Books & Magazines
ณ บ้านวรรณกรรม หนังสือ เรื่อง เส้นทรายสีเงา / วรรณวรรธน์
เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า
ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง
ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุดเราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง
สินค้านี้ตรงใจไหม?
บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น
ข้อมูลสินค้าในที่เดียว
อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก
เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า
รู้จักสินค้านี้
รายละเอียดสินค้า
ชื่อเรื่อง: เส้นทรายสีเงา
นวนิยายที่เกี่ยวข้อง (ควรอ่านต่อเนื่อง):
(1) อัสวัด ราชันย์แห่งความมืด
(2) เส้นทรายสีเงา (ปฐมบทแห่งอัสวัด)
นวนิยายโดย วรรณวรรธน์
ประเภท: จินตนิยาย/การเมือง/ทะเลทราย
ปกอ่อน สองเล่มจบ
จำนวนหน้า: 636 หน้า
Edition: 12th (2566)
ISBN: 978-616-573-1973
เรื่องย่อ
ในปี 1981 'เจ้าชายฟารุค' โอรสที่เกิดจากสนมขึ้นครองราชย์ หลัง 'กษัตริย์ฟาหฺด' แห่งอัคไบยาห์ และ 'ราชินีมาญ่า' ชาวญี่ปุ่นสวรรคต ส่วน 'เจ้าชายซาเลม อัสวัด อัลฮิลมิชาล' อายุ 5 ชันษา ที่สายเลือดไม่บริสุทธิ์ ถูกทรมานเกือบตาย ถ้าไม่ได้นักรบทะเลทราย 'อาลี ปาชา' และ 'ชีคอัล-จูนายดิ' มหาเศรษฐีที่มีความสัมพันธ์กันซับซ้อนช่วยไว้ ทำให้เจ้าชายซาเลมเป็นหนี้บุญคุณและนับถือชีคอัล-จูนายดิอย่างมาก ภายหลังเจ้าชายซาเลมได้ย้ายมาอาศัยกับพระญาติ 'ท่านหญิงอินาญัต' ที่ไคโร ได้เรียนหนังสือจนจบปริญญาเอก และทำงานในองค์กรระหว่างประเทศที่อเมริกา
จนในปี 1996 ทางอัคไบยาห์ตัดสินใจขอให้เจ้าชายซาเลมกลับมาทำงาน แต่พระองค์ก็ยังไม่ยอมมาสักที จนถึงปี 1998 เจ้าชายซาเลมไปไคโรเพื่อเยี่ยมท่านหญิงอินาญัต ทางอัคไบยาห์จึงใช้พระน้องนางร่วมพระมารดา 'เจ้าหญิงไนมาห์' เป็นเหยื่อล่อให้กลับ โดยส่ง 'นะหมัด' และ 'อาเหม็ด' องค์รักษ์ของ 'เจ้าชายมูอะตะซัม' และ 'เจ้าชายฮัสซาเนน' ไปสืบหาพระองค์ แต่เพราะเจ้าชายซาเลมมีปัญหากับชีคอัล-จูนายดิจึงถูกจับตัวไปอาฟกานิสถาน เจ้าชายฮัสซาเนน (ซึ่งเป็นคู่หมั้นของเจ้าหญิงไนมาห์) จึงพาทหาร ที่นำโดยอาเหม็ดและนะหมัด ตามมาช่วย (หรือฆ่า) เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระหว่างประเทศ ที่อาฟกานิสถานนอกจากเจ้าชายซาเลมจะโดนจับตัวมาแล้ว ยังมีอันตรายจากการที่เคยไปควักลูกตา 'อับดุล ซูไบดัน' ครูฝึกของมูจาฮีดีน ที่กำลังฝึกนักรบระเบิดพลีชีพเพื่อไประเบิดพลีชีพที่สถานทูตสหรัฐที่เคนยาและไนโรบี นอกจากจะต้องเอาตัวรอดให้ได้ เจ้าชายซาเลมยังต้องช่วยน้องสาว จัดการเจ้าชายฮัสซาเนน และตกลงผลประโยชน์กับชีคอัล-จูนายดิ ให้ลงตัวอีกด้วย
คำนำ
เรื่องราวหนึ่งถูกบันทึกไว้ในหน้าสําคัญของประวัติศาสตร์แห่งคาบสมุทรและท้องทะเลทรายอาหรับ เล่าถึงเจ้าชายพลัดถิ่นรูปงาม เปี่ยมด้วยศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า และรักแผ่นดิน ‘อัคไบยาห์’ ของพระองค์ยิ่งชีวิต
‘เจ้าชายซาเลม อัสวัด อัลฮิลมิชาล’
หลังจากพระบิดา กษัตริย์ฟาหฺด สวรรคต อดีตรัชทายาทพระองค์น้อยแห่งอัคไบยาห์ ก็ทรงหวุดหวิดจะถูกบูชายัญด้วยการกรีดเอา ‘เลือดผสม’ ของพระองค์ให้กระเซ็นซ่านซึมไปทั่วผืนทราย หากดํารงพระชนม์มาได้ เมื่อเหล่านักรบทะเลทราย ซึ่งไม่ขึ้นกับกองกําลังรัฐ นําโดย อาลี ปาชา ผู้ภักดีต่อองค์ฟาหฺดและช่วยพระโอรสเลือดผสม ‘อัคไบยาห์-ญี่ปุ่น’ พระองค์นี้ได้ทันท่วงที ขณะพระราชินีมาญ่า สิ้นกลางทะเลทราย!
