ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
ยูบิควินอล NOW Foods, Ubiquinol CoQH-CF 50 mg, 60 Softgels
Health

ยูบิควินอล NOW Foods, Ubiquinol CoQH-CF 50 mg, 60 Softgels

เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

ยูบิควินอล, Ubiquinol CoQH-CF 50 mg ขนาดบรรจุ 60 เม็ด(Softgels) ขนาดรับประทาน: ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1-2 ครั้ง, พร้อมอาหาร ผลิตโดยบริษัท NOW Foods, สหรัฐอเมริกา หมดอายุ BEST BY: 02/2026 ส่วนประกอบที่สำคัญใน 1 แคปซูล * ยูบิควินอล, Ubiquinol (Kaneka Ubiquinol™) (Reduced Form CoQ10) 50 มก. ยูบิควินอล (Ubiquinol) ยูบิควินอล คือ ฟอร์มลดรูปของโคเอ็นไซม์คิวเท็น (CoQ10) หรือยูบิควิโนน (Ubiquinone) ที่มีประสิทธิภาพในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูงกว่า CoQ10 อีกทั้งยังถูกพัฒนาโครงสร้างให้ร่างกายสามารถนำไปใช้งานได้เลย กล่าวคือ โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะสามารถผลิต CoQ10 ขึ้นมาได้เอง แต่เมื่อร่างกายจะนำไปใช้งานนั้นจะมีการเปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างของ CoQ10 ให้กลายเป็น ยูบิควินอล (Ubiquinol) ก่อน ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้น กระบวนการดังกล่าวอาจทำได้ไม่เต็มที่ นี่จึงเป็นในผลิต CoQ10 ในรูปแบบของ ยูบิควินอล (Ubiquinol) ที่พร้อมใช้งานออกมา และมีประสิทธิภาพมากกว่า CoQ10 ในรูปแบบปกติกว่า 8-10 เท่า โคเอนไซม์คิวเทน มีอยู่ในร่างกายมากสุดในเซลล์ของหัวใจ ตับ ไต และตับอ่อน (Pancreas) พบว่า CoQ10 จะถูกเก็บไว้ใน ไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) ของเซลล์เหล่านี้ โดย ไมโทคอนเดรีย เป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เสมือน “โรงไฟฟ้า” ภายในเซลล์ จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมมันจึงเกี่ยวข้องกับการผลิตพลังงาน มีหน้าที่สำคัญ คือ การสร้างและจ่ายพลังงานให้กับเซลล์ ช่วยขนถ่ายอิเล็กตรอนในกระบวนการสร้างพลังงานระดับเซลล์ และการควบคุมระดับความดันโลหิต CoQ10 จึงมีความสำคัญต่อการทำงานในเซลล์ของหัวใจ เซลล์สมอง เซลล์กล้ามเนื้อ ในฐานะที่เป็น “โคเอนไซม์” โคคิวเท็น จึงมีหน้าที่ช่วยให้เอนไซม์อื่น ๆ ทำงานได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ สาเหตุที่ไม่นับว่า CoQ10 เป็น “วิตามิน” เนื่องจากว่า สัตว์ทุกชนิดรวมถึงมนุษย์ สามารถสร้างโคเอนไซม์ได้เองในปริมาณเล็กน้อย แม้จะไม่ได้รับจากอาหารก็ตาม โคเอ็นไซม์คิวเท็น (CoQ10) ทำงานอย่างไร ส่งเสริมการสร้างและรักษาระดับพลังงานภายในเซลล์ ให้เพียงพอต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของร่างกาย โดย ไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) จะทำหน้าที่นำไขมันและสารอาหาร มาเปลี่ยนเป็นแหล่งพลังงานที่สามารถนำไปใช้ได้ ซึ่งกระบวนการแปลงสารอาหารเหล่านี้ ไปเป็นพลังงานจำเป็นต้องอาศัย CoQ10 ทำหน้าที่ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง ไม่เพียงแต่จำเป็นสำหรับการผลิตพลังงานของเซลล์เท่านั้น ยังทำหน้าที่ปกป้องเซลล์ไม่ให้เกิดความเสียหายจากการเข้าทำลายโดยอนุมูลอิสระ ความสามารถในการรับและบริจากอิเล็กตรอน เป็นคุณลักษณะที่สำคัญอย่างยิ่งในหน้าที่ทางชีวเคมี ซึ่งช่วยขจัดความเสียหายภายในเซลล์ จากการเข้าทำลายโดยอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มการดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ มีการพิสูจน์แล้วว่า CoQ10 ช่วยรีไซเคิล วิตามินซี และวิตามินอี