Books & Magazines
ณ บ้านวรรณกรรม หนังสือ เรื่อง คู่กรรม / ทมยันตี
เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า
ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง
ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุดเราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง
สินค้านี้ตรงใจไหม?
บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น
ข้อมูลสินค้าในที่เดียว
อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก
เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า
รู้จักสินค้านี้
รายละเอียดสินค้า
ชื่อเรื่อง คู่กรรม
นวนิยายที่เกี่ยวข้อง (ควรอ่านต่อเนื่อง): คู่กรรม ๒
ประพันธ์โดย ทมยันตี
ประเภท: ความรัก/อิงประวัติศาสตร์/สงคราม
จำนวนหน้า: 960 หน้า
Edition: 8th (11/2558)
นิยายสู่ละคร: ปี 2513, 2515, 2521, 2533, 2547, 2556
คำนำ
โกโบริและอังศุมาลิน เรื่องราวที่เป็นยิ่งกว่าตัวละครที่โลดแล่นอยู่เพียงในนิยาย ‘คู่กรรม’ หากเป็นแบบฉบับหนึ่งของความรักที่ติดตรึงอยู่ในหัวใจของผู้อ่านมายาวนาน ความรักที่เป็นทั้งความประทับใจอยู่ไม่วาย ความรักที่เป็นทั้งอุทาหรณ์ยิ่งสําหรับผู้มีรัก
มนุษย์มักต่อรองกับความรัก มีเงื่อนไขกับหัวใจ และเรามักไม่เข้าใจความรักอันแท้จริง จนกว่าเราจะสูญเสียหัวใจของเราไปแล้วจริงๆ นั่นจึงเป็นคําถามว่า ทําไมเราต้องรอให้ถึงเวลานั้น
นั่นเพราะเราไม่เคยเชื่ออย่างจริงๆ ใช่ไหม ว่าความรักแท้นั้นมีอยู่ นั่นเพราะเราเอาตัวเราเองกำหนด เราไม่เคยแม้จะรู้จักความรักใช่ไหม
“คุณอาจจะเคยมีคนรัก แต่คุณไม่เคยรู้จักความรักจริงๆ คนรักของคุณจะเป็นใครก็ตาม คุณรักเขาในแง่ที่คุณอยากจะมีใครสักคนที่เป็นของคุณอย่างแท้จริงเท่านั้น เพื่อลบความหวั่นระแวงแคลงใจในมนุษย์ เพื่อลบร่องรอยแห่งการสูญเสียที่คุณเคยได้รับมาแล้ว คุณยังไม่รู้จักความรักอันอ่อนโยน ความผูกพันอันดื่มด่ำที่จะยอมเสียทุกสิ่งทุกอย่างหมดเพียงเพื่อคนที่เรารัก”
และจะมีแต่ผู้เคยมีความรักอันแท้จริงเท่านั้น
จึงจะรับรู้ และรู้สึกได้ว่าหัวใจของผู้ที่โดดเดี่ยวอ้างว้าง ยามรู้ตัวว่ากําลังจะสูญเสียความรักไปนั้นเป็นอย่างไรต่อไป
ทมยันตีเล่าถึงกวีบทหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจให้ลงมือเขียนนวนิยายเรื่อง ‘คู่กรรม’ นี้ บทกวีที่ผู้สูญเสียเอ่ยถึงผู้เป็นที่รักยิ่ง บันทึกความรู้สึกนั้นลงบนการ์ดใบหนึ่ง ซึ่งผูกติดมากับดอกไม้ช่องาม วางบนหลุมฝังศพของ ‘เขาผู้นั้น’ ผู้เดินทางไปแสนไกล ผู้ไม่มีวันได้พบกันอีกแล้ว
เธอคือ... “แสงสว่างแห่งชีวิตที่อุบัติขึ้น
และบัดนี้ แสงสว่างนั้นได้ดับลงแล้ว
ฝากรอยจูบและหยดน้ำตา มากับกลีบกุหลาบทุกกลีบ”
บทกวีและถ้อยโศกจากหัวใจที่เคยผนึกรวมเป็นดวงเดียวกัน บัดนี้ดวงหนึ่งลาลับแล้ว แม้อีกดวงหนึ่งยังดํารงอยู่ หากจะดํารงอยู่เช่นไร คนไม่รักย่อมไม่รู้สึก คนที่รู้จักรักเข้าใจแล้วว่าใจจะขาดรอนๆ นั้นเป็นเช่นไร เพราะนั่นไม่ใช่เพียงแต่หัวใจ ผู้เดียวที่จะติดตามผู้เป็นเจ้าของไป หากจะมีหัวใจอีกดวง พินาศแหลกลาญไม่มีชิ้นดีตามไปด้วย
“เวลาคุณยิ้มอย่างนี้เหมือนวันที่เราพบกันวันแรก คุณจำวันแรกที่เราพบกันได้ไหมคะ”
“ไม่มีอะไรที่เกี่ยวกับคุณแล้วผมจะจําไม่ได้”
โอ้...ดาวเอ๋ยอย่าเพิ่งเคลื่อน เดือนเอ๋ยอย่าเพิ่งตก วันคืนในอดีตเหล่านั้นทําไมผ่านไปรวดเร็วนักหนา ทําไมโลกทั้งโลกไม่หยุดยั้งอยู่เพียงนี้
“วันนั้นคุณดูเป็นหนุ่มน้อยรูปงาม ช่างเล่นช่างเจรจา”
“แล้วทําไมคุณไม่รับรักผมเสีย”
“ถ้าฉันรู้อนาคต ถ้าฉันไม่รั้น ไม่เจ้าทิฐิ ฉันจะรักคุณเสียตั้งแต่วันนั้น เพื่อจะกอบโกยเวลาที่เราจะได้อยู่ใกล้กันไว้ให้มากที่สุดที่จะมากได้ จําได้ไหมคะ คุณพยายามจะสอนให้ฉันพูดประโยคประโยคหนึ่ง”
“จําได้ แต่ความพยายามของผมไม่เคยสําเร็จสักที
อังศุมาลินแตะริมฝีปากลงเหนือหน้าผาก กระซิบแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน เอ่ยความรู้สึกที่ท่วมท้น เอ่ยในสิ่งที่หัวใจร่ำร้อง อยากบอกมานานแสนนาน
“อนาตะ โอ อาอิชิ มาสุ...ฉันรักคุณค่ะ”
ลมหายใจของคนฟังอ่อนระทวย แต่ประโยคนั้นแจ่มใสเสียเหลือเกิน!