บ้างกล่าวกันว่า เลือดผสมเป็นเพียงข้ออ้างหนึ่ง ท่ามกลางสุญญากาศทางการเมือง และเจ้าชายซาเลมถูกปฏิเสธจากศาลศาสนาในการสืบทอดราชบัลลังก์ จากเงื่อนงําแห่งความเคร่งครัดในจารีตประเพณี และความเชื่อสําคัญ...ที่ว่า
เลือดอัคไบยาห์บริสุทธิ์เท่านั้น คือผู้สืบทอดราชบัลลังก์!
แล้วเวลาก็ผันผ่าน...และทุกแห่งที่ผ่านพัดย่อมเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา...สิบห้าปีที่ผ่านไป บัดนี้ ราชอาณาจักรอาหรับอัคไบยาห์ และองค์ฟารุค อัลฮิลมิชาล กษัตริย์ผู้ครองบัลลังก์อัคไบยาห์ ทูลเชิญ ‘เจ้าชายซาเลม อัสวัด’ เสด็จนิวัติกลับประเทศ เพื่อช่วยบริหารปกครอง และนําพาความสุขสงบถาวรมาสู่ประชาชนชาวอัคไบยาห์
เบื้องหน้าคือคําทูลเชิญ เบื้องหลังคือสิ่งใด
จริงอยู่ อัคไบยาห์ดูสงบ เคร่งครัดจารีตประเพณีโบราณ จริงอยู่ อัคไบยาห์ประกาศ ‘ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด’
หาก ‘ความเป็นจริง’ อัคไบยาห์อยู่ในจุดที่ส่งผลต่อผลประโยชน์มหาศาล ทั้งความมั่นคงทางการเมือง การทหาร และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของเหล่ามหามิตรในคาบสมุทรอาหรับ และมหาอํานาจที่ต้องการครอบงําทั้งหมด
เช่นนี้ แม้การประกาศเป็นกลางจะสําคัญ หากก็ไม่เท่าการวางหมากกล ‘ให้เป็นกลาง’ จริง ๆ สร้างความสมดุล ลดความหวาดระแวง พัฒนาความมั่นคงบนความปรองดอง เป็นความสําคัญยิ่งยวดต่อ ‘ความเป็นตาย-รอดอยู่’ ของแผ่นดินนี้
และนี่หรือไม่...ที่อัคไบยาห์ต้องการ ‘ผู้นํา’ ที่แท้จริง!
หากการเป็น ‘ผู้นํา’ มิใช่เพียงการถูกนําขึ้นนั่งแท่น แต่สมควรส่งมอบอํานาจที่ ‘พร้อมใช้งาน’ มาด้วย
คําทูลเชิญนั้น พร้อมส่งมอบ ‘อํานาจที่แท้จริง’ ให้หรือไม่
จริงหรือ...เจ้าชายชุดดํา ‘ซาเลม อัสวัด’
จบการศึกษาสูงสุดจากเยล รู้จักอเมริกาดี หากมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับกองทหารศักดิ์สิทธิ์ เคยฝึกร่วมกับเหล่า ‘เซลล์’ ก่อการร้าย เชี่ยวชาญการรบกองโจร และเป็นมหามิตรของกองกําลังนักรบทะเลทราย ‘ปาชา’ ทั้งยังมีไมตรีส่วนพระองค์กับผู้นํามากหลายแห่งคาบสมุทรอาหรับ ประการสําคัญ...ทรงเป็นเชื้อพระวงศ์ระดับสูงสุดแห่งอัคไบยาห์
นี่คือบุรุษผู้ไม่มีหัวใจไว้กับตัว แต่มีไว้เพื่อศรัทธา
บุรุษผู้มีชะตาดํามืด ผู้กล่าวอย่างตระหนักในหัวใจตนว่า “สายลม...ที่อบอุ่นของโลกใบนี้กําลังเหลือให้ข้าหายใจได้อีกไม่กี่ครั้ง ขอให้ครั้งที่เหลืออยู่นั้นเป็นลมหายใจของความสุข ที่ตัวข้าโหยหามาตลอดชีวิต!”
และคือบุรุษเดียวกันกับที่เคยลั่นวาจาเป็นสัจจะ
“ข้าจะกลับไปก่อกองทรายให้อัคไบยาห์เป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่!”
เส้นทรายสีเงา นี้...จึงควรติดตามยิ่ง ณ บัดนี้
-
รักชนก นามทอน
บรรณาธิการ
บ้านสะบารัง ปัตตานี
เดือนมกราคม ๒๕๕๕
เรื่องเล่าจากชุมชน
เขียนรีวิว ↗
ประสบการณ์จากผู้ใช้
เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์
ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น