ให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ทำให้ร่างกายได้รับประสิทธิภาพสูงสุดจากวิตามินเหล่านี้ ใครบ้างที่ต้องรับประทาน CoQ10 การผลิต CoQ10 จะลดลงตามธรรมชาติเมื่อเราอายุล่วงเลยไปประมาณ 40 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่เราต้องการให้เซลล์ได้รับการปกป้องอย่างมากที่สุด ซึ่งหมายความว่า ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการสุขภาพที่แข็งแรงหลังวัย 40 ปีขึ้นไป ควรต้องเน้นรับประทานอาหารที่มี CoQ10 ให้มากขึ้น ข้อมูลจากงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า การสังเคราะห์ CoQ10 ได้เองของร่างกายตามธรรมชาติ บวกกับที่ได้รับจากการบริโภคอาหารตามปกติ ดูเหมือนจะให้ปริมาณที่เพียงพอ เพื่อช่วยป้องกันการขาด CoQ10 ในคนที่มีสุขภาพดี อย่างไรก็ตาม ร่างกายเราจะสามารถผลิต CoQ10 ได้น้อยลง เมื่ออายุมากขึ้น และผู้ที่มีภาวะสุขภาพบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ ก็ดูเหมือนว่า ร่างกายจะสังเคราะห์ CoQ10 ยิ่งได้น้อยลงไปอีก ปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะมี CoQ10 ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แม้ว่าร่างกายของเราจะสามารถสร้างโคเอนไซม์คิวเทน ขึ้นได้เอง แต่ก็ไม่สามารถผลิตได้อย่างสม่ำเสมอ หรือเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ภาวะพร่องหรือการขาด CoQ10 มักเกี่ยวข้องกับปริมาณของอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นมากมายภายในร่างกาย ณ ขณะนั้น ๆ การขาด CoQ10 จะเกี่ยวข้องและส่งผลกับสภาวะต่าง ๆ ต่อร่างกาย เช่น มีความจำลดลง ภาวะของโรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Fibromyalgia) และโรคหัวใจ โดยสรุป ปัจจัยบางอย่างที่เอื้อต่อการขาดหรือมีระดับ CoQ10 ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย นอกจากความชราและความบกพร่องทางพันธุกรรม ได้แก่ * มีโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน มะเร็ง และภาวะหัวใจล้มเหลว * มีระดับของอนุมูลอิสระ ในร่างกายสูงอย่างต่อเนื่อง * การขาดสารอาหารในกลุ่มวิตามินบีรวม * เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายหรือความผิดปกติของไมโทคอนเดรีย (Mitochondrial Diseases) ส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญพลังงานในเซลล์ * ผู้ที่รับประทานยาลดไขมันกลุ่มสแตติน (Statin) เป็นประจำ แหล่งอาหารในธรรมชาติที่มี CoQ10 แหล่งอาหารตามธรรมชาติที่อุดมด้วยโคเอ็นไซม์คิวเท็น อย่างเช่น เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา เนื้อไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อย เมล็ดงา ถั่วพิสตาชิโอ บร็อคโคลี กะหล่ำ ผลส้ม สตรอเบอร์รี่ ปลาซาร์ดีน ปลาทู เครื่องในสัตว์ เมล็ดธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือขัดสีน้อยที่สุด และผลิตภัณฑ์จากนม ความปลอดภัยของการรับประทาน CoQ10 ในรูปแบบอาหารเสริม โดยรวมแล้วถือว่า CoQ10 มีความปลอดภัยสูง และมีการใช้ในทางการแพทย์มาอย่างยาวนาน แต่อย่างไรก็ตาม CoQ10 อาจมีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางคน เช่น อาการท้องเสีย, คลื่นไส้,อาการแสบร้อนกลางอก,ความอยากอาหารลดลง,อาการปวดหัว,นอนไม่หลับ,มีผื่นขึ้น,อาการวิงเวียนศีรษะ, หงุดหงิดง่าย จึงแนะนำให้เริ่มรับประทานในปริมาณน้อยต่อมื้อก่อน ข้อแนะเพิ่มเติม * ควรรับประทานพร้อมอาหาร เนื่องจาก Co-Enzyme Q10 เป็นสารอาหารที่ละลายได้ดีในไขมันได้ ดังนั้น มันจะถูกดูดซึมได้ดีหากรับประทานพร้อมกับอาหารที่มีไขมัน หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น