รู้จักสินค้านี้
เมล็ดพันธุ์: อัลฟัลฟ่า
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Medicago sativa
บรรจุซองละ 500 เมล็ด
รสชาติและกลิ่น : มันๆ
สายพันธุ์: แท้ OP (ใช้เมล็ดรุ่นต่อไปปลูกต่อได้)
อายุเก็บเกี่ยว: 80 วัน สำหรับเลี้ยงสัตว์ / 4-5 วันสำหรับกินต้นอ่อน
ความต้องการแสงแดด: แดดจัดหรือแดดเต็มวัน
ดินที่เหมาะสมกับการปลูก: ดินร่วน / ดินร่วนปนทราย
อัตรางอกประมาณ: 85%
รายละเอียด : อัลฟัลฟ่า เป็นพืชตระกูลถั่วที่มีอายุหลายปี ปกติอายุประมาณ 4-8 ปี มีแหล่งกำเนิดในแถบ เอเชียไมเนอร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอิหร่าน และแพร่กระจายต่อไปยังแถบอเมริกาเหนือ ยุโรป และอเมริกาใต้ ในปัจจุบันสามารถปลูกได้ทั่วไปในโลก ปรับตัวเข้ากับเขตอบอุ่นและกึ่งร้อนได้ดี จัดเป็นพืชตระกูลถั่วที่มีคุณภาพดีที่สุดในแง่ของอาหารสัตว์ และเป็นอาหารหยาบชั้นเลิศ ถ้าตัดต้นถั่วในระยะเริ่มออกดอกจะมีโปรตีน 16-25 เปอร์เซ็นต์ และมีค่าโภชนะที่ย่อยได้สูงถึง 60-70 เปอร์เซ็นต์ ถ้าปลูกในแถบที่มีฝนชุกดินที่ปลูกต้องระบายน้ำได้ดี ชอบดินที่เป็นด่างเล็กน้อย Alfalfa มีระบบรากที่มหัศจรรย์มาก ในบางพื้นที่รากของ Alfalfa สามารถชอนไชลงไปได้ลึกกว่า 130 ฟุต จึงมีประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุอาหารได้มากกว่าและบริสุทธิ์กว่า อีกทั้งตัวของ Alfalfa เองก็จะไม่สะสมสารพิษ ชาวอาหรับโบราณรู้จักใช้ประโยชน์จาก “Alfalfa” มากว่า 2,000 ปีก่อนคริสตกาล โดยใช้เป็นพืชเลี้ยงสัตว์ เพื่อเพิ่มความเร็วและแข็งแรงให้กับม้า อีกทั้งยังใช้ใบมาตากแห้งชงเป็นชาดื่ม ด้วยคุณค่าทางอาหารที่มากมายชาวอาหรับจึงขนานนาม Alfalfa ให้เป็น AL-FAS-FAH-SHA หรือ “ราชาแห่งอาหารทั้งมวล” Alfalfa ได้ถูกใช้เพื่อการรักษาทางการแพทย์มาตั้งแต่ในสมัยโบราณ โดยแพทย์ชาวจีนได้ใช้ใบ Alfalfa อ่อนในการรักษาอาการย่อยไม่ปกติ เช่นเดียวกันกับแพทย์ชาวอินเดียที่ใช้ใบ และดอกสำหรับการรักษากระบวนการย่อยทำงานที่ทำงานได้น้อย นอกจากนี้ Alfalfa ยังใช้เพื่อการบำบัดโรคข้อต่ออักเสบ ชาวอินเดียนในอเมริกาเหนือได้แนะนำให้ใช้ Alfalfa ในการรักษาโรคดีซ่าน และช่วยสนับสนุนการจับตัวของเลือด แพทย์ที่ใช้สมุนไพรเพื่อการบำบัดในสหรัฐอเมริการได้แนะนำให้ใช้ Alfalfa เป็นยาสำหรับอาการย่อยไม่เป็นปกติ ภาวะโลหิตจาง เบื่ออาหารและอาการการดูดซึมอาหารไม่ดี นอกจากนี้ยังแนะนำว่า Alfalfa มีส่วนกระตุ้นให้การหลั่งน้ำนมในแม่ดีขึ้นอีกด้วย
สารที่ประกอบอยู่ใน Alfalfa ด้วยระบบรากที่มีประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุอาหารมากกว่าพืชชนิดใด ๆ เป็นผลให้ Alfalfa เป็นพืชที่มีส่วนประกอบของสารต่าง ๆ มากมาย มี กรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกายถึง 8 ชนิด เช่น lsoleucine, Leucine, Lysine, Methionine เป็นต้น ซึ่งเป็น กรดอะมิโน ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ แต่จำเป็นต้องมีไว้เพื่อประโยชน์ในการสร้างเซลล์ใหม่ อีกทั้ง Alfalfa ยังมีวิตามินอีกมากมาย รวมถึง วิตามิน A, B1, B6, B8, B12, C, D, E, K, P และ U รวมทั้งยังประกอบไปด้วยเกลือแร่อีกหลากชนิด เช่น ฟอสฟอรัส โปรแตสเซียม แคลเซียม สังกะสี เซเลเนียม และแมกนีเซียม เป็นต้น และยังมีเอนไซม์หลักอีกถึง 8 ชนิด คือ ไลเปส อาเมเลล โคกุเลส อีมูลซิน อินเวอร์เคส เปอร์อ๊อกซีเตส เพดติเนส โปรตีส นอกจากนี้ Alfalfa ยังมีส่วนประกอบของสารอื่น ๆ อีก เช่น Betacarotene, Bioflavinoids, Carotene, Chlorine Chlorophyll , flavone, isoflavone, sterol และ Saponin เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เป็นสารที่ให้คุณต่อร่างกายด้วยกันทั้งนั้น
Credit. http://www.healthdd.com/article/article_preview.php?id=22
การใช้ประโยชน์: ต้นอ่อนรับประทานสด หรือปลูกเลี้ยงสัตว์
วันหมดอายุ: **ดูที่ซองสินค้า.
หมายเหตุ: อัตรางอกข้างต้นเป็นการทดสอบเพาะโดยใช้วัสดุพีทมอสในห้องควบคุมเท่านั้น
อัตรางอกอาจแปรผันตามสภาวะแวดล้อมและวิธีการปลูกของผู้ปลูก เช่น ดินที่ใช้หรือวัสดุที่ใช้
วิธีการเพาะ อุปกรณ์ในการเพาะ อุณหภูมิ ความชื้น เป็นต้น