สงคราม ไม่ว่าเกิดขึ้น ณ ที่ใด เราพบแต่ความสูญเสีย และเราค้นหาผู้ชนะที่แท้จริงไม่เคยพบ เราต่างเห็นซากของผู้แพ้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าผลของสงครามนั้นจะเป็นอย่างไร
ความรักก็เช่นกัน ชัยชนะจะเป็นของผู้ที่อ่อนโยน และยังไม่พบว่า ผู้มีรักใด จะเอาชนะในรักได้ด้วยจิตใจอันหยาบกระด้าง ด้วยการประกาศสงครามกับหัวใจตนเอง
ในความรักอันแท้จริง ไม่มีผู้แพ้ตลอดกาล!
ใครมีผู้ที่รักอย่างแท้จริง ผู้นั้นมียิ่งกว่าสิ่งใดแล้ว
“ผมไม่เคยเสียสัญญากับใคร ไม่ว่าอย่างไร ผมก็ยังรักคุณอยู่นั้นเอง ผมไม่รู้เหมือนกันว่า ทําไมผมจึงรู้สึกลึกซึ้งได้ถึงเพียงนี้ ผมรู้แต่ว่าชั่วชีวิตของคนเรา หากจะเลือกรักใครสักคนด้วยหัวใจทั้งหมด ผมก็ได้เลือกแล้ว ทั้งๆ ที่รู้ว่า คุณไม่ได้รู้สึกกับผมเช่นนั้น ผมเคยถามตัวเองเหมือนกันว่า ทําไมผมจะต้องรักคุณ เพราะรักแล้วก็มีแต่ความทุกข์ตลอดมา ทุกข์เพราะผิดหวัง ทุกข์เพราะสลัดความรู้สึกเหล่านั้นไม่ได้ และยังทุกข์เพราะรู้ดีว่า...คุณมีคนอื่นที่ไม่ใช่ผม ผมอาจจะเห็นแก่ตัวไปบ้าง แต่ก็เพราะรักอย่างเดียว ผมคิดว่าผมจะพอใจเพียงแต่ความฝันลมๆ แล้งๆ อย่างนั้นไปจนถึงเวลาที่เราจากกัน ชีวิตผมไม่ยืนนานนักหรอก ในยามนั้น ผมก็จะพาหัวใจรักของผมติดไปด้วย และคุณเองก็จะได้เป็นอิสระไปพบกับคนที่คุณรักเขาอย่างจริงใจ”
“เพราะรักคุณ ถ้าเราจะต้องได้รับความทรมานเพราะรักใครสักคนหนึ่ง ผมก็ยินดี แม้จะมีเวลาแห่งความสุขเพียงน้อยนิด ผมก็จะตักตวงเอาไว้ เพื่อให้คุ้มกับความทรมานในภายหน้า บางที...ผมจะได้รําลึกถึงวันนี้ไว้เป็นเครื่องปลอบหัวใจตัวเองว่า ผมเคยรู้รสความผาสุกในความรักมาแล้วว่าเป็นอย่างไร”
มันคือ ‘ความรักอันแท้จริง’ ของผู้ชายคนหนึ่ง
ความรักของเขาไม่มีคำอธิบายจากสมองแม้เสี้ยว
เมื่อคำตอบทุกอย่างอยู่ที่หัวใจ ไม่ถามหาชัยชนะ ไม่คร่ำครวญแม้ทั้งโลกไม่เข้าใจ ปักหลักอยู่ที่ความรักอันมั่นคง ไม่ผันแปรด้วยกาลเวลา หนักแน่นเสมอด้วยถ้อยคำ...
‘สัญญาของผม เป็นสัญญาเสมอ’
“คุณมีเหตุผลของคุณ ผมมีหัวใจของผม” และเขาก็เดินตามเสียงหัวใจของตัวเองอย่างเที่ยงตรง แม้ในยามที่ต้องเลือกระหว่างหน้าที่และเกียรติยศในฐานะลูกผู้ชายคนหนึ่งพึงกระทำ!
ความรักบทหนึ่งเริ่มต้นแล้ว เมื่อแสงสว่างแห่งชีวิตเดินทางมาหาคุณ เป็นของคุณ นั่นหมายถึง...
“แสงสว่างแห่งชีวิตอุบัติแล้ว
จงรักษาแสงสว่างนั้น อย่าให้ได้ดับลงในมือคุณ”
จงเอ่ยเถิด เอ่ยออกจากหัวใจ เหมือนที่เคยให้คุณได้ยิน ตลอดมา และจะเอ่ยให้คุณได้ยินอีกครั้ง
“อนาตะ โอ อาอิชิ มาสุ...ผมรักคุณเสมอ”
-
รักชนก นามทอน
บรรณาธิการ
๒๕๕๑
เรื่องเล่าจากชุมชน
เขียนรีวิว ↗
ประสบการณ์จากผู้ใช้
เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์
ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น