้ว สำหรับเมล็ดที่มีขนาดเล็กมาก ส่วนใหญ่จะเพาะในตะกร้า ไม่ควรกลบเมล็ดหรือกลบบางๆ การกลบเมล็ดหนาสำหรับเมล็ดเล็กนั้น จะส่งผลต่ออัตราการงอกที่ลดลง สำหรับเมล็ดที่มีขนาดใหญ่สามารถกลบเมล็ดได้หนาขึ้น วัสดุที่ใช้กลบเมล็ดแนะนำให้ใช้วัสดุเพาะหรือขุยมะพร้าวละเอียด ร่อนผ่านตระแกรงลงบนถาดเพาะได้โดยตรง สังเกตว่าบริเวณใดบาง ให้ร่อนเพื่อกลบซ้ำบริเวณนั้น การย้ายปลูก #การย้ายปลูกต้นกล้าลงกระถางหรือถุงดำ หลังจาก การเพาะเมล็ดไปแล้วประมาณ 15-20 วัน ให้สังเกต ต้นกล้าเมื่อมีใบจริง 2 คู่ขึ้นไป ต้นกล้าจะโตพอที่จะย้ายได้ นำต้นกล้าลงในถุงพลาสติก โดยการเจาะหลุมดินให้ลึกและกว้างพอกับดินที่หุ้มรากมา แล้วนำต้นกล้าหยอดลงในหลุมแล้วกลบด้วยดิน หากต้นกล้ายืดหรือยาวกว่าปกติให้เจาะหลุมลึกขึ้นอีก หยอดต้นกล้าลงหลุมและกลบให้ชิดถึงใบจริงคู่แรก ช่วยแก้ปัญหาต้นกล้ายืดผิดปกติได้ ในกรณีที่ต้องการปลูกในถุงดำหรือกระถางไม่ย้ายลงแปลง ให้ดูแลต้นกล้าจนกระทั่งโต ตามรายละเอียดการให้น้ำ การให้ปุ้ย และการดูแลรักษา ในหัวข้อถัดไป #การย้ายปลูกต้นกล้าลงแปลง สำหรับท่านที่ต้องการปลูกประดับแปลง หลังจากต้นกล้าที่ย้ายลงถุงดำตั้งตัวและเจริญเติบโตพอสมควร ประมาณ 15 วันขึ้นไปหรือดูปริมาณรากว่าหุ้มดินในถุงดีแล้ว ก่อนย้ายปลูก 1 สัปดาห์ ควรลดปริมาณการให้น้ำลงเพื่อสร้างให้ต้นกล้า มีความทนทานต่อการย้ายปลูก #การเตรียมดินปลูก ดินปลูกสำหรับบรรจุลงกระถาง การเตรียมดินปลูกต้องพิถีพิถันพอสมควร เพราะไม้ดอกส่วนใหญ่มีอายุการออกดอกสั้น โดยเฉพาะไม้ดอกที่ไวต่อแสงจะออกดอกทันทีเมื่อครบอายุและต้นสมบูรณ์ ดินปลูกต้องเป็นดินโปร่ง ร่วนซุย มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้ำดี ในขณะเดียวกันอุ้มความชื้นได้ดีพอสมควร มีความเป็นกรดเล็กน้อย มี pH ประมาณ 6.5 – 7 ส่วนผสมของดินปลูกควรหาง่ายในท้องถิ่น สำหรับดินผสม 1 ลูกบาศก์เมตร ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15 – 15 – 15 จำนวน 0.5 กิโลกรัม และสูตร 0 – 46 – 0 จำนวน 1 กิโลกรัม ผสมกันตามสัดส่วน สูตรที่ 1 ส่วนประกอบดินผสมโดยทั่วไป ได้แก่ ดินร่วน ปุ๋ยหมัก แกลบดิบ แกลบเผา ขุยมะพร้าว อัตราส่วน 1 : 1 : 2 : 2 : 2 สูตรที่ 2 ส่วนประกอบดินผสมโดยทั่วไป ได้แก่ แกลบดิบ ขุยมะพร้าว ดิน อัตราส่วน 3 : 5 : 2 สูตรที่ 3 ขุยมะพร้าว ทรายหยาบ + โดโลไมท์ อัตราส่วน 3 : 1 +โดโลไมท์ อัตราส่วนผสมรวมกัน 240 ลิตร ( ขุยมะพร้าว 180 ลิตร + ทรายหยาบ 60 ลิตร ใช้โดโลไมท์ 0.5 กก.) หรือ ทั้งนี้สามารถดัดแปลงสูตรได้ตามความเหมาะสม ตามประสบการณ์ หรือคู่มืออื่นๆ #ดินปลูกสำหรับปลูกลงแปลง ไถพรวนและพลิกหน้าดินตากไว้ประมาณ 7 – 10 วัน เพื่อกำจัดวัชพืช หลังจากนั้นให้ทำการไถคราดเพื่อกำจัดวัชพืชออกให้หมดและทำให้ดินร่วนซุย ให้รากพืชเดินได้สะดวกเหมาะสำหรับการปลูก ถ้าดินมีปัญหาโดยมีค่าความเป็นกรด ด่าง น้อยกว่า 6. 5 ควรเติมปูนขาวเพื่อปรับสภาพ pH ของดิน อัตรา 100 – 300 กก./ไร่ ในขณะใส่ปูนขาวดินควรมีความชื้นเพื่อให้ปูนทำปฏิกิริยากับดินได้ดียิ่งขึ้น และปล่อยทิ้งไว้ 1 สัปดาห์ ผสมปุ๋ยสูตร 15 – 15 – 15 รองพื้น ใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับสภาพดินให้ร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี และเพิ่มแร่ธาตุในดิน #การดูแลรักษา การให้น้ำ ควรรดน้ำทุกวันในตอนเช้าหรือเย็น หากรดน้ำในเวลาเย็นควรให้น้ำ ที่ค้างอยู่บนใบแห้งก่อนพระอาทิตย์ตกดิน และเมื่อมีดอกบาน อย่ารดน้ำให้ถูกดอกเพราะอาจทำให้ดอกช้ำหรือเน่าได้ การให้น้ำควรให้สภาพดินชุ่มสลับแห้ง ไม่ควรให้ชุ่มตลอดเวลา เพราะอาจเป็นสาเหตุของโรครากเน่า โคนเน่า และทำให้ระบบรากไม่พัฒนา ส่งผลให้ต้นแคระแกร็น ไม่สมบูรณ์ สามารถสังเกตสีของดินหรือวัสดุเพาะ หากมีสีดำหรือน้ำตาลเข้ม แสดงว่าดินยังชุ่มหรือมีน้ำอยู่ เมื่อดินเปลี่ยนสีเป็นน้ำตาลอ่อน แห้งแข็ง แสดงว่าดินขาดน้ำ
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น