ของน่าใช้ มีเรื่องราวให้ค้นพบรู้จัก Buydeestore
PROTITE PU7 โพลียูรีเทนยาแนว โปรไทท์ PU7 600 ml (สีขาว) (สีเทา)
Home & Living

PROTITE PU7 โพลียูรีเทนยาแนว โปรไทท์ PU7 600 ml (สีขาว) (สีเทา)

เช็กราคาล่าสุดที่ร้านค้า

ราคา โปรโมชั่น และตัวเลือกสินค้าอาจเปลี่ยนแปลงที่ร้านค้าปลายทาง

ดูราคาและโปรโมชั่นล่าสุด

เราอาจได้รับค่าตอบแทนเมื่อมีการซื้อผ่านลิงก์นี้ คุณทำรายการซื้อขายกับร้านค้าปลายทางโดยตรง

สินค้านี้ตรงใจไหม?

บอกเราเพื่อช่วยปรับสินค้าที่แนะนำให้เหมาะกับคุณมากขึ้น

ข้อมูลสินค้าในที่เดียว อ่านประสบการณ์ก่อนเลือก เช็กเงื่อนไขจากร้านค้า

รู้จักสินค้านี้

โปรไทท์ ผลิตภัณฑ์ยาแนวป้องกันการรั่วซึม ให้การยืดติดที่แข็งแรงเพื่อความปลอดภัย และลดการเกิดคราบเพื่อความสวยงามของอาคาร ผลิตภัณฑ์มีความหลากหลาย ตอบสนองกับการใช้งานในแต่ละประเภท โปรไทท์ โปรเมอริค PU7 เป็นโพลียูรีเทนยาแนวประสิทธิภาพสูงที่ผ่านมาตรฐาน ASTM C920, Class 50 และมีคุณสมบัติลดการไหลออกมาของของเหลวจากยาแนว (Reduced-Bleeding, Reduced Fluid Migration) จึงช่วยลดการเกิดคราบบนผนังและกรอบอาคาร และเนื่องจากโปรไทท์ โปรเมอริค PU7 สามารถยึดเกาะได้ดีมากกับคอนกรีตจึงเหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการยาแนวรอยต่อพรีแคสท์คอนกรีต แคสท์อินเพลสคอนกรีต และรอยต่อรอบขอบวงกบ นอกจากนี้ยังสามารถยึดเกาะได้ดีกับวัสดุต่างๆโดยไม่ต้องใช้น้ำยารองพื้น เช่น ไม้ เหล็ก อลูมิเนียม หิน พลาสติก และไฟเบอร์กลาส เป็นต้น โปรไทท์ โปรเมอริค PU7 แห้งตัวด้วยการทำปฏิกิริยาเคมีกับความชื้นในอากาศ เมื่อแห้งตัวจะกลายสภาพเป็นยางที่มีความแข็งแรงและยืดหยุ่นตัวสูงจึงสามารถรองรับการเคลื่อนไหวของรอยต่อได้ดี โปรไทท์ โปรเมอริค PU7 ผ่านการทดสอบการเกิดคราบตามวิธีการทดสอบ ASTM C510 Standard Test Method for Staining and Color Change of Single- or Multicomponent Joint Sealants ซึ่งเป็น 1 ในการทดสอบที่ต้องผ่านในมาตรฐาน ASTM C920 Standard Specification for Elastomeric Joint Sealants ที่ โปรไทท์ โปรเมอริค PU7 ได้รับ และผ่านการทดสอบการเกิดคราบตามวิธีการทดสอบ ASTM C1248 Standard Test Method for Staining of Porous Substrate by Joint Sealants ซึ่งเป็นการทดสอบการเกิดคราบที่เข้มข้นกว่า ASTM C510 โดยผลการทดสอบทั้ง 2 ของ โปรไทท์ โปรเมอริค PU7 คือไม่เกิดคราบ (Non-Staining) บนวัสดุ โพลียูรีเทนยาแนวกันรั่วซึมประสิทธิภาพสูง - ผ่านมาตรฐาน ASTM C920, Class 50 - ผ่านการทดสอบการเกิดคราบตาม ASTM C1248 - สามารถรองรับการเคลื่อนไหวได้ ±50% ของขนาดรอยต่อเมื่อมีการออกแบบและติดตั้งที่ถูกต้อง - ยืดตัวได้สูงสุดกว่า 700% ตาม ASTM D412 - มีส่วนผสมที่เป็นสารอินทรีย์ระเหยง่ายในปริมาณน้อย (Low VOCs) - ผ่านข้อกำหนดเรื่อง VOC Content ตาม SCAQMD Rule 1168 - ผ่านข้อกำหนดเรื่อง VOC Emissions ตาม CDPH Standard Method V1.2-2017 - สามารถช่วยให้โครงการได้รับคะแนนในการจัดทำ LEED V4, V3 และ TREES Certification - ทาสีทับได้ การใช้งาน 1.การออกแบบรอยต่อที่ถูกต้อง - การออกแบบรอยต่อที่ถูกต้องจะช่วยลดความเครียดในเนื้อยาแนวจึงช่วยให้ยาแนวสามารถรองรับการเคลื่อนไหวของรอยต่อได้ดี ช่วยลดปัญหาการฉีกขาด และช่วยให้ก๊าซที่เกิดจากการแห้งตัวสามารถระเหยออกไปได้ง่าย ข้อแนะนำคือ - รอยต่อควรมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 6 มม. - รอยต่อควรมีความลึกไม่ต่ำกว่า 6 มม. - สำหรับรอยต่อที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ควรให้ความกว้างมากกว่าความลึก - ป้องกันการยึดติด 3 ด้านด้วยการติดตั้งโฟมหนุน (Backer Rod) หรือเทปกันการยึดติด (Bond Breaker Tape) ที่ด้านล่างของรอย ต่อเพื่อให้มั่นใจว่ายาแนวจะติดเฉพาะด้านข้างทั้ง 2 ด้านเท่านั้นซึ่งจะทำให้ยาแนวสามารถเคลื่อนไหวได้ตามที่ได้รับการออกแบบมา 2.การทำความสะอาดรอยต่อ - พื้นผิวของรอยต่อด้านที่จะมีการฉีดยาแนวจะต้องได้รับการทำความสะอาด แห้ง และไม่มีส่วนที่เสียหาย ควรเอาชิ้นส่วนที่หลุดหรือ ยาแนวเดิมออกไปให้หมด - สำหรับวัสดุผิวเรียบ (Non-Porous) เช่น กระจก และอลูมิเนียม - ควรเช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าสะอาดที่ไม่มีขุย (Lint Free) ชุบสารทำละลาย (โซลเวนท์) เช่น MEK หรือ ไวท์สปิริต - เช็ดอีกครั้งด้วยผ้าสะอาดที่ไม่มีขุย (Lint Free) อีกผืนหนึ่งทันที - สำหรับวัสดุผิวพรุน (Porous) เช่น คอนกรีต - ขัดผิววัสดุด้วยแปรงโลหะหรือเครื่องขัดเพื่อกำจัดสิ่งสกปรกต่างๆ สีเดิม และชิ้นส่วนที่หลุดออก - กำจัดฝุ่นด้วยการพ่นทำความสะอาดด้วยลมหรือน้ำแรงดันสูง - รอให้แห้งก่อนฉีดยาแนว หากจำเป็นให้ทำความสะอาดด้วยสารทำละลาย (โซลเวนท์) อีกครั้ง 3.การติดตั้งวัสดุหนุน - ติดตั้งโฟมหนุน (Backer Rod) ชนิดโพลีเอทิลีนเซลล์ปิดหรือโพลียูรีเทนเซลล์เปิดที่ด้านล่างของรอยต่อเพื่อกำหนดความลึกของยา แนวและป้องกันการยึดติด 3 ด้าน 4.การติดเทปกาว - การติดเทปกาวรอบบริเวณที่จะฉีดยาแนวจะทำให้การยาแนวเป็นเส้นตรงสวย และลดปัญหาการทำความสะอาด 5.การฉีดยาแนว - ตัดปลายฟอยด์ - ตัดปลายจุก (Nozzle) เป็นมุม 45 องศา ตามขนาดที่ต้องการ - สวมจุกที่ปืนและหมุนให้เข้าที่ - ใส่ฟอยด์ลงในปืนยิงกาว สามารถใช้ปืนยิงกาวประเภทต่างๆได้ เช่น แบบใช้มือบีบ แบบใช้แรงลม หรือแบบไฟฟ้า - ฉีดยาแนวลงไปที่ด้านล่างของรอยต่อจนเต็มรอยต่อ 6.การแต่งผิวยาแนวและลอกเทปกาวออก - ปาดแต่งผิวยาแนวทันทีหลังจากฉีดยาแนวเพื่อให้ผิวยาแนวเรียบและเป็นการดันให้ยาแนวเข้าไปติดกับด้านข้างของรอยต่อทั้ง 2 ด้านอย่างเต็มที่ - ควรปาดผิวยาแนวในครั้งเดียวก่อนที่ยาแนวจะเริ่มสร้างผิว การใช้เครื่องปาดที่มีลักษณะโค้งออก (Convex) จะช่วยให้ยาแนวอยู่ใน ร่อง หากเป็นรอยต่อที่อยู่ในแนวนอนควรปาดผิวยาแนวให้ไม่มีบริเวณที่อาจกักเก็บน้ำฝนหรือน้ำยาทำความสะอาดต่างๆ - ไม่ใช้สบู่ สบู่เหลว น้ำสบู่ น้ำยาล้างจาน น้ำเปล่า หรือของเหลวอื่นๆในการช่วยปาดยาแนว - ลอกเทปกาวออกทันทีที่ปาดเสร็จก่อนที่ยาแนวจะสร้างผิว - ควรทิ้งยาแนวไว้ 48 ชั่วโมงหลังจากเริ่มสร้างผิวโดยไม่รบกวน ไม่ควรให้ยาแนวสัมผัสน้ำยาทำความสะอาด สารทำละลาย (โซลเวนท์) โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ในช่วงเวลานี้ - สามารถเช็ดยาแนวที่ยังไม่แห้งออกได้ด้วยสารทำละลาย (โซลเวนท์) เช่น ไซลีน โทลูอีน หรือ MEK ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ ผลิตสารทำละลาย (โซลเวนท์) อย่างเคร่งครัดขณะใช้งาน สำหรับยาแนวที่ฉีดลงบนวัสดุผิวพรุนให้รอให้แห้งแล้วจึงขัดออก ยาแนว ที่แห้งแล้วไม่สามารถล้างออกด้วยสารทำละลาย (โซลเวนท์) ได้
เรื่องเล่าจากชุมชน

ประสบการณ์จากผู้ใช้

เขียนรีวิว ↗

รายงานข้อมูลสินค้านี้

เป็นคนแรกที่เล่าประสบการณ์

ชอบอะไร มีข้อสังเกตตรงไหน? เรื่องเล่าของคุณช่วยให้คนอื่นเลือกได้ดีขึ